พระราชพิธีบรรจุพระบรมราชสรีรางคาร 29 ต.ค. ขั้นสุดท้าย...วันสุดท้าย งานถวายพระเพลิงพระราชพิธีบรรจุพระบรมราชสรีรางคาร 29 ต.ค. ขั้นสุดท้าย...วันสุดท้าย งานถวายพระเพลิง

พระบรมราชสรีรางคาร


          หมายกำหนดการ พระราชพิธีอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร 29 ตุลาคม 2560 ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

          หลังจากมีการถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และได้มีการบรรจุพระโกศพระบรมอัฐิเข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มาประดิษฐานที่บุษบกแว่นฟ้าทอง ส่วนพระบรมราชสรีรางคาร ได้มีการอัญเชิญพักไว้ที่พระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ก่อนที่วันนี้ (29 ตุลาคม 2560) จะมีการอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน บนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ซึ่งเป็นไปตามธรรมเนียมของราชวงศ์จักรี ที่ใช้สถานที่แห่งนี้ประดิษฐานพระบรมอัฐิ ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่ 8

          ส่วนพระบรมราชสรีรางคารของในหลวง รัชกาลที่ 9 จะมีการอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร โดยวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จะเป็นที่บรรจุผอบพระบรมราชสรีรางคารของในหลวง รัชกาลที่ 9 ไว้ที่บริเวณฐานพระพุทธอังคีรส ซึ่งเป็นพระประธานในพระอุโบสถ ส่วนผอบพระบรมราชสรีรางคารอีกหนึ่งส่วนจะอัญเชิญมาประดิษฐานที่ฐานพระพุทธชินสีห์ พระประธานในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งถือว่าเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ปรากฏหลักฐานสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย

          ทั้งนี้ การบรรจุพระบรมราชสรีรางคารถือเป็นขั้นตอนสุดท้าย ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ ซึ่งการอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร ไปประดิษฐานในสุสานหลวงหรือสถานที่อันควรแทนนั้น เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 ที่ได้ยกเลิกธรรมเนียมการลอยพระบรมราชสรีรางคาร โดยเจ้าพนักงานจะอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารจากสถานที่ที่พักไว้แล้ว ตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศไปยังสถานที่บรรจุที่เหมาะสม อย่างเช่นในพระราชพิธีในครั้งนี้ จะอัญเชิญไปบรรจุที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร สถานที่ประทับขณะในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงผนวช

พระบรมราชสรีรางคาร


หมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ วันที่ 29 ตุลาคม 2560

          เวลา 10.30 น. พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล และอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน บนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จุดธูปเทียนถวายราชสักการะพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมสวดพระพุทธมนต์และประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลาออกจากพระที่นั่ง และทอดผ้าไตรพระสงฆ์ 89 รูป

          ต่อมาเข้าสู่พระราชพิธีอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน บนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 5 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ตามพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ อัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานที่พระวิมาน บนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ระยะทาง 63 เมตร ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

          เวลา 17.30 น. พระราชพิธีเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 6 ขบวนกองทหารม้า เชิญพระบรมราชสรีรางคารจากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยรถยนต์พระที่นั่งออกจากพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จากนั้นขบวนกองทหารม้า เชิญพระบรมราชสีรางคาร จากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปบรรจุ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร

จุดคัดกรอง 3 จุด

          วันนี้ประชาชนที่ต้องการเข้าร่วมพระราชพิธีฯ สามารถเข้าพื้นที่สนามหลวงได้ทางจุดคัดกรอง 3 จุด คือ

          1.จุดคัดกรองพระแม่ธรณีบีบมวยผม
          2.จุดคัดกรองสะพานช้างโรงสี
          3.จุดคัดกรองท่าช้าง


พระบรมราชสรีรางคาร

พระบรมราชสรีรางคาร

 


ภาพจาก สำนักข่าวไทยkingrama9.th

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
kingrama9.th

Specific information in Thai language only.

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารจากเราSUBSCRIBE TO OUR NEWS
Top