เปิด 6 กลุ่มทุนไทย ผงาดสหรัฐ!เปิด 6 กลุ่มทุนไทย ผงาดสหรัฐ!

เผยชื่อ 6 กลุ่มทุนใหญ่ไทยเตรียมลงทุนเพิ่มในสหรัฐฯสนองนโยบายอเมริกาเฟิสต์“มิตรผล” ประกาศสร้างโรงงานนํ้าตาลแคลอรีตํ่าในวอชิงตันเสร็จกลางปีหน้านักวิชาการสั่งจับตาทรัมป์กดดัน 16 คู่ค้าเกินดุลซื้อสินค้ามะกันเพิ่ม กระทบห่วงโซ่ผลิตเอเชีย

ในการเยือนสหรัฐอเมริกาของนายกรัฐมนตรีและคณะ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เผยข้อมูลว่า ณ ปัจจุบันไทยมีการลงทุนในสหรัฐฯแล้วคิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีแผนจะลงทุนเพิ่มอีก 8,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเพิ่มจ้างงานอีกกว่า 1 หมื่นตำแหน่งนั้น

แหล่งข่าวในคณะเดินทางครั้งนี้เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่าปัจจุบันมีนักลงทุนไทยลงทุนในสหรัฐฯแล้ว 23 ราย ข้อมูลล่าสุดในรายที่จะมีการลงทุนเพิ่มเติมแน่นอนมี 6 กลุ่มบริษัท ได้แก่กลุ่มไทยยูเนี่ยน, กลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี), กลุ่มเอสซีจี,กลุ่มมิตรผล, กลุ่มบ้านปู และพีทีทีโกลบอล เคมีคอล ซึ่งในรายละเอียดการลงทุนยังเป็นความลับทางธุรกิจ

สอดคล้องกับนายอิสระว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการกลุ่มมิตรผล ที่อยู่ระหว่างการปฏิบัติกิจต่อที่ประเทศเยอรมนีเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” สั้นๆว่า ทางมิตรผลได้ร่วมทุนกับกลุ่มนักวิจัยในสหรัฐฯที่คิดคน้ สูตรน้ำตาลแคลอรีตํ่าได้ โดยทางมิตรผลถือหุ้น 30% หรือมูลค่า 30-40ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ล่าสุดอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานผลิตในกรุงวอชิงตันของสหรัฐฯ คาดจะแล้วเสร็จ และเริ่มผลิตได้ในกลางปี 2561

“ในโครงการที่ 2 เราจะนำสูตรและโนว์ฮาวมาสร้างโรงงานผลิตนํ้าตาลแคลอรีตํ่าในประเทศ ไทย ส่วนในสหรัฐฯอนาคตก็จะมีการลงทุนเพิ่ม”นายอิสระกล่าว

ขณะที่กลุ่มไทยซัมมิทกำลังเจรจาซื้อกิจการของสหรัฐเพื่อผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ขณะนี้ที่ปรึกษาทางการเงินอยู่ระหว่างตรวจสอบฐานะบริษัทดังกล่าว

TP15-3303-6

รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่าจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯได้สั่งให้มีการตรวจสอบการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯที่มีกับ 16 ประเทศ มีไทยอยู่ในลำดับที่ 11 ถึง ณ เวลานี้แม้สหรัฐฯจะยังไม่เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบและใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้า แต่เป็นที่สังเกตว่าขณะนี้ทรัมป์ได้กดดันให้ประเทศที่เกินดุลการค้าให้เพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯให้มากขึ้น และเพิ่มการลงทุนเพื่อเพิ่มการจ้างงานในสหรัฐฯให้มากขึ้นตามนโยบายอเมริกา เฟิสต์

“จะเห็นว่าในเวทีระดับผู้นำของอาเซียนที่ไปเยือนสหรัฐฯทั้งมาเลเซีย เวียดนาม และไทยรวมถึง 3 ประเทศในเอเชียได้แก่จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ต่างถูกทรัมป์บีบให้ซื้อสินค้าและเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯทั้งสิ้น”

ทั้งนี้น่าจับตาว่าหากประเทศในเอเชียที่มีชื่อข้างต้นเพิ่มนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯมากขึ้นจะส่งผลกระทบทำให้ประเทศเหล่านี้นำเข้าสินค้าจากไทยลดลง และจะส่งผลกระทบกับห่วงโซ่การผลิตของภูมิภาคไม่มากก็น้อย เพราะที่ ผ่านมาทั้งจีน ญี่ปุ่น มาเลเซียและเวียดนามนำเข้าวัตถุดิบจากไทยไปผลิตเพื่อส่งออกต่อไปสหรัฐฯและประเทศอื่นๆซึ่งหากทรัมป์สามารถจัดการปัญหากับเกาหลีเหนือ และรัสเซียให้มีความเสถียรได้มากขึ้น คาดจะเปิดเกมรุกด้านการค้า-ลงทุนมากขึ้นดังนั้นไทยต้องไปคิดแก้เกมแต่เนิ่นๆ

นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ให้ความเห็นว่จาก 8 เดือนแรกปีนี้ไทยมีการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯเพิ่ม ขึ้นถึง 29.2% (กราฟิกประกอบ) ขณะที่การส่งออกของไทยไปสหรัฐฯขยายตัว 7.7% ซึ่งตัวเลขการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นมากทำให้การเกินดุลการค้าของไทยที่มีต่อสหรัฐฯลดลง ยังชี้ชัดไม่ได้ชัดเจนว่าเป็นผลจากสหรัฐฯกดดันไทยให้นำเข้าสินค้าเพิ่มหรือไม่ส่วนการที่ทรัมป์ให้ไทยลงทุนในสหรัฐฯเพิ่มมองว่าได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย เพราะการผลิตบางส่วนต้องนำเข้าวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนจากไทย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,303 วันที่ 8 - 11 ตุลาคม พ.ศ. 2560

Specific information in Thai language only.

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารจากเราSUBSCRIBE TO OUR NEWS
Top