ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง


หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน  ประจำวันที่ 6 ธันวาคม 2560

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง และจากการคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ จะปรับตัวลดลง

+ โอเปกคาด ความต้องการใช้น้ำมันโลกปี 2561 จะขยายตัวที่ 1.51 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่าการคาดการณ์ครั้งก่อนหน้า 130,000 บาร์เรลต่อวัน เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้น

+ นักวิเคราะห์คาดการณ์ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่จะประกาศในคืนนี้ ว่าจะปรับตัวลดลง 3.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน

+ ผลสำรวจรอยเตอร์ พบว่า ผู้ผลิตกลุ่มโอเปกยังคงร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิตได้ดีที่ร้อยละ 112 โดยปริมาณการผลิตน้ำมันจากกลุ่มโอเปก (13 ประเทศ) เดือน พ.ย. ลดลง 300,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ 32.48 ล้านบาร์เรลต่อวัน

+ Morgan Stanley คาดว่าความต้องการใช้น้ำมันโลกมีแนวโน้มเติบโตมากกว่าอุปทานในปี 2561 สอดคล้องกับ Goldman Sachs ที่ปรับการความการณ์ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปี 2561 ขึ้น มาอยู่ที่ 57.5 และ 62 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ตามลำดับ

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากแรงกดดันหลังปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสิงคโปร์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันดีเซลยังคงได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อจากเวียดนาม

6-12-2560-10-07-10-01

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 56-61 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 61-66  เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล

10359794_s-9

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

การขยายระยะเวลาของข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกโอเปกออกไปอีก 9 เดือนจนถึงสิ้นปี 2561 จากเดิมที่สิ้นสุดในเดือน มี.ค. 61 ส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบของโอเปกทั้ง 12 ประเทศและผู้ผลิตนอกโอเปกทั้ง 10 ประเทศจะปรับเพิ่มขึ้นในกรอบจำกัด หลังปริมาณน้ำมันคงคลังของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD Oil Stocks) ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าระดับเฉลี่ย 5 ปี ที่ราว 140 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตของไนจีเรียและลิเบียจะถูกจำกัดอยู่ที่ 1.8 และ 1.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามลำดับ โดยกลุ่มผู้ผลิตจะทบทวนข้อตกลงดังกล่าวอีกครั้งในการประชุมโอเปกในเดือน มิ.ย. 61

ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดจะปรับลดลงต่อเนื่อง หลังปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐฯ จากแคนาดาคาดจะปรับลดลงต่อเนื่องจากการปิดซ่อมบำรุงฉุกเฉินของท่อขนส่งน้ำมันดิบ Keystone ซึ่งมีกำลังการขนส่งอยู่ที่ 590,000 บาร์เรลต่อวัน หลังพบน้ำมันดิบรั่วและคาดจะใช้ระยะเวลากว่า 3-4 สัปดาห์ก่อนจะกลับมาดำเนินการได้เต็มกำลังการขนส่ง ประกอบกับโรงกลั่นที่คงกำลังการผลิตในระดับสูงต่อเนื่อง โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 24 พ.ย. ปรับลดลง 3.4 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ 453.71 ล้านบาร์เรล

จับตาปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ หลังราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ เพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นมาสู่ระดับ 747 แท่น เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่อยู่เพียง 474 แท่น โดยปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ในสัปดาห์ล่าสุดปรับเพิ่มขึ้นมาแตะระดับสูงสุดในประวัติการณ์ที่ 9.68 ล้านบาร์เรลต่อวันและคาดจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปอยู่ที่ระดับ 9.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนหน้า ซึ่งจะส่งผลให้สหรัฐฯ ต้องส่งออกน้ำมันดิบเพิ่มมากขึ้น

ที่มา : บมจ.ไทยออยล์

Specific information in Thai language only.

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารจากเราSUBSCRIBE TO OUR NEWS
Top