RMC FARM คลื่นลูกใหม่ที่มาแรงในธุรกิจสุกรRMC FARM คลื่นลูกใหม่ที่มาแรงในธุรกิจสุกร

วงการปศุสัตว์ในไทย มีมานานหลายสิบปีจนพัฒนาให้มีความทันสมัย ปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับ มีนักธุรกิจหลายท่านที่มองเห็นโอกาสในด้านการลงทุนสร้าง ธุรกิจด้านปศุสัตว์เพราะมองเห็นการเติบโตของวงการปศุสัตว์ไทย หลากหลายฟาร์ม มีการก่อตั้งมาอย่างยาวนาน สั่งสมประสบการณ์ พัฒนาความรู้ ความสามารถจน เป็นที่ยอมรับ บริษัท อาร์เอ็มซี ฟาร์ม จำกัด ก็เป็นต้นแบบฟาร์มอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับ มาตรฐาน จนกระทั่งเป็นที่ศึกษาดูงานมาแล้วกว่า 50 ประเทศทั่วโลก จากประสบการณ์ รุ่นสู่รุ่นก่อให้เกิดนักบริหารรุ่นใหม่ การถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ หลักการคิดและ วิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มาจากรากฐานที่แข็งแกร่ง ทางนิตยสารสัตว์บกได้รับเกียรติจาก หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อาร์เอ็มซี ฟาร์ม จำกัด คือ คุณชูศักดิ์ รัตนวนิชย์โรจน์ ได้มาเล่าถึงความเป็นมาของบริษัทและเทคนิคการเลือกสายพันธุ์

       การทำธุรกิจด้านปศุสัตว์ต้องการความเอาใจใส่ ดูแลอย่างพิถีพิถัน ฟาร์มที่ได้มาตรฐานก็เป็นส่วนหนึ่งที่ สำคัญ เพื่อบ่งบอกการจัดการภายในฟาร์มที่ดีได้รับการ ตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ บริษัท อาร์เอ็มซี ฟาร์ม เป็นต้นแบบฟาร์มที่สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้ และยังมี ธุรกิจที่ต่อยอดออกมาคือการแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก เนื้อสุกร นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ใช้ชื่อภายใต้ แบรนด์ CK Food เพื่อเป็นการผลิตจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ให้ผู้บริโภคมั่นใจในสินค้าที่ใช้วัตถุดิบที่ได้มาตรฐานจากฟาร์ม

       บริษัท อาร์เอ็มซี ฟาร์ม จำกัด มีผู้ร่วมกันก่อตั้ง อยู่ 2 ท่านคือ คุณมงคลและคุณชูศักดิ์ สองพี่น้องตระกูล รัตนวนิชย์โรจน์ โดยเริ่มแรกทำธุรกิจจากการขาย ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการเกษตรภายใต้ชื่อร้านเจริญกิจ เกษตรภัณฑ์ หลังจากนั้นได้เริ่มต้นธุรกิจฟาร์มสุกรมีพ่อ พันธุ์เพียง 4 ตัวและแม่พันธุ์ 60 ตัว ซึ่งฟาร์มได้มีการ พัฒนาสายพันธุ์สุกรเองจนเกิดผลผลิตในปริมาณที่มาก พอที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคใน แถบภาคอีสานได้ ทั้งในด้านคุณภาพ โดยมีสายพันธุ์ที่ดี และคุณภาพซากที่สวยเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น ในปัจจุบันทางฟาร์มมีสุกรแม่พันธุ์ 5,000 แม่ PSY 32 ตัว/ แม่/ปี ซึ่งภายในฟาร์มมีการทดแทนพ่อแม่พันธุ์ครบวงจร ตั้งแต่ระดับทวดพันธุ์(GGP) ปู่ย่าพันธุ์ (GP) และพ่อแม่ พันธุ์ (PS) การจัดการภายในฟาร์มเป็นระบบ Two-sites system คือ การเลี้ยงตั้งแต่หย่านมจนถึงขุนและส่งไป เลี้ยงต่อในโครงการจ้างเลี้ยงของฟาร์ม โครงการจ้างเลี้ยง นั้นทางฟาร์มจะเป็นผู้คัดเลือกเกษตรกรผู้เลี้ยงด้วยตนเอง พร้อมทั้งออกแบบฟาร์มจ้างเลี้ยงให้ได้มาตรฐานตามข้อ กำหนดของฟาร์ม ส่วนทางด้านผลผลิตและการตลาดทาง ฟาร์มจะเป็นผู้ดำเนินการ โดยมีทีมนักวิชาการออกให้ บริการและตรวจเยี่ยมเกษตรกรในโครงการคอยช่วยเหลือ ให้เกษตรกรมีผลผลิตที่สูงขึ้น คอยแก้ไขปัญหาสุขภาพ ตลอดระยะเวลาเลี้ยง 145 วัน น้ำหนักสุกรที่มีชีวิตจับขาย อยู่ที่ประมาณ 110-115 กิโลกรัม

จากผู้บริหารรุ่นใหญ่สู่ผู้บริหารรุ่นใหม่

เราไม่ใช่ผู้เลี้ยงหมู แต่หมูต่างหากที่เลี้ยงเรา” คำกล่าวนี้เป็นของคุณชูศักดิ์ รัตนวนิชย์โรจน์ กรรมการผู้จัดการ ใน RMC Farm หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท การเลี้ยง หมูเป็นเรื่องของศาสตร์และศิลป์ ปัจจัยทุกอย่างต้องหนัก แน่นทั้งด้านสายพันธุ์ อาหาร โรงเรือน “ในเมื่อเขานอน หลับกินอิ่ม ผลผลิตก็จะดี” นั่นคือนิยามในการเลี้ยงสุกร การสร้างรากฐานให้แข็งแรง มีธุรกิจที่แยกแขนงออกไป เพื่อเป็นการลดความเสี่ยง สร้างเครดิตทางด้านธุรกิจ สังคม ความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ก้าวต่อไปในอนาคตที่มั่นคง ทั้งยังปฏิบัติตัวเองให้เป็นตัวอย่างที่ดี แสดงความกตัญญู ต่อผู้มีพระคุณ ทำหน้าที่คำว่าพ่อ ให้ครอบครัวมีความสุข เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ เรื่องความซื่อสัตย์เป็นเรื่องที่สำคัญ ทำให้ RMC Farm มีวันนี้เป็นปึกแผ่นและรากฐานให้คน รุ่นต่อไป แนวความคิดที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนทั้งด้าน การเลี้ยงสุกรและต้นแบบการปฏิบัติตัวในด้านครอบครัว สามารถส่งต่อให้กับคนรุ่นใหม่ได้ความเก่าและใหม่ไม่ได้ แตกต่างกันเสมอไปแต่เป็นการต่อยอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้เพิ่มพูนมากขึ้นจากรากฐานที่มั่นคงในการทำธุรกิจสุกร มาแล้ว 37 ปีมีการพัฒนาไม่หยุดนิ่ง มีการเปลี่ยนแปลง หลายๆ ด้านโดยการทำงานร่วมกันของคุณชูศักดิ์และคุณ ศราวุฒิ มีการปลูกจิตสำนึกในการรักอาชีพให้กับทายาท จากรุ่นสู่รุ่น โดยให้ลูกๆ ได้สัมผัสได้มีประสบการณ์ตรง ในการเข้าฟาร์มดูการทำคลอด คลุกแป้งลูกหมู อุ้มลูกหมู ทำให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

       คุณศราวุฒิ รัตนวนิชย์โรจน์ อยู่ในตำแหน่งผู้ จัดการฝ่ายผลิตโรงงานอาหารสัตว์ ฝ่ายจัดซื้อและกำลัง ได้รับตำแหน่งใหม่ก็คือ ผู้จัดการโครงการสุกรขุน เพื่อมา ช่วยงานบริหารร่วมกับคุณพ่อ หลังจากจบการศึกษาด้าน บริหารจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) แล้วก็ทำงาน ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับเคมีภัณฑ์ทาง ด้านปศุสัตว์มาเป็นระยะเวลา 2 ปี และได้กลับมาช่วย งานที่ฟาร์มเป็นเวลา 10 ปีแล้ว RMC Farm เป็นฟาร์มที่ อยู่ใกล้กับชุมชนมาก ดังนั้นต้องมีการจัดการที่ดี มีการ พัฒนารูปแบบการเลี้ยงเป็นระบบ อีแวป (Evap) มาหลาย สิบปี ส่วนหนึ่งมาจากการสร้างใหม่และบางส่วนมีการ ดัดแปลงจากโครงสร้างเก่า การจัดการในแต่ละวันจะเริ่ม ต้นด้วยการให้อาหารทำความสะอาดและเดินตรวจ สุขภาพในขณะที่สุกรกำลังกินอาหารเพื่อสังเกตสิ่งที่เกิด ขึ้นซึ่งถ้ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นก็จะได้ดำเนินการจัดการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพราะว่าถ้าสุกรป่วยเป็น ระยะเวลานานจะทำให้การรักษานั้นยากมากขึ้น

การให้อาหารสุกรในแต่ละช่วงอายุจะต่างกันออก ไปช่วงลูกสุกรจะให้อาหารบ่อยครั้ง ส่วนแม่พันธุ์จะให้ อาหารวันละ 2-3 รอบ ปัจจุบัน RMC Farm มีกำลังการ ผลิตอาหารสุกรอยู่ที่ 3,500 ตัน/เดือน ผลิตตั้งแต่อาหาร ลูกสุกรถึงสุกรพันธุ์มีสูตรอาหารเอง และทำการทดลอง ภายในฟาร์มเอง โดยแบ่งกลุ่มทดลองและควบคุมอย่าง ใกล้ชิด ในแต่ละสูตรอาหารจะมีวัตถุดิบที่เป็นพื้นฐาน เช่น ปลายข้าว รำ รำสกัด มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์จาก ถั่ว ส่วนกากถั่วเหลืองหมักและปลาป่น ซึ่งซื้อมาจาก บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด โดยการซื้อขายก็ จะแจ้งคุณสมบัติที่ต้องการมีการกำหนดคุณภาพ และข้อ กำหนดทางด้านนวัตกรรม เช่น กินแล้วท้องจะไม่เสีย Feed in take ต้องดีขึ้น ตัวเลขประสิทธิภาพต้องดีขึ้น มี การสุ่มตรวจวัตถุดิบให้ได้ตรงตามมาตรฐานทุกเดือนเพื่อ คุณภาพที่ดีขึ้น

ในการปรับปรุงพันธุ์ RMC Farm ได้นำเข้าพ่อพันธุ์ เดนมาร์ก มีการบินไปดูและเลือกสายพันธุ์ที่ดีที่สุดเอามา ทำสายพันธุ์ต่อนี่ เป็นส่ วนหนึ่ งที่ทำให้ลูกดก สายพันธุ์พ่อจะเป็นดูร็อค สายพันธุ์แม่เป็นแลนเรซกับลาร์จไวท์ พัฒนาสายพันธุ์จนนิ่งเป็นสายพันธุ์ของ RMC เพื่อตอบ สนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการหัวเล็กกระดูกเล็ก เนื้อเยอะ ซึ่งพัฒนาแล้วเป็นสายพันธุ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ เป็นอย่างดี FCR, ADG ดีกว่าสมัยก่อน แต่ทุกครั้งที่มีการ พัฒนาสายพันธุ์ จะดูการเจริญเติบโต ความทนทานต่อ โรค ถ้าหมูลูกดกมาก ตามหลักจะเปราะบางมากขึ้น จะ ต้องเข้าใจและดูแลการจัดการมากขึ้น แล้วค่อยๆ ปรับ ตามความต้องการ ซึ่งแต่ละฟาร์มก็จะไม่เหมือนกัน ต้องหาจุดยืนของตนเองเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพ การคัด เลื อกพ่อแม่พันธุ์เพื่อให้ได้พ่อพั นธุ ์แม่พันธุ์ ที่ดีต้องดูหลาย ขั้นตอน ช่วงแรกที่เริ่มต้นการคัดสายพันธุ์ ก็ได้เชิญ อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเข้ามาเป็นที่ปรึกษาโดยให้มาช่วย วางระบบ การไขว้สายจนพันธุ์นิ่ง แต่เราก็ยังไม่หยุดนิ่ง แค่นั้น มีการปรับปรุงตลอดเวลา ต่อยอดเรื่อยๆ เอา ลักษณะเด่นออกมา ใช้เวลาพัฒนาทั้งหมด 11 ปี และ การคัดพันธุ์จะเอาศาสตร์ของคนจีนสมัยก่อนที่ยังมีการคลุมถุงชนอยู่ ที่มีการคัดหญิงสาวเพื่อให้มาเป็นลูกสะใภ้ ของสุกรก็เช่นกันจะมีการคัดหลายขั้นตอน เริ่มตั้งแต่รูป ร่างลักษณะ การกินได้ ร่างกายแข็งแรง ขาแข็งแรง ช่วง ตัวลึกยาว มีเต้านมที่สมบูรณ์มีอย่างน้อย 14 เต้า หัวนม ไม่บอด การเดินต้องไม่เหมือนเป็ดขาไม่ถ่างอวัยวะเพศ ต้องสมบูรณ์ อายุเริ่มผสมต้อง 8 เดือนถึง 8เดือนครึ่ง น้ำหนักต้อง 140 กิโลกรัม ดูถึงลักษณะการเลี้ยงลูก การให้ นมต้องดีทุกอย่างต้องพร้อมและเหมาะสม เปอร์เซ็นต์การ คัดจึงอยู่ที่ 25-30% ส่วนพ่อพันธุ์ดูความแข็งแรงของขา ร่างกายสมบูรณ์ เริ่มรีดน้ำเชื้ออายุ 10 เดือน-1 ปี มีการ ตรวจสอบน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ก่อนนำไปผสมเทียม การรีดไม่ หักโหมเกินไป เริ่มรีดอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เมื่อสมบูรณ์พันธุ์ ขึ้นจะรีด 4 วันต่อ 1 ครั้ง

       การจัดการด้านแรงงาน พนักงานจะมีคนไทย ประมาณ 70% นอกนั้นเป็นแรงงานต่างชาติมีทั้งกัมพูชา และพม่ามี ในอัตราส่วนอย่างละครึ่งหนึ่ง การให้ สวัสดิการสิทธิประโยชน์จะให้เท่ากับคนไทยทั้งหมด การ ที่มีแรงงานต่างชาติ จะมีปัญหาด้านการสื่อสารบ้างแต่จะ มีคนช่วยดูแลจนกว่าจะสื่อสารภาษาไทยได้ ในทางกลับ กันคนไทยต้องเรียนรู้ภาษาต่างประเทศด้วยเช่นกัน มีการ อบรมหน้าที่ก่อนเริ่มปฎิบัติงานจริง นอกจากนี้แรงงาน ต่างชาติที่หมดระยะเวลาแล้วต้องกลับประเทศเพื่อไปทำ MOU ซึ่งผ่านหลายขั้นตอน ซึ่งมองในอนาคตประเทศ เพื่อนบ้านมีการเติบโตขึ้นแรงงานเหล่านี้อาจจะกลับไป ประเทศของตนเองก็เป็นได้ แต่สิ่งที่ช่วยได้ตอนนี้คือความ เป็นอยู่ที่ดีจะมีบ้านพักให้ค่าน้ำฟรีแต่ค่าไฟจะคิดอยู่ที่ หน่วยละ 3 บาท มีพื้นที่ให้ปลูกพืชผักสวนครัวเป็นรายได้ เสริมหลังเลิกงาน นอกจากด้านแรงงานแล้วด้านความ ปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญ ปัจจุบันเรามีระบบไบโอซิเคียวริตี้ (Biosecurity) ที่ดี ในการจัดการด้านความสะอาดและ ปลอดภัยทั้งเรื่องคนและการฆ่าเชื้อเพราะเมื่อก่อนทาง ฟาร์มเคยได้รับผลกระทบมาและต้องใช้เวลาฟื้นฟูสุกร ภายในฟาร์มเป็นระยะเวลานาน 7-8 เดือนเพื่อให้กลับเข้า มาสู่สภาวะปกติได้ สิ่งหนึ่งที่ได้มาคือการเรียนรู้ว่าต้องมี มาตรการป้องกันและมีมาตรการรองรับอย่างรวดเร็วและถูกต้อง

       การที่ฟาร์มอยู่ใกล้ชุมชนจึงต้องใส่ใจดูแลเรื่องกลิ่น และสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษภายในฟาร์มจะมีบ่อไบโอแก๊สขนาดใหญ่อยู่ 2 บ่อ เป็นระบบบ่อหมักชีวภาพ แบบ Covered lagoon และระบบบ่อหมักชีวภาพ แบบ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) โดยนำมูลสุกรเข้าไปที่บ่อ ระบบของ มช.ก่อนเพื่อทำการหมักแล้วค่อยส่งต่อเข้าบ่อ ของCovered lagoon เพื่อผ่านกระบวนการหมักให้นาน ที่สุดและได้แก๊สออกมามากที่สุด จากนั้นนำน้ำที่ได้ผ่าน บ่อบำบัดน้ำเสีย แล้วจึงนำน้ำมาใช้ที่ฟาร์มอีกครั้ง ส่วน น้ำที่อยู่บ่อสุดท้ายจะถูกดึงไปใช้รดน้ำต้นไม้และสวน ปาล์มที่ปลูกไว้หลังฟาร์มประมาณร้อยกว่าไร่ ส่วนกระแส ไฟที่ได้มานั้นก็จะนำมาใช้ภายในฟาร์ม กากที่ได้จาก กระบวนการหมักก็จะนำไปตากแห้งกลายเป็นปุ๋ยชีวภาพ นำไปใช้ในสวนและก็มีเกษตรกรมาซื้อไปใช้ด้วยเช่นกัน

ด้านการตลาดมีการจำหน่ายให้กับหน้าเขียงที่เข้า มาซื้อที่ฟาร์ม ทั้งรายใหญ่ รายกลาง รายย่อย ปัจจุบัน ได้ ก็มีการขยายตลาดโดยมีน้องชายทำเขียงเองอยู่ที่ โคราชซึ่งถือเป็นการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายอีกทาง หนึ่ง ราคาสุกรเป็นปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจเจริญเติบโตขึ้น ตอนนี้ราคาสุกรมีการขึ้นลงอย่างรวดเร็ว และมีปัจจัยอีก หลายอย่างที่ควบคุมไม่ได้ ทำให้ทางฟาร์มหันมาให้ความ สำคัญกับการดูแลเรื่องต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น โดยทางฟาร์มได้ลดความสูญเปล่าจากการมี สินค้าคงคลังมากเกินไป ลดความสูญเปล่าจากการขนส่ง ลดความสูญเปล่าจากการผลิตอาหารมากเกินไป ลด ความสูญเปล่าจากการใช้สินค้าหรืออุปกรณ์อย่างไม่มี ประสิทธิภาพ เป็นต้น ในส่วนนี้จำเป็นต้องให้พนักงานทุก ฝ่ายเกิดความตระหนัก และร่วมมือกันทำให้บรรลุเป้า หมายให้ได้

       สิ่งที่อยากฝากไว้ให้กับผู้เลี้ยงสุกรในปัจจุบันคือเรา ต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค สังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มากขึ้น โดยการลดและไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ และถ้ามี ระบบที่ทำให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้ถึงที่มาของ ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อไปว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีจริงแล้ว เขาจะให้ความสำคัญกับเราและไม่เปลี่ยนใจ

ผลิตภัณฑ์ใหม่ในชื่อแบรนด์ CK food

ธุรกิจแปรรูปเป็นการต่อยอดจากธุรกิจฟาร์มโดย การแปรรูปเนื้อสุกรที่มีอยู่ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อแบรนด์CK food โดยมีคุณอังคณา รัตนวนิชย์โรจน์ เป็นผู้ดูแลผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อแบรนด์ CK food มีหลากหลายดังนี้

ผลิตภัณฑ์เนื้อหมู “หมูฝอยเบรกแตก” เป็นสูตร พิเศษและมีจุดเด่นตรงความกรอบ กลิ่นหอมจากหอม เจียว รสชาดกลมกล่อม ที่สำคัญไม่ใส่สารกันบูด ไม่เจือ สี ไม่ใส่ผงฟู เก็บรักษาได้นาน 6 เดือน ยิ่งแช่ในตู้เย็นก็ ยิ่งกรอบอร่อย จำหน่ายในราคาที่ย่อมเยา และวัตถุดิบ คุณภาพที่นำมาผลิตมาจาก RMC Farm ของเรา จึงทำให้ ผู้บริโภคมั่นใจได้ในมาตรฐานความปลอดภัย 

        ผลิตภัณฑ์น้ำพริกมีน้ำพริกกุ้งเสียบชาววังน้ำพริกแมงดา น้ำพริกปลาป่น น้ำพริกปลาย่าง ที่มีรสชาดกลม กล่อม ไม่ใส่สารกันบูด ไม่เจือสี เราได้คัดสรรวัตถุดิบ อย่างดีมาเป็นส่วนผสมและปรุงรสให้อร่อยทุกผลิตภัณฑ์ ได้ผ่านการทดสอบเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีและที่สำคัญเรา ทำด้วยความตั้งใจจริงต่อผู้บริโภค

        ผลิตภัณฑ์ข้าว “ข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้ จากการประกวดและได้รับรางวัลที่ 1 เป็นข้าวหอมมะลิ ที่อร่อยที่สุด มีความหอมพิเศษ เราคัดสรรเฉพาะเกรดเอ มาแพคบรรจุจำหน่าย “ข้าวกล้องหอมมะลิ” และ”ข้าว ไรซ์เบอร์รี่”สำหรับคนรักสุขภาพ ราคาข้าวก็จะขายตามราคาความเป็นจริงในตลาดโดยจะไม่เอาเปรียบผู้บริโภค เพราะมองว่า “เราอยากให้คนไทยได้กินข้าวที่ดีมี คุณภาพ”

กาแฟเมล็ด สายพันธุ์อาราบิก้า ดำเนินงานโดย บริษัท ซี.เค.เอส ไร่กาแฟ ปากซอง สปป.ลาว ที่ราบสูง โบโลเว่น ซึ่งได้ทำการปลูกมา 4 ปีแล้ว เป็นที่ราบสูงที่มี ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1100 เมตร มีสภาพภูมิอากาศเย็นตลอดปี ซึ่งเหมาะกับการปลูกของสายพันธุ์นี้ “เรา เรียนรู้เรื่องสายพันธุ์ การปลูก กระบวนการเก็บ การคั่ว การชง การชิม มาเป็นอย่างดี เราขายทั้งเมล็ดกาแฟดิบ และเมล็ดกาแฟที่คั่วแล้ว การคั่วกาแฟของเราจะคั่วแบบ สดใหม่ จึงทำให้กาแฟที่ชงออกมาแล้วมีรสชาดดี เป็นรสชาด ของกาแฟอาราปิก้าแท้ๆ ดื่มได้เลยโดยไม่ต้องปรุงแต่งเพิ่ม”

       นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอื่นๆ อีกคือ ธุรกิจพลังงาน ทดแทนด้านพลังงานสะอาด “บริษัท ซี.เค.แอนด์ซัน เอ็น เนอร์ยี่(ประเทศไทย) จำกัด ด้วยเงินลงทุน 1,000 ล้าน บาท มีแผงโซลาเซลล์ 8 เมกะวัตต์ บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ จะผลิตไฟฟ้าใช้ได้ประมาณ 4,000 ครัวเรือน

- บริษัท ซี.เค.มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เป็น ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อทาทา ในจังหวัดบุรีรัมย์

- บริษัท อาร์.เอ็ม.ซี.พร็อบเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งเป็น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่เกี่ยวกับเรื่องการให้เช่าเพื่อ พัฒนาพื้นที่

จากการสร้างธุรกิจที่ต้องต่อสู้กับกระแสเศรษฐกิจ ทำให้หลายแห่งต้องพัฒนาตนเองขึ้นเรื่อยๆ เพื่อการวาง รากฐานให้แข็งแกร่ง จากผู้บริหารรุ่นใหญ่ที่มากด้วย ประสบการณ์ส่งต่อธุรกิจให้แก่ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้ต่อยอด ธุรกิจที่มีอยู่ โดยใช้ความรู้ ความสามารถและเทคโนโลยี เข้ามาช่วยในการบริหารงาน ในฐานะที่คุณศราวุฒิ เป็น ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้ฝากแนวคิดไว้ว่า “เนื่องจากเราเป็นรุ่น ที่สอง ก็อยากทำสิ่งที่มีอยู่เดิมนั้นให้เติบโตอย่างมั่นคง ธุรกิจทุกอย่างที่ทำออกมาก็ต้องเติบโตอย่างยั่งยืน ค่อย เป็นค่อยไป และประกอบธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล มี ความรับผิดชอบต่อสังคม มีจรรยาบรรณ มีศีลธรรมอัน ดีในการประกอบธุรกิจ ซื่อตรงต่อตัวเองและลูกค้าของเรา”

วงการปศุสัตว์ในไทย มีมานานหลายสิบปีจนพัฒนาให้มีความทันสมัย ปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับ มีนักธุรกิจหลายท่านที่มองเห็นโอกาสในด้านการลงทุนสร้าง ธุรกิจด้านปศุสัตว์เพราะมองเห็นการเติบโตของวงการปศุสัตว์ไทย หลากหลายฟาร์ม มีการก่อตั้งมาอย่างยาวนาน สั่งสมประสบการณ์ พัฒนาความรู้ ความสามารถจน เป็นที่ยอมรับ บริษัท อาร์เอ็มซี ฟาร์ม จำกัด ก็เป็นต้นแบบฟาร์มอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับ มาตรฐาน จนกระทั่งเป็นที่ศึกษาดูงานมาแล้วกว่า 50 ประเทศทั่วโลก จากประสบการณ์ รุ่นสู่รุ่นก่อให้เกิดนักบริหารรุ่นใหม่ การถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ หลักการคิดและ วิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มาจากรากฐานที่แข็งแกร่ง ทางนิตยสารสัตว์บกได้รับเกียรติจาก หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อาร์เอ็มซี ฟาร์ม จำกัด คือ คุณชูศักดิ์ รัตนวนิชย์โรจน์ ได้มาเล่าถึงความเป็นมาของบริษัทและเทคนิคการเลือกสายพันธุ์

       การทำธุรกิจด้านปศุสัตว์ต้องการความเอาใจใส่ ดูแลอย่างพิถีพิถัน ฟาร์มที่ได้มาตรฐานก็เป็นส่วนหนึ่งที่ สำคัญ เพื่อบ่งบอกการจัดการภายในฟาร์มที่ดีได้รับการ ตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ บริษัท อาร์เอ็มซี ฟาร์ม เป็นต้นแบบฟาร์มที่สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้ และยังมี ธุรกิจที่ต่อยอดออกมาคือการแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก เนื้อสุกร นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ใช้ชื่อภายใต้ แบรนด์ CK Food เพื่อเป็นการผลิตจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ให้ผู้บริโภคมั่นใจในสินค้าที่ใช้วัตถุดิบที่ได้มาตรฐานจากฟาร์ม

       บริษัท อาร์เอ็มซี ฟาร์ม จำกัด มีผู้ร่วมกันก่อตั้ง อยู่ 2 ท่านคือ คุณมงคลและคุณชูศักดิ์ สองพี่น้องตระกูล รัตนวนิชย์โรจน์ โดยเริ่มแรกทำธุรกิจจากการขาย ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการเกษตรภายใต้ชื่อร้านเจริญกิจ เกษตรภัณฑ์ หลังจากนั้นได้เริ่มต้นธุรกิจฟาร์มสุกรมีพ่อ พันธุ์เพียง 4 ตัวและแม่พันธุ์ 60 ตัว ซึ่งฟาร์มได้มีการ พัฒนาสายพันธุ์สุกรเองจนเกิดผลผลิตในปริมาณที่มาก พอที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคใน แถบภาคอีสานได้ ทั้งในด้านคุณภาพ โดยมีสายพันธุ์ที่ดี และคุณภาพซากที่สวยเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น ในปัจจุบันทางฟาร์มมีสุกรแม่พันธุ์ 5,000 แม่ PSY 32 ตัว/ แม่/ปี ซึ่งภายในฟาร์มมีการทดแทนพ่อแม่พันธุ์ครบวงจร ตั้งแต่ระดับทวดพันธุ์(GGP) ปู่ย่าพันธุ์ (GP) และพ่อแม่ พันธุ์ (PS) การจัดการภายในฟาร์มเป็นระบบ Two-sites system คือ การเลี้ยงตั้งแต่หย่านมจนถึงขุนและส่งไป เลี้ยงต่อในโครงการจ้างเลี้ยงของฟาร์ม โครงการจ้างเลี้ยง นั้นทางฟาร์มจะเป็นผู้คัดเลือกเกษตรกรผู้เลี้ยงด้วยตนเอง พร้อมทั้งออกแบบฟาร์มจ้างเลี้ยงให้ได้มาตรฐานตามข้อ กำหนดของฟาร์ม ส่วนทางด้านผลผลิตและการตลาดทาง ฟาร์มจะเป็นผู้ดำเนินการ โดยมีทีมนักวิชาการออกให้ บริการและตรวจเยี่ยมเกษตรกรในโครงการคอยช่วยเหลือ ให้เกษตรกรมีผลผลิตที่สูงขึ้น คอยแก้ไขปัญหาสุขภาพ ตลอดระยะเวลาเลี้ยง 145 วัน น้ำหนักสุกรที่มีชีวิตจับขาย อยู่ที่ประมาณ 110-115 กิโลกรัม

จากผู้บริหารรุ่นใหญ่สู่ผู้บริหารรุ่นใหม่

เราไม่ใช่ผู้เลี้ยงหมู แต่หมูต่างหากที่เลี้ยงเรา” คำกล่าวนี้เป็นของคุณชูศักดิ์ รัตนวนิชย์โรจน์ กรรมการผู้จัดการ ใน RMC Farm หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท การเลี้ยง หมูเป็นเรื่องของศาสตร์และศิลป์ ปัจจัยทุกอย่างต้องหนัก แน่นทั้งด้านสายพันธุ์ อาหาร โรงเรือน “ในเมื่อเขานอน หลับกินอิ่ม ผลผลิตก็จะดี” นั่นคือนิยามในการเลี้ยงสุกร การสร้างรากฐานให้แข็งแรง มีธุรกิจที่แยกแขนงออกไป เพื่อเป็นการลดความเสี่ยง สร้างเครดิตทางด้านธุรกิจ สังคม ความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ก้าวต่อไปในอนาคตที่มั่นคง ทั้งยังปฏิบัติตัวเองให้เป็นตัวอย่างที่ดี แสดงความกตัญญู ต่อผู้มีพระคุณ ทำหน้าที่คำว่าพ่อ ให้ครอบครัวมีความสุข เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ เรื่องความซื่อสัตย์เป็นเรื่องที่สำคัญ ทำให้ RMC Farm มีวันนี้เป็นปึกแผ่นและรากฐานให้คน รุ่นต่อไป แนวความคิดที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนทั้งด้าน การเลี้ยงสุกรและต้นแบบการปฏิบัติตัวในด้านครอบครัว สามารถส่งต่อให้กับคนรุ่นใหม่ได้ความเก่าและใหม่ไม่ได้ แตกต่างกันเสมอไปแต่เป็นการต่อยอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้เพิ่มพูนมากขึ้นจากรากฐานที่มั่นคงในการทำธุรกิจสุกร มาแล้ว 37 ปีมีการพัฒนาไม่หยุดนิ่ง มีการเปลี่ยนแปลง หลายๆ ด้านโดยการทำงานร่วมกันของคุณชูศักดิ์และคุณ ศราวุฒิ มีการปลูกจิตสำนึกในการรักอาชีพให้กับทายาท จากรุ่นสู่รุ่น โดยให้ลูกๆ ได้สัมผัสได้มีประสบการณ์ตรง ในการเข้าฟาร์มดูการทำคลอด คลุกแป้งลูกหมู อุ้มลูกหมู ทำให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

       คุณศราวุฒิ รัตนวนิชย์โรจน์ อยู่ในตำแหน่งผู้ จัดการฝ่ายผลิตโรงงานอาหารสัตว์ ฝ่ายจัดซื้อและกำลัง ได้รับตำแหน่งใหม่ก็คือ ผู้จัดการโครงการสุกรขุน เพื่อมา ช่วยงานบริหารร่วมกับคุณพ่อ หลังจากจบการศึกษาด้าน บริหารจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) แล้วก็ทำงาน ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับเคมีภัณฑ์ทาง ด้านปศุสัตว์มาเป็นระยะเวลา 2 ปี และได้กลับมาช่วย งานที่ฟาร์มเป็นเวลา 10 ปีแล้ว RMC Farm เป็นฟาร์มที่ อยู่ใกล้กับชุมชนมาก ดังนั้นต้องมีการจัดการที่ดี มีการ พัฒนารูปแบบการเลี้ยงเป็นระบบ อีแวป (Evap) มาหลาย สิบปี ส่วนหนึ่งมาจากการสร้างใหม่และบางส่วนมีการ ดัดแปลงจากโครงสร้างเก่า การจัดการในแต่ละวันจะเริ่ม ต้นด้วยการให้อาหารทำความสะอาดและเดินตรวจ สุขภาพในขณะที่สุกรกำลังกินอาหารเพื่อสังเกตสิ่งที่เกิด ขึ้นซึ่งถ้ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นก็จะได้ดำเนินการจัดการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพราะว่าถ้าสุกรป่วยเป็น ระยะเวลานานจะทำให้การรักษานั้นยากมากขึ้น

การให้อาหารสุกรในแต่ละช่วงอายุจะต่างกันออก ไปช่วงลูกสุกรจะให้อาหารบ่อยครั้ง ส่วนแม่พันธุ์จะให้ อาหารวันละ 2-3 รอบ ปัจจุบัน RMC Farm มีกำลังการ ผลิตอาหารสุกรอยู่ที่ 3,500 ตัน/เดือน ผลิตตั้งแต่อาหาร ลูกสุกรถึงสุกรพันธุ์มีสูตรอาหารเอง และทำการทดลอง ภายในฟาร์มเอง โดยแบ่งกลุ่มทดลองและควบคุมอย่าง ใกล้ชิด ในแต่ละสูตรอาหารจะมีวัตถุดิบที่เป็นพื้นฐาน เช่น ปลายข้าว รำ รำสกัด มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์จาก ถั่ว ส่วนกากถั่วเหลืองหมักและปลาป่น ซึ่งซื้อมาจาก บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด โดยการซื้อขายก็ จะแจ้งคุณสมบัติที่ต้องการมีการกำหนดคุณภาพ และข้อ กำหนดทางด้านนวัตกรรม เช่น กินแล้วท้องจะไม่เสีย Feed in take ต้องดีขึ้น ตัวเลขประสิทธิภาพต้องดีขึ้น มี การสุ่มตรวจวัตถุดิบให้ได้ตรงตามมาตรฐานทุกเดือนเพื่อ คุณภาพที่ดีขึ้น

ในการปรับปรุงพันธุ์ RMC Farm ได้นำเข้าพ่อพันธุ์ เดนมาร์ก มีการบินไปดูและเลือกสายพันธุ์ที่ดีที่สุดเอามา ทำสายพันธุ์ต่อนี่ เป็นส่ วนหนึ่ งที่ทำให้ลูกดก สายพันธุ์พ่อจะเป็นดูร็อค สายพันธุ์แม่เป็นแลนเรซกับลาร์จไวท์ พัฒนาสายพันธุ์จนนิ่งเป็นสายพันธุ์ของ RMC เพื่อตอบ สนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการหัวเล็กกระดูกเล็ก เนื้อเยอะ ซึ่งพัฒนาแล้วเป็นสายพันธุ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ เป็นอย่างดี FCR, ADG ดีกว่าสมัยก่อน แต่ทุกครั้งที่มีการ พัฒนาสายพันธุ์ จะดูการเจริญเติบโต ความทนทานต่อ โรค ถ้าหมูลูกดกมาก ตามหลักจะเปราะบางมากขึ้น จะ ต้องเข้าใจและดูแลการจัดการมากขึ้น แล้วค่อยๆ ปรับ ตามความต้องการ ซึ่งแต่ละฟาร์มก็จะไม่เหมือนกัน ต้องหาจุดยืนของตนเองเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพ การคัด เลื อกพ่อแม่พันธุ์เพื่อให้ได้พ่อพั นธุ ์แม่พันธุ์ ที่ดีต้องดูหลาย ขั้นตอน ช่วงแรกที่เริ่มต้นการคัดสายพันธุ์ ก็ได้เชิญ อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเข้ามาเป็นที่ปรึกษาโดยให้มาช่วย วางระบบ การไขว้สายจนพันธุ์นิ่ง แต่เราก็ยังไม่หยุดนิ่ง แค่นั้น มีการปรับปรุงตลอดเวลา ต่อยอดเรื่อยๆ เอา ลักษณะเด่นออกมา ใช้เวลาพัฒนาทั้งหมด 11 ปี และ การคัดพันธุ์จะเอาศาสตร์ของคนจีนสมัยก่อนที่ยังมีการคลุมถุงชนอยู่ ที่มีการคัดหญิงสาวเพื่อให้มาเป็นลูกสะใภ้ ของสุกรก็เช่นกันจะมีการคัดหลายขั้นตอน เริ่มตั้งแต่รูป ร่างลักษณะ การกินได้ ร่างกายแข็งแรง ขาแข็งแรง ช่วง ตัวลึกยาว มีเต้านมที่สมบูรณ์มีอย่างน้อย 14 เต้า หัวนม ไม่บอด การเดินต้องไม่เหมือนเป็ดขาไม่ถ่างอวัยวะเพศ ต้องสมบูรณ์ อายุเริ่มผสมต้อง 8 เดือนถึง 8เดือนครึ่ง น้ำหนักต้อง 140 กิโลกรัม ดูถึงลักษณะการเลี้ยงลูก การให้ นมต้องดีทุกอย่างต้องพร้อมและเหมาะสม เปอร์เซ็นต์การ คัดจึงอยู่ที่ 25-30% ส่วนพ่อพันธุ์ดูความแข็งแรงของขา ร่างกายสมบูรณ์ เริ่มรีดน้ำเชื้ออายุ 10 เดือน-1 ปี มีการ ตรวจสอบน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ก่อนนำไปผสมเทียม การรีดไม่ หักโหมเกินไป เริ่มรีดอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เมื่อสมบูรณ์พันธุ์ ขึ้นจะรีด 4 วันต่อ 1 ครั้ง

       การจัดการด้านแรงงาน พนักงานจะมีคนไทย ประมาณ 70% นอกนั้นเป็นแรงงานต่างชาติมีทั้งกัมพูชา และพม่ามี ในอัตราส่วนอย่างละครึ่งหนึ่ง การให้ สวัสดิการสิทธิประโยชน์จะให้เท่ากับคนไทยทั้งหมด การ ที่มีแรงงานต่างชาติ จะมีปัญหาด้านการสื่อสารบ้างแต่จะ มีคนช่วยดูแลจนกว่าจะสื่อสารภาษาไทยได้ ในทางกลับ กันคนไทยต้องเรียนรู้ภาษาต่างประเทศด้วยเช่นกัน มีการ อบรมหน้าที่ก่อนเริ่มปฎิบัติงานจริง นอกจากนี้แรงงาน ต่างชาติที่หมดระยะเวลาแล้วต้องกลับประเทศเพื่อไปทำ MOU ซึ่งผ่านหลายขั้นตอน ซึ่งมองในอนาคตประเทศ เพื่อนบ้านมีการเติบโตขึ้นแรงงานเหล่านี้อาจจะกลับไป ประเทศของตนเองก็เป็นได้ แต่สิ่งที่ช่วยได้ตอนนี้คือความ เป็นอยู่ที่ดีจะมีบ้านพักให้ค่าน้ำฟรีแต่ค่าไฟจะคิดอยู่ที่ หน่วยละ 3 บาท มีพื้นที่ให้ปลูกพืชผักสวนครัวเป็นรายได้ เสริมหลังเลิกงาน นอกจากด้านแรงงานแล้วด้านความ ปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญ ปัจจุบันเรามีระบบไบโอซิเคียวริตี้ (Biosecurity) ที่ดี ในการจัดการด้านความสะอาดและ ปลอดภัยทั้งเรื่องคนและการฆ่าเชื้อเพราะเมื่อก่อนทาง ฟาร์มเคยได้รับผลกระทบมาและต้องใช้เวลาฟื้นฟูสุกร ภายในฟาร์มเป็นระยะเวลานาน 7-8 เดือนเพื่อให้กลับเข้า มาสู่สภาวะปกติได้ สิ่งหนึ่งที่ได้มาคือการเรียนรู้ว่าต้องมี มาตรการป้องกันและมีมาตรการรองรับอย่างรวดเร็วและถูกต้อง

       การที่ฟาร์มอยู่ใกล้ชุมชนจึงต้องใส่ใจดูแลเรื่องกลิ่น และสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษภายในฟาร์มจะมีบ่อไบโอแก๊สขนาดใหญ่อยู่ 2 บ่อ เป็นระบบบ่อหมักชีวภาพ แบบ Covered lagoon และระบบบ่อหมักชีวภาพ แบบ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) โดยนำมูลสุกรเข้าไปที่บ่อ ระบบของ มช.ก่อนเพื่อทำการหมักแล้วค่อยส่งต่อเข้าบ่อ ของCovered lagoon เพื่อผ่านกระบวนการหมักให้นาน ที่สุดและได้แก๊สออกมามากที่สุด จากนั้นนำน้ำที่ได้ผ่าน บ่อบำบัดน้ำเสีย แล้วจึงนำน้ำมาใช้ที่ฟาร์มอีกครั้ง ส่วน น้ำที่อยู่บ่อสุดท้ายจะถูกดึงไปใช้รดน้ำต้นไม้และสวน ปาล์มที่ปลูกไว้หลังฟาร์มประมาณร้อยกว่าไร่ ส่วนกระแส ไฟที่ได้มานั้นก็จะนำมาใช้ภายในฟาร์ม กากที่ได้จาก กระบวนการหมักก็จะนำไปตากแห้งกลายเป็นปุ๋ยชีวภาพ นำไปใช้ในสวนและก็มีเกษตรกรมาซื้อไปใช้ด้วยเช่นกัน

ด้านการตลาดมีการจำหน่ายให้กับหน้าเขียงที่เข้า มาซื้อที่ฟาร์ม ทั้งรายใหญ่ รายกลาง รายย่อย ปัจจุบัน ได้ ก็มีการขยายตลาดโดยมีน้องชายทำเขียงเองอยู่ที่ โคราชซึ่งถือเป็นการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายอีกทาง หนึ่ง ราคาสุกรเป็นปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจเจริญเติบโตขึ้น ตอนนี้ราคาสุกรมีการขึ้นลงอย่างรวดเร็ว และมีปัจจัยอีก หลายอย่างที่ควบคุมไม่ได้ ทำให้ทางฟาร์มหันมาให้ความ สำคัญกับการดูแลเรื่องต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น โดยทางฟาร์มได้ลดความสูญเปล่าจากการมี สินค้าคงคลังมากเกินไป ลดความสูญเปล่าจากการขนส่ง ลดความสูญเปล่าจากการผลิตอาหารมากเกินไป ลด ความสูญเปล่าจากการใช้สินค้าหรืออุปกรณ์อย่างไม่มี ประสิทธิภาพ เป็นต้น ในส่วนนี้จำเป็นต้องให้พนักงานทุก ฝ่ายเกิดความตระหนัก และร่วมมือกันทำให้บรรลุเป้า หมายให้ได้

       สิ่งที่อยากฝากไว้ให้กับผู้เลี้ยงสุกรในปัจจุบันคือเรา ต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค สังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มากขึ้น โดยการลดและไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ และถ้ามี ระบบที่ทำให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้ถึงที่มาของ ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อไปว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีจริงแล้ว เขาจะให้ความสำคัญกับเราและไม่เปลี่ยนใจ

ผลิตภัณฑ์ใหม่ในชื่อแบรนด์ CK food

ธุรกิจแปรรูปเป็นการต่อยอดจากธุรกิจฟาร์มโดย การแปรรูปเนื้อสุกรที่มีอยู่ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อแบรนด์CK food โดยมีคุณอังคณา รัตนวนิชย์โรจน์ เป็นผู้ดูแลผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อแบรนด์ CK food มีหลากหลายดังนี้

ผลิตภัณฑ์เนื้อหมู “หมูฝอยเบรกแตก” เป็นสูตร พิเศษและมีจุดเด่นตรงความกรอบ กลิ่นหอมจากหอม เจียว รสชาดกลมกล่อม ที่สำคัญไม่ใส่สารกันบูด ไม่เจือ สี ไม่ใส่ผงฟู เก็บรักษาได้นาน 6 เดือน ยิ่งแช่ในตู้เย็นก็ ยิ่งกรอบอร่อย จำหน่ายในราคาที่ย่อมเยา และวัตถุดิบ คุณภาพที่นำมาผลิตมาจาก RMC Farm ของเรา จึงทำให้ ผู้บริโภคมั่นใจได้ในมาตรฐานความปลอดภัย 

        ผลิตภัณฑ์น้ำพริกมีน้ำพริกกุ้งเสียบชาววังน้ำพริกแมงดา น้ำพริกปลาป่น น้ำพริกปลาย่าง ที่มีรสชาดกลม กล่อม ไม่ใส่สารกันบูด ไม่เจือสี เราได้คัดสรรวัตถุดิบ อย่างดีมาเป็นส่วนผสมและปรุงรสให้อร่อยทุกผลิตภัณฑ์ ได้ผ่านการทดสอบเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีและที่สำคัญเรา ทำด้วยความตั้งใจจริงต่อผู้บริโภค

        ผลิตภัณฑ์ข้าว “ข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้ จากการประกวดและได้รับรางวัลที่ 1 เป็นข้าวหอมมะลิ ที่อร่อยที่สุด มีความหอมพิเศษ เราคัดสรรเฉพาะเกรดเอ มาแพคบรรจุจำหน่าย “ข้าวกล้องหอมมะลิ” และ”ข้าว ไรซ์เบอร์รี่”สำหรับคนรักสุขภาพ ราคาข้าวก็จะขายตามราคาความเป็นจริงในตลาดโดยจะไม่เอาเปรียบผู้บริโภค เพราะมองว่า “เราอยากให้คนไทยได้กินข้าวที่ดีมี คุณภาพ”

กาแฟเมล็ด สายพันธุ์อาราบิก้า ดำเนินงานโดย บริษัท ซี.เค.เอส ไร่กาแฟ ปากซอง สปป.ลาว ที่ราบสูง โบโลเว่น ซึ่งได้ทำการปลูกมา 4 ปีแล้ว เป็นที่ราบสูงที่มี ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1100 เมตร มีสภาพภูมิอากาศเย็นตลอดปี ซึ่งเหมาะกับการปลูกของสายพันธุ์นี้ “เรา เรียนรู้เรื่องสายพันธุ์ การปลูก กระบวนการเก็บ การคั่ว การชง การชิม มาเป็นอย่างดี เราขายทั้งเมล็ดกาแฟดิบ และเมล็ดกาแฟที่คั่วแล้ว การคั่วกาแฟของเราจะคั่วแบบ สดใหม่ จึงทำให้กาแฟที่ชงออกมาแล้วมีรสชาดดี เป็นรสชาด ของกาแฟอาราปิก้าแท้ๆ ดื่มได้เลยโดยไม่ต้องปรุงแต่งเพิ่ม”

       นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอื่นๆ อีกคือ ธุรกิจพลังงาน ทดแทนด้านพลังงานสะอาด “บริษัท ซี.เค.แอนด์ซัน เอ็น เนอร์ยี่(ประเทศไทย) จำกัด ด้วยเงินลงทุน 1,000 ล้าน บาท มีแผงโซลาเซลล์ 8 เมกะวัตต์ บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ จะผลิตไฟฟ้าใช้ได้ประมาณ 4,000 ครัวเรือน

- บริษัท ซี.เค.มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เป็น ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อทาทา ในจังหวัดบุรีรัมย์

- บริษัท อาร์.เอ็ม.ซี.พร็อบเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งเป็น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่เกี่ยวกับเรื่องการให้เช่าเพื่อ พัฒนาพื้นที่

จากการสร้างธุรกิจที่ต้องต่อสู้กับกระแสเศรษฐกิจ ทำให้หลายแห่งต้องพัฒนาตนเองขึ้นเรื่อยๆ เพื่อการวาง รากฐานให้แข็งแกร่ง จากผู้บริหารรุ่นใหญ่ที่มากด้วย ประสบการณ์ส่งต่อธุรกิจให้แก่ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้ต่อยอด ธุรกิจที่มีอยู่ โดยใช้ความรู้ ความสามารถและเทคโนโลยี เข้ามาช่วยในการบริหารงาน ในฐานะที่คุณศราวุฒิ เป็น ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้ฝากแนวคิดไว้ว่า “เนื่องจากเราเป็นรุ่น ที่สอง ก็อยากทำสิ่งที่มีอยู่เดิมนั้นให้เติบโตอย่างมั่นคง ธุรกิจทุกอย่างที่ทำออกมาก็ต้องเติบโตอย่างยั่งยืน ค่อย เป็นค่อยไป และประกอบธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล มี ความรับผิดชอบต่อสังคม มีจรรยาบรรณ มีศีลธรรมอัน ดีในการประกอบธุรกิจ ซื่อตรงต่อตัวเองและลูกค้าของเรา”

Top