ประโยชน์ของปลานิล อาหารโปรตีนสูง ถูกและดีจากในหลวง ร.9ประโยชน์ของปลานิล อาหารโปรตีนสูง ถูกและดีจากในหลวง ร.9

ปลานิล

          ปลาพระราชทานจากในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระราชดำริเผยแพร่อาหารโปรตีนราคาถูกให้ประชาชนได้รับประทาน เพราะคนในถิ่นทุรกันดาร ภาคอีสาน ไม่ค่อยมีอาหารโปรตีนรับประทาน ซึ่งอาจมีผลต่อการเจริญเติบโตได้

          ใครเป็นสายกินปลาคงรู้จักปลานิลเป็นอย่างดีแน่นอน เพราะในปัจจุบันปลานิลมีวางจำหน่ายแทบทุกตลาดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นในห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ หรือตลาดท้องถิ่นขนาดเล็กก็ตาม เห็นได้ชัดว่าปลานิลเป็นปลาที่หากินง่าย แถมราคายังถูกด้วยนะคะ วันนี้กระปุกดอทคอมเลยถือโอกาสนำเสนอประโยชน์ของปลานิล อาหารเพื่อสุขภาพอย่างหนึ่งที่อยากให้ทุกคนได้รับประทาน โดยจะเริ่มจากการเล่าประวัติความเป็นมาของปลานิลให้ได้รู้จักปลาน้ำจืดชนิดนี้กันก่อน

 

ปลานิล ประวัติไม่ธรรมดา
    
          ทราบไหมคะว่า ประเทศไทยเราไม่เคยมีปลานิลมาก่อน กระทั่งเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2508 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโต เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศมกุฏราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น ได้น้อมเกล้าฯ ถวายปลาน้ำจืดในตระกูลทิลาเปีย (Tilapia) จำนวน 50 ตัว แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประเทศไทยจึงมีปลาน้ำจืดชนิดนี้เป็นครั้งแรก

          โดยในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำปลาดังกล่าวไปเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ บริเวณหลังพระตำหนักสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต และพระราชทานชื่อปลาชนิดนี้เป็นภาษาไทยว่า "ปลานิล" ซึ่งมาจากลักษณะของปลาที่มีสีออกดำ หรือสีนิล อีกทั้งยังเข้ากับชื่อแม่น้ำไนล์ (Nile) ซึ่งที่เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของปลาชนิดนี้ ที่สำคัญพระองค์พระราชทานชื่อปลาเป็นชื่อที่สั้น มีความหมายชัดเจน เพื่อให้ง่ายแก่การจดจำสำหรับประชาชนทั่วไปอีกด้วย


          ในระยะแรกนั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทดลองเลี้ยงปลาทั้ง 50 ตัวด้วยพระองค์เอง ต่อจากนั้นได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายปลาลงเลี้ยงในบ่อดิน ซึ่งเพียงแค่ 5 เดือนเศษ ปรากฏว่าในบ่อที่เลี้ยงมีลูกปลาเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขุดบ่อดินเพิ่มขึ้นเป็น 6 บ่อ และเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2508 ก็ได้ทรงปล่อยปลาลงเลี้ยงในบ่อเหล่านั้นด้วยพระองค์เอง หลังจากนั้นได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่กรมประมงทำการตรวจสอบการเจริญเติบโตของปลาทุกเดือน ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่า ปลาชนิดนี้เจริญเติบโตได้รวดเร็วมาก 

          เมื่อได้ทรงทราบว่าปลานิลเติบโตและขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วในประเทศไทย ในวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2509 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานลูกปลาดังกล่าว ขนาดความยาว 3–5 เซนติเมตร จำนวน 10,000 ตัว จากบ่อดินในบริเวณพระตำหนักสวนจิตรลดา แก่กรมประมงเพื่อนำไปขยายพันธุ์ ณ แผนกทดลองและเพาะเลี้ยงในบริเวณเกษตรกลางบางเขน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสถานีประมงต่าง ๆ อีก 15 แห่งทั่วราชอาณาจักร เพื่อให้ดำเนินการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์พร้อมกัน จากนั้นเมื่อปลานิลแพร่ขยายพันธุ์ออกไปได้มากเพียงพอแล้ว กรมประมงจึงได้แจกจ่ายพันธุ์ปลานิลให้แก่ราษฎรเพื่อนำไปเพาะเลี้ยงตามความต้องการ โดยกรมประมงได้กำหนดให้วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2510 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดระยะเวลา 1 ปี 5 เดือน นับตั้งแต่วันที่กรมประมงได้รับพระราชทานปลานิลมาเป็นวันแจก "ปลานิลพระราชทาน" ให้แก่ราษฎร 


          ทว่าแม้กรมประมงจะแจกจ่ายพันธุ์ปลานิลที่ทรงเพาะไว้แก่ราษฎรเป็นประจำทุกเดือน กระนั้นจำนวนพันธุ์ปลานิลที่ได้ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของพสกนิกรที่ต้องการนำพันธุ์ปลาชนิดนี้ไปเพาะเลี้ยง กระทั่งความทราบถึงใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขุดบ่อขนาดใหญ่ในสวนจิตรลดาเพื่มขึ้นอีก 1 บ่อ เพื่อช่วยเร่งผลิตพันธุ์ปลานิลให้เพียงพอแก่ความต้องการของพสกนิกรของพระองค์ต่อไป 

          ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 จึงได้ทำการปรับปรุงบ่อให้มีขนาดใหญ่ขึ้นแต่จำนวนลดลงเหลือเพียง 7 บ่อ และได้ใช้ในการผลิตพันธุ์ปลานิล ซึ่งนับว่าเป็นปลานิลสายพันธุ์แท้พันธุ์หนึ่งซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกในนามว่า "ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดา" และนับตั้งแต่นั้นมา ประเทศไทยเราก็มีปลานิลรับประทานอยู่ทั่วทุกหัวระแหง สนองพระราชดำริเผยแพร่อาหารโปรตีนราคาถูกให้ประชาชนได้รับประทาน เพราะคนในถิ่นทุรกันดาร โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่ค่อยมีอาหารโปรตีนรับประทาน ซึ่งอาจมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ โดยเฉพาะปัญหาด้านการเจริญเติบโต

          อย่างไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงไม่โปรดเสวยปลานิล โดยพระองค์ท่านเคยตรัสว่า "ก็เลี้ยงมันมาเหมือนลูก แล้วจะกินมันได้อย่างไร" 

ปลานิล


ปลานิล ปลาน้ำจืดรสชาติดี มีลักษณะอย่างไร

          ปลานิลเป็นปลาน้ำจืดที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ลุ่มแม่น้ำไนล์ ทวีปแอฟริกา ปลานิลมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Nile Tilapia และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Oreochromis niloticus (Linn.) ปลานิลเป็นปลาในวงศ์ Cichlidae มีรูปร่างคล้ายปลาหมอเทศ โดยมีริมฝีปากบนและล่างเสมอกัน แตกต่างกันเพียงปลานิลมีลายสีดำและจุดสีขาวสลับกันไป บริเวณครีบหลัง ครีบก้น และลำตัวมีสีเขียวปนน้ำตาล ตรงกลางเกล็ดมีสีเข้ม มีลายดำพาดขวางกลางลำตัว ที่กระดูกแก้มมีจุดสีเข้มอยู่ 1 จุด ขนาดความยาวของตัวปลานิลจะอยู่ประมาณ 10-30 เซนติเมตร

          ปลานิลมีคุณลักษณะพิเศษคือกินอาหารได้ทุกชนิด เช่น ไรน้ำ ตะไคร่น้ำ ตัวอ่อนของแมลง และสัตว์น้ำเล็ก ๆ เป็นปลาที่แพร่ขยายพันธุ์ง่าย มีรสชาติดี มีความอดทนและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี ณ ปัจจุบันปลานิลจึงอยู่ได้ทั้งตามแหล่งธรรมชาติ และถูกนำไปเลี้ยงในบ่อเพาะเลี้ยง กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของไทย และยังเป็นปลาน้ำจืดที่คนไทยบริโภคมากที่สุดอีกด้วย
    
คุณค่าทางโภชนาการของปลานิล

          ปลานิลสดปริมาณ 100 กรัม จะให้คุณค่าทางโภชนาการดังต่อไปนี้

          - พลังงาน 96 กิโลแคลอรี
          - น้ำ 78.08 กรัม
          - โปรตีน 20.08 กรัม
          - ไขมันทั้งหมด 1.70 กรัม
          - แคลเซียม 10 มิลลิกรัม
          - ธาตุเหล็ก 0.56 มิลลิกรัม
          - แมกนีเซียม 27 มิลลิกรัม
          - ฟอสฟอรัส 170 มิลลิกรัม
          - โพแทสเซียม 302 มิลลิกรัม
          - โซเดียม 52 มิลลิกรัม
          - สังกะสี 0.33 มิลลิกรัม
          - ทองแดง 0.075 มิลลิกรัม
          - แมงกานีส 0.037 มิลลิกรัม
          - ซีลีเนียม 41.8 ไมโครกรัม
          - ไทอะมีน 0.041 มิลลิกรัม
          - ไรโบฟลาวิน 0.063 มิลลิกรัม
          - ไนอะซิน 3.903 มิลลิกรัม
          - กรดแพนโทเทนิก (วิตามินบี 5) 0.487 มิลลิกรัม
          - วิตามินบี 6 0.162 มิลลิกรัม
          - โฟเลท 24 ไมโครกรัม
          - โคลีน 42.5 มิลลิกรัม
          - โอเมก้า 3 0.12 กรัม
          - โอเมก้า 6 0.10 กรัม

          นอกจากนี้ปลานิลยังมีสารอาหารอื่น ๆ อีกมาก นับว่าเป็นปลาน้ำจืดคุณภาพระดับพรีเมียม ที่ราคาถูกและหากินได้ง่ายมาก ๆ เลยล่ะ

ปลานิล

ประโยชน์ของปลานิล
    
          มาดูกันค่ะว่าปลานิล ปลาน้ำจืดที่เรากินมาตั้งแต่เด็ก ๆ กระทั่งโตแล้วก็ยังได้กินอยู่บ่อย ๆ จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง

1. เพิ่มการทำงานของระบบประสาทและสมอง
    
          ปลานิลเป็นปลาน้ำจืดที่มีปริมาณกรดไขมันโอเมก้า 3 ไม่น้อยไปกว่าปลาทะเลน้ำลึกบางชนิด ด้วยเหตุนี้ปลานิลจึงมีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยป้องกันความเสื่อมของสมอง และช่วยลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ได้

2. เป็นโปรตีนย่อยง่าย
    
          เนื้อปลาทุกชนิดจัดเป็นอาหารประเภทโปรตีนที่ย่อยง่าย เนื่องจากเนื้อปลาโดยลักษณะตามธรรมชาติจะมีเนื้อเยื่อเกี่ยวพันน้อยกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น เมื่อเนื้อปลาสุกจะแยกออกเป็นชิ้น ๆ ตามมัดของกล้ามเนื้อเกี่ยวพัน เนื้อปลาจึงนุ่ม ไม่เหนียวและหดตัวมากเหมือนเนื้อสัตว์อื่น ๆ เมื่อกินปลานิลเข้าไประบบย่อยอาหารของเราจึงไม่ต้องทำงานหนัก เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่ หรือในเด็กวัยเรียน วัยกำลังเจริญเติบโต ทว่าด้วยความที่เนื้อปลานิลมีก้าง ก็ควรระมัดระวังให้ดี แกะก้างปลาออกให้หมดก่อนรับประทานเข้าไปด้วยนะคะ

3. เป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย
    
          โปรตีนจากเนื้อปลามีประโยชน์ต่อร่างกายเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกรดอะมิโนที่พบในโปรตีนของเนื้อปลา เช่น ไลซีนและทรีโอนีน ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาการทางสมองและการเจริญเติบโตในเด็ก ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อหรือเซลล์ต่าง ๆ ที่สึกหรอ และช่วยเสริมสร้างร่างกายให้เจริญเติบโตตามวัยอันควร

ปลานิล


4. เสริมสร้างกระดูกและฟัน ช่วยในการสร้างเม็ดเลือด
    
          เนื้อปลาประกอบไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินหลากหลายชนิด ทั้งวิตามินบี ไนอะซิน อีกทั้งในเนื้อปลายังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็กในสัดส่วนที่พอดี จึงสามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน ช่วยในการสร้างเม็ดเลือด และป้องกันภาวะโลหิตจางได้

5. ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
    
          กรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกายอย่างไลซีนและทรีโอนีน ยังเป็นส่วนประกอบสำคัญของสารสร้างภูมิคุ้มกันโรค ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วยง่ายด้วยนะคะ

6. ป้องกันความแก่ก่อนวัย
    
          ในเนื้อปลานิลมีคอลลาเจนชั้นดีจากธรรมชาติ ทั้งยังมีโปรตีนช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อและเซลล์ที่สึกหรอ ป้องกันความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ นอกจากนี้กรดอะมิโนที่พบในโปรตีนจากเนื้อปลา ยังมีส่วนช่วยให้เรานอนหลับได้ดีขึ้น นอนหลับสนิท จึงช่วยชะลอความแก่ของเซลล์ผิวได้อีกทางหนึ่ง

7. ดีต่อหัวใจ
    
          เนื้อปลานิลไม่มีคอเลสเตอรอล หรือไขมันชนิดไม่ดีอันเป็นตัวการก่อโรคเรื้อรังอย่างโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง อีกทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 ในเนื้อปลายังช่วยลดการสะสมของคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในร่างกายได้ด้วย
    

ปลานิล


8. โซเดียมต่ำ
    
          สำหรับผู้ป่วยโรคไต โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ที่ควรต้องระมัดระวังอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูง ซึ่งอาจส่งผลทำให้อาการของโรคที่เป็นอยู่กำเริบจนถึงขีดอันตรายได้ เคสนี้แนะนำให้กินปลานิลเป็นอาหารได้เลยค่ะ เพราะปลานิลมีปริมาณโซเดียมค่อนข้างต่ำ สามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องกลัวอาการบวมเค็ม

9. ช่วยลดน้ำหนัก 
    
          เนื้อปลาเป็นโปรตีนย่อยง่ายก็จริง แต่ในโปรตีนเหล่านี้ก็มีแร่ธาตุและกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย เมื่อทานเนื้อปลานิลเข้าไปจึงช่วยให้อิ่มเร็ว และอิ่มได้นาน ลดความหิวจุกจิกได้ อีกทั้งปลานิลยังให้พลังงานเพียง 96 กิโลแคลอรีต่อเนื้อปลานิล 100 กรัม และยังจัดเป็นกลุ่มปลาน้ำจืดที่มีปริมาณไขมันต่ำมากด้วยนะคะ ดังนั้นคนที่กำลังลดน้ำหนัก ควบคุมอาหาร ปลานิลถือเป็นเมนูที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

10. ป้องกันภาวะแท้งบุตร
    
          ผลการศึกษาจากโรงพยาบาลเปาโล พบว่า กลุ่มอาสาซึ่งเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่รับประทานปลาน้ำจืดเป็นประจำ เช่น ปลาตะเพียน ปลานิล ปลาดุก มีอัตราการแท้งต่ำ และทารกที่คลอดออกมาก็จะมีความเสี่ยงต่ออาการสมาธิสั้นต่ำลงด้วย

          ด้วยพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรอันยาวไกลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเห็นว่า ปลานิลเป็นปลาที่ทนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมได้ดี เลี้ยงง่าย เติบโตเร็ว น่าจะเอื้อประโยชน์ต่อพสกนิกรของพระองค์ท่านได้อีกมากมาย จึงทรงส่งเสริมให้มีการเพาะพันธุ์และแจกจ่ายแก่ราษฎร ด้วยพระมหากรุณาธิคุณและพระราชวินิจฉัยในครั้งนั้น ทำให้ทุกวันนี้ประชาชนทั่วประเทศไทยมีปลานิลเป็นอาหารเพื่อสุขภาพราคาถูกรับประทาน รวมทั้งเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนผู้เพาะเลี้ยงปลานิลอีกด้วย 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ภาควิชาชีววิทยาประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์   
กองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ กรมประมง 
กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 
สำนักงานประมงจังหวัดอุบลราชธานี  
โรงพยาบาลเปาโล  
ครอบครัวข่าวเด็ก  
National Nutrient Database for Standard Reference 

Specific information in Thai language only.

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารจากเราSUBSCRIBE TO OUR NEWS
Top