ศิริสมานฟาร์มเซียนสุกรและไก่ไข่ สำเร็จเพราะเก่งการบริหารศิริสมานฟาร์มเซียนสุกรและไก่ไข่ สำเร็จเพราะเก่งการบริหาร

จุดเริ่มต้นของการทำเกษตรแบบผสมผสาน คือ ต้องการลดปัญหา เรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะการทำฟาร์มมักจะมีของเสียหรือสิ่งปฏิกูล ซึ่งถือเป็น มลพิษทางอากาศ สร้างความเดือนร้อนให้แก่คนรอบข้าง ดังนั้นธุรกิจเกษตร แบบผสมผสานจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ และ อื่นๆที่จะตามมา เช่น สามารถลดความเสี่ยงเรื่องของตลาด อันเนื่องมาจาก ความผันผวนทางด้านราคาที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ที่สำคัญ สามารถสร้างรายได้หลายทางตลอดทั้งปี” จากคำกล่าวข้างต้นเป็นทางรอด หนึ่งที่เกษตรกรควรนำแนวทางไปประยุกต์ใช้ในฟาร์ม เพื่อความมั่นคงและอยู่รอด ในการดำเนินธุรกิจ

       คุณศักดา ย้อนถึงอดีตว่า ครอบครัวของตนรับราชการครู ด้วยความขยันจึงหาอาชีพเสริม โดยการตั้งโรงสีข้าว ขนาดเล็กเพื่อรับจ้างสีข้าวในชุมชน จากนั้นนำรำละเอียดและ ปลายข้าวที่ได้ไปเลี้ยงสุกรขุนประมาณ 20-30 ตัว ซึ่งตอน นั้นยังเด็กจึงไม่ได้สนใจ แต่ก็ช่วยงานเป็นประจำเช่น ขนข้าว เลี้ยงสุกร เป็นต้น จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ พิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก และสอบบรรจุครูได้เมื่อปี พ.ศ. 2524

       “ขณะนั้นอายุ 19 ปี รู้สึกว่าอายุน้อยเกินกว่าที่จะเป็น ครู จึงคิดจะลาออกเพื่อเรียนต่อ แต่พ่อแม่ก็ไม่อนุญาต เพราะ ต้องการให้เป็นครู เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นอาชีพที่มีความ

       มั่นคง ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2529 มีแนวคิดที่อยากทำอาชีพ เสริมแบบพ่อแม่ จึงลงทุนเลี้ยงสุกรโดยฝากแม่เลี้ยงบริเวณ หลังบ้าน และมาช่วยเลี้ยงในช่วงวันหยุด ต่อมาได้เพิ่มจำนวน การเลี้ยงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2535 แม่เห็นถึงความ ตั้งใจ จึงก่อตั้งฟาร์มเลี้ยงสุกรขุนขนาด 100-200 ตัว”

       ต่อมาปี พ.ศ. 2538 เริ่มหาที่สร้างฟาร์มใหม่ เพราะ สถานที่เดิมค่อนข้างคับแคบ การจัดการของเสียค่อนข้าง ลำบากเพราะอยู่ในเขตชุมชน จึงย้ายฟาร์มมาตั้งอยู่เลขที่ 3/2 หมู่ 6 ต.วังลึก อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย จนถึงปัจจุบัน โดยเริ่ม จากมีพื้นที่จำนวน 40 ไร่ เลี้ยงสุกรแม่พันธุ์จำนวน 200 กว่าตัว และสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ด้วย และลาออกจากข้าราชการ ครูเมื่อ พ.ศ. 2540 “ก่อนที่จะเลี้ยงไก่ไข่นั้น ได้ทดลองเลี้ยง เป็ดมาก่อน แต่ความนิยมในการบริโภคไข่เป็ดค่อนข้างน้อย กว่าไข่ไก่ จึงเปลี่ยนมาศึกษาเรื่องการเลี้ยงไก่ไข่ และสร้าง โรงเรือนเลี้ยงไก่ในที่สุด โดยเริ่มต้นเลี้ยงที่จำนวน 2,000 ตัว”

       ช่วงแรกเคยประสบปัญหาเรื่องมลภาวะ เนื่องจาก ฟาร์มมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด จึงขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นและปรับรูป แบบการเลี้ยงและการจัดการใหม่ โดยพยายามไม่ให้เกิด ปัญหาด้านมลภาวะ จึงเลี้ยงไก่ไข่บนบ่อปลา เพื่อลดของเสีย และกลิ่น โดยทดลองเลี้ยง 1 โรงเรือน หรือ 7,000 ตัว พบว่า สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ การเลี้ยงไก่ไข่บนบ่อปลา ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรือนทั้งหมด 7 หลัง สามารถเลี้ยงไก่ไข่ได้ 40,000 ตัว ส่วนโรงเรือนเลี้ยงสุกรขุน มี 4-5 หลัง แต่ละโรงเรือนใช้พื้นที่ประมาณ 8 ไร่ โดยสร้าง ไว้ระหว่างคันบ่อปลา และมีโรงเรือนแม่พันธุ์ประมาณ 5 หลัง โดยเป็นโรงเรือนเล็กบ้างใหญ่บ้างตามขนาดของพื้นที่ จำนวน 300 กว่าแม่ และได้ขยายพื้นที่เรื่อยมาจนปัจจุบันมีพื้นที่ ทั้งหมดเกือบ 500 ไร

       “เหตุผลที่เลือกเลี้ยงไก่ไข่บนบ่อปลา ในตอนนั้นจุดมุ่ง หมายอย่างเดียวก็คือเมื่อมูลสัตว์ลงไปในน้ำจะทำให้กลิ่น ต่างๆ หายไปได้ ซึ่งเมื่อได้ทดลองทำก็รู้สึกว่ามันเข้าท่าดี ส่วนการเลี้ยงปลาก็ไม่ได้คิดอะไรมากเนื่องจากเคยศึกษาการ ทำฟาร์มในหนังสือ เห็นว่าการทำฟาร์มไว้บนบ่อปลาสามารถ จัดการปัญหาด้านกลิ่นได้ ไม่คิดว่าจะสามารถสร้างรายได้ จากปลาอีกทางหนึ่งด้วย”


การบริหารควบคู่กับการพัฒนาฟาร์ม

สมัยก่อนเป็นฟาร์มขนาดเล็กจะดูแลเองทั้งหมด แต่ ปัจจุบันกิจการมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่การเลี้ยงสัตว์ของ ทางฟาร์มก็ยังยึดรูปแบบเดิม คือเลี้ยงในโรงเรือนแบบเปิดเพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงแบ่งองค์กรออกเป็น 7 แผนก ดังนี้

1. แผนกสุกรแม่พันธุ์ มีหน้าที่เลี้ยงแม่พันธุ์และผลิต ลูกสุกรขุน จำหน่ายให้กับแผนกเลี้ยงสุกรขุนของทางฟาร์ม เป็นหลัก 2. แผนกสุกรเนื้อหรือแผนกเลี้ยงสุกรขุน มีหน้าที่ขุนสุกรให้เจริญเติบโตอย่างเต็มที่ 3. แผนกผสมอาหารสัตว์ จะมีหน้าที่ผสมอาหารจำหน่ายให้แต่ละแผนกในฟาร์ม 4. แผนกไก่ไข่ จะรวมถึงไก่เล็กและไก่รุ่น มีหน้าที่เลี้ยงและ เก็บไข่ 5. แผนกนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ แผนกเพาะพันธุ์ปลา เพื่อจำหน่ายให้กับในฟาร์มและจำหน่ายให้เกษตรกรรายย่อย ที่ สนใจ และแผนกปลาธรรมชาติ มี หน้าที่ ดู แลปลาในบ่ อของ ทางฟาร์มและจับจำหน่าย 6. แผนกสร้าง ซ่อม บำรุง ทุกอย่างภายในฟาร์ม 7. แผนกบริหารส่วนกลาง ทำหน้าที่ ด้านการตลาด บัญชี และงานจำหน่ายสินค้าของทางฟาร์ม ทุกอย่าง เช่น จำหน่ายไข่ไก่ สุกรขุน แม่ไก่ปลดระวาง ปลา อาหารสัตว์ และวัตถุดิบต่างๆ เป็นต้น ซึ่งแต่ละแผนกจะมี ผู้จัดการดูแล

เหตุที่ทำธุรกิจแบบผสมผสาน เพราะต้องการลด จำนวนของเสียภายในฟาร์ม จึงกลายมาเป็นการเลี้ยงสัตว์ใน รูปแบบผสมผสานที่มีข้อดีในการลดความเสี่ยงด้านการตลาด เนื่องจากการเลี้ยงสัตว์เพียงอย่างเดียวนั้น ทางฟาร์มเคย ประสบปัญหาสภาวะราคาตกต่ำทำให้ขาดสภาพคล่องเรื่อง เงินทุนหมุนเวียน ซึ่งพอมาทำธุรกิจแบบผสมผสานแล้ว สามารถมีรายได้หลายทาง จึงช่วยชดเชยในส่วนที่ขาดทุนได้ และหากกิจการดีหรือได้ราคาดี รายได้ในแต่ละส่วนจะช่วย เสริมให้ธุรกิจอยู่ในสภาพคล่องยิ่งๆ ขึ้นไป จึงกลายมาเป็น ศิริสมานฟาร์ม ที่เลี้ยงทุกอย่าง ทั้งสุกร ไก่ไข่ และปลา เบญจพรรณ”

ทั้งนี้แม้ว่าทางฟาร์มจะเลี้ยงสัตว์ในโรงเรือนแบบเปิด แต่ให้ความสำคัญเรื่อง “ระบบไบโอซีเคียวริตี้” โดยฟาร์มจะ มีประตู 2 ชั้น ประตูแรกเป็นประตูหลักจะมีบ่อน้ำยาฆ่าเชื้อ เป็นเขตสำหรับบุคคลภายนอกที่มาติดต่อหรือซื้อสินค้า ส่วน ประตูที่ 2 จะเป็นเขตจำกัด เฉพาะพนักงานที่สามารถเข้าไปได้ ซึ่งก่อนที่พนักงานเข้าฟาร์มจะต้องชำระร่างกายและเปลี่ยนชุด “เมื่อรู้ว่าสิ่งใดที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหรือนพาโรคเข้าสู่ฟาร์ม ก็จะป้องกัน เช่นรถจับสุกรขุน ทางฟาร์มจะมีพื้นที่สำหรับให้ พนักงานต้อนสุกรออก จากนั้นจะมีพนักงานอีกคนรับช่วงต่อ ซึ่งคนต้อนกับคนชั่งน้ำหนักสุกรจะเป็นคนละคนกัน ส่วน ปัจจัยเสี่ยงอีกข้อ คือ นก ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ที่เป็นพาหะ นำโรค ทางฟาร์มจะมีตาข่ายล้อมรอบโรงเรือนทั้งสุกรและ ไก่ไข่ เพื่อป้องกันไม่ให้นกเข้าไปในโรงเรือน”

สำหรับอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์ในฟาร์มนั้นจะผสมเองโดยส่วนมากจะใช้วัตถุดิบทั่วไป เช่น ปลาป่น กากถั่วเหลือง ข้าวโพด มันสำปะหลัง ส่วนวัตถุดิบทดแทนอย่างอื่นจะไม่ได้ ใช้ เนื่องจากต้องการให้อาหารที่ผลิตมีคุณภาพ โดยที่สัตว์ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ เหมาะสำหรับสัตว์แต่ละชนิด

การคัดสรรวัตถุดิบเพื่อคุณค่าทางโภชนาการ
โดยนิสัยส่วนตัวเป็นนักทดลอง และได้ศึกษาวัตถุดิบ แต่ละชนิดมาพอสมควร เพราะสมัยก่อนจะมีวัตถุดิบหลาย อย่าง ซึ่งก่อนนำมาใช้จะต้องมีการทดสอบและจับตัวเลข ภายในฟาร์มก่อน เพราะวัตถุดิบบางชนิดสามารถใช้ได้ระดับ หนึ่ง แต่ใช้เป็นวัตถุดิบหลักไม่ได้ ฉะนั้นจะเลือกใช้วัตถุดิบที่ หาได้และไม่ขาดแคลน เพราะจะมีผลกระทบต่อสูตรอาหาร โดยตรง ซึ่งวัตถุดิบส่วนใหญ่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด เพราะเห็นว่าเป็นวัตถุดิบที่มี คุณภาพ ตรงกับความต้องการของทางฟาร์ม และสามารถ ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ได้แก่ ดีดีจีเอส ถั่วอบ, ปลาป่น, ไก่ไฮโดรไลท์ เป็นต้น

       การให้อาหารสุกร แต่ละสูตรจะแตกต่างกันตามช่วง อายุของสุกร เช่นสุกรเล็ก สุกรรุ่น สุกรขุน สุกรแม่พันธุ์ อุ้มท้อง และสุกรแม่พันธุ์เลี้ยงลูก ซึ่งแม่พันธุ์อุ้มท้องและแม่ พันธุ์เลี้ยงลูกจะให้กินช่วงเช้าและช่วงบ่าย แม่พันธุ์เลี้ยงลูก จะให้เช้าและบ่ายเช่นกัน แต่แม่พันธุ์เลี้ยงลูกจะเน้นปริมาณ ที่ให้สามารถกินได้ไม่จำกัด โดยจะกระตุ้นให้กินอย่างเต็มที่ ส่วนสุกรขุนให้ 3 เวลาคือ เช้า บ่าย และเย็น เพื่อเป็นการ กระตุ้นให้สุกรกินอาหารได้มากที่สุด

       ส่วนไก่ไข่ จะให้วันละ 2 ครั้ง แต่จะมีการเกลี่ยราง อาหารวันละ 3-4 ครั้ง เพื่อกระตุ้นให้ไก่กินอาหารได้มากขึ้น ส่วนปลาที่เลี้ยงจะให้กินอาหารตามธรรมชาติ

ด้านความร่วมมือกับ บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด
       จากที่ บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด เข้ามา แนะนำวัตถุดิบอาหารสัตว์ สิ่งแรกที่พิจารณาคือเรื่องของ คุณภาพวัตถุดิบว่าตรงตามความต้องการและเหมาะสม หรือไม่ ที่สำคัญจะดูเรื่องการบริการหลังการขาย ซึ่งทาง บริษัท สยาม อะกริ ฯ ได้เข้ามาให้ความรู้ เทคนิคบางอย่าง ที่เป็นผลประโยชน์ที่ดีต่อฟาร์มอย่างสม่ำเสมอ และทางบริษัทยังให้ความช่วยเหลือด้วยการนำวัตถุดิบ หรืออาหารสัตว์บาง ตัวของทางฟาร์มไปตรวจคุณภาพให้ เพื่อรับรองผลแลป

ตลาดเปิดกว้างสหรับสินค้าเกษตร

ปั จจุ บั นตลาดค่ อนข้างเปิ ดกว้างและมี ความต้ องการสู งแต่ปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยเริ่มลดลงและถูกปรับ เปลี่ยนให้อยู่ในมือของบริษัทขนาดใหญ่ ที่มีจำนวนการเลี้ยง ที่มากขึ้นและมีระบบบริหารและจัดการที่เบ็ดเสร็จ จึงทำให้ มีข้อได้เปรียบในเรื่องของการเลี้ยงและเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญคือ มีบทบาทในการกำหนดราคาเป็นอย่างมาก จึงทำให้ เกษตรกรรายย่อยอยู่ได้ยาก จึงต้องหากลยุทธ์ในการปรับตัว และทางฟาร์มมีการปรับเปลี่ยนสายพันธุ์เพื่อให้ตรงกับความ ต้องการ ปัจจุบันใช้สายพันธุ์ฟินนอร์เอเชียและเดนมาร์ก ตลาด ส่วนมากจะอยู่ในเขตจังหวัดสุโขทัย โดยทางฟาร์มจะใช้ชื่อ “หมูปลอดภัย” เพราะปลอดสารเร่งเนื้อแดงและยาปฏิชีวนะ ฉะนั้นนึกถึงหมูปลอดภัยต้องนึกถึง ศิริสมานฟาร์ม

       สำหรับไก่ไข่ของทางฟาร์มจะจำหน่ายภายใต้ชื่อ “ไข่ไก่โอชา” เนื่องจากสมัยก่อนที่เป็นฟาร์มขนาดเล็กโอกาส ที่จะอยู่ได้นั้นค่อนข้างยาก จึงคิดว่าถ้าหากสร้างแบรนด ์ ขึ้นเอง และเสริมสารไอโอดีน สังกะสี ซิลิเนียม และแมงกานีส เข้าไปในอาหารไก่ไข่ พยายามหาสูตรอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ ของตัวเอง จนได้ไข่ไก่ที่มีลักษณะของไข่ขาวที่ข้น เหนียว และสามารถคงความสดได้นาน นอกจากนี้ยังมีการจัด โปรโมชั่นคือ ซื้อไข่สะสมแต้ม เพื่อแลกเครื่องใช้ไฟฟ้าใน ครัวเรือน หรือสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ ซึ่งผู้บริโภคให้ความ สนใจและมาซื้อไข่ไปบริโภคเป็นจำนวนมาก ซึ่งแต่ละวัน สามารถจำหน่ายได้ 40-50 แผง หรือบางวันจำหน่ายได้ถึง 100 แผง

       ส่วนปลาจะจับทุกวัน เพราะมีทั้งแม่ค้าตลาดสด ตลาดนัด และบ่อตกปลา มาซื้อทุกวันเฉลี่ยวันละประมาณ 1 ตัน

       อนาคตกับเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากอายุเริ่มมากขึ้น จึงได้วางระบบและหน้าที่พนักงานไว้ชัดเจนแล้ว ระบบงาน ต่างๆ สามารถดำเนินไปได้ด้วยตัวของมันเอง และมีการ ขยายบางส่วนเพิ่มเติม เช่น เดิมมีสุกรแม่พันธุ์จำนวน 300 แม่ จะเพิ่มจำนวนให้ถึง 400 แม่ ส่วนไก่ไข่อาจจะเพิ่มขึ้นตาม กำลังที่จะทำไหว เพราะส่วนหนึ่งทางฟาร์มก็ยังเป็นที่พึ่งของ ผู้เลี้ยงรายย่อยในเรื่องของวัตถุดิบอาหารสัตว์ ผู้เลี้ยงบางราย มีความรู้ความสามารถในด้านการผสมอาหารใช้เองก็มาซื้อ วัตถุดิบไปผสม หรือบางฟาร์มมาซื้ออาหารจากทางฟาร์มไปใช้ ซึ่งอาหารที่จำหน่ายกับอาหารที่ใช้ในฟาร์มจะเป็นสูตร เดียวกัน และทางฟาร์มยังเปิดให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาการเลี้ยง สัตว์ได้อีกด้วย

       อนาคตกับเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากอายุเริ่มมากขึ้น จึงได้วางระบบและหน้าที่พนักงานไว้ชัดเจนแล้ว ระบบงาน ต่างๆ สามารถดำเนินไปได้ด้วยตัวของมันเอง และมีการ ขยายบางส่วนเพิ่มเติม เช่น เดิมมีสุกรแม่พันธุ์จำนวน 300 แม่ จะเพิ่มจำนวนให้ถึง 400 แม่ ส่วนไก่ไข่อาจจะเพิ่มขึ้นตาม กำลังที่จะทำไหว เพราะส่วนหนึ่งทางฟาร์มก็ยังเป็นที่พึ่งของ ผู้เลี้ยงรายย่อยในเรื่องของวัตถุดิบอาหารสัตว์ ผู้เลี้ยงบางราย มีความรู้ความสามารถในด้านการผสมอาหารใช้เองก็มาซื้อ วัตถุดิบไปผสม หรือบางฟาร์มมาซื้ออาหารจากทางฟาร์มไปใช้ ซึ่งอาหารที่จำหน่ายกับอาหารที่ใช้ในฟาร์มจะเป็นสูตร เดียวกัน และทางฟาร์มยังเปิดให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาการเลี้ยง สัตว์ได้อีกด้วย

จุดเริ่มต้นของการทำเกษตรแบบผสมผสาน คือ ต้องการลดปัญหา เรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะการทำฟาร์มมักจะมีของเสียหรือสิ่งปฏิกูล ซึ่งถือเป็น มลพิษทางอากาศ สร้างความเดือนร้อนให้แก่คนรอบข้าง ดังนั้นธุรกิจเกษตร แบบผสมผสานจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ และ อื่นๆที่จะตามมา เช่น สามารถลดความเสี่ยงเรื่องของตลาด อันเนื่องมาจาก ความผันผวนทางด้านราคาที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ที่สำคัญ สามารถสร้างรายได้หลายทางตลอดทั้งปี” จากคำกล่าวข้างต้นเป็นทางรอด หนึ่งที่เกษตรกรควรนำแนวทางไปประยุกต์ใช้ในฟาร์ม เพื่อความมั่นคงและอยู่รอด ในการดำเนินธุรกิจ

       คุณศักดา ย้อนถึงอดีตว่า ครอบครัวของตนรับราชการครู ด้วยความขยันจึงหาอาชีพเสริม โดยการตั้งโรงสีข้าว ขนาดเล็กเพื่อรับจ้างสีข้าวในชุมชน จากนั้นนำรำละเอียดและ ปลายข้าวที่ได้ไปเลี้ยงสุกรขุนประมาณ 20-30 ตัว ซึ่งตอน นั้นยังเด็กจึงไม่ได้สนใจ แต่ก็ช่วยงานเป็นประจำเช่น ขนข้าว เลี้ยงสุกร เป็นต้น จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ พิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก และสอบบรรจุครูได้เมื่อปี พ.ศ. 2524

       “ขณะนั้นอายุ 19 ปี รู้สึกว่าอายุน้อยเกินกว่าที่จะเป็น ครู จึงคิดจะลาออกเพื่อเรียนต่อ แต่พ่อแม่ก็ไม่อนุญาต เพราะ ต้องการให้เป็นครู เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นอาชีพที่มีความ

       มั่นคง ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2529 มีแนวคิดที่อยากทำอาชีพ เสริมแบบพ่อแม่ จึงลงทุนเลี้ยงสุกรโดยฝากแม่เลี้ยงบริเวณ หลังบ้าน และมาช่วยเลี้ยงในช่วงวันหยุด ต่อมาได้เพิ่มจำนวน การเลี้ยงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2535 แม่เห็นถึงความ ตั้งใจ จึงก่อตั้งฟาร์มเลี้ยงสุกรขุนขนาด 100-200 ตัว”

       ต่อมาปี พ.ศ. 2538 เริ่มหาที่สร้างฟาร์มใหม่ เพราะ สถานที่เดิมค่อนข้างคับแคบ การจัดการของเสียค่อนข้าง ลำบากเพราะอยู่ในเขตชุมชน จึงย้ายฟาร์มมาตั้งอยู่เลขที่ 3/2 หมู่ 6 ต.วังลึก อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย จนถึงปัจจุบัน โดยเริ่ม จากมีพื้นที่จำนวน 40 ไร่ เลี้ยงสุกรแม่พันธุ์จำนวน 200 กว่าตัว และสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ด้วย และลาออกจากข้าราชการ ครูเมื่อ พ.ศ. 2540 “ก่อนที่จะเลี้ยงไก่ไข่นั้น ได้ทดลองเลี้ยง เป็ดมาก่อน แต่ความนิยมในการบริโภคไข่เป็ดค่อนข้างน้อย กว่าไข่ไก่ จึงเปลี่ยนมาศึกษาเรื่องการเลี้ยงไก่ไข่ และสร้าง โรงเรือนเลี้ยงไก่ในที่สุด โดยเริ่มต้นเลี้ยงที่จำนวน 2,000 ตัว”

       ช่วงแรกเคยประสบปัญหาเรื่องมลภาวะ เนื่องจาก ฟาร์มมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด จึงขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นและปรับรูป แบบการเลี้ยงและการจัดการใหม่ โดยพยายามไม่ให้เกิด ปัญหาด้านมลภาวะ จึงเลี้ยงไก่ไข่บนบ่อปลา เพื่อลดของเสีย และกลิ่น โดยทดลองเลี้ยง 1 โรงเรือน หรือ 7,000 ตัว พบว่า สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ การเลี้ยงไก่ไข่บนบ่อปลา ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรือนทั้งหมด 7 หลัง สามารถเลี้ยงไก่ไข่ได้ 40,000 ตัว ส่วนโรงเรือนเลี้ยงสุกรขุน มี 4-5 หลัง แต่ละโรงเรือนใช้พื้นที่ประมาณ 8 ไร่ โดยสร้าง ไว้ระหว่างคันบ่อปลา และมีโรงเรือนแม่พันธุ์ประมาณ 5 หลัง โดยเป็นโรงเรือนเล็กบ้างใหญ่บ้างตามขนาดของพื้นที่ จำนวน 300 กว่าแม่ และได้ขยายพื้นที่เรื่อยมาจนปัจจุบันมีพื้นที่ ทั้งหมดเกือบ 500 ไร

       “เหตุผลที่เลือกเลี้ยงไก่ไข่บนบ่อปลา ในตอนนั้นจุดมุ่ง หมายอย่างเดียวก็คือเมื่อมูลสัตว์ลงไปในน้ำจะทำให้กลิ่น ต่างๆ หายไปได้ ซึ่งเมื่อได้ทดลองทำก็รู้สึกว่ามันเข้าท่าดี ส่วนการเลี้ยงปลาก็ไม่ได้คิดอะไรมากเนื่องจากเคยศึกษาการ ทำฟาร์มในหนังสือ เห็นว่าการทำฟาร์มไว้บนบ่อปลาสามารถ จัดการปัญหาด้านกลิ่นได้ ไม่คิดว่าจะสามารถสร้างรายได้ จากปลาอีกทางหนึ่งด้วย”


การบริหารควบคู่กับการพัฒนาฟาร์ม

สมัยก่อนเป็นฟาร์มขนาดเล็กจะดูแลเองทั้งหมด แต่ ปัจจุบันกิจการมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่การเลี้ยงสัตว์ของ ทางฟาร์มก็ยังยึดรูปแบบเดิม คือเลี้ยงในโรงเรือนแบบเปิดเพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงแบ่งองค์กรออกเป็น 7 แผนก ดังนี้

1. แผนกสุกรแม่พันธุ์ มีหน้าที่เลี้ยงแม่พันธุ์และผลิต ลูกสุกรขุน จำหน่ายให้กับแผนกเลี้ยงสุกรขุนของทางฟาร์ม เป็นหลัก 2. แผนกสุกรเนื้อหรือแผนกเลี้ยงสุกรขุน มีหน้าที่ขุนสุกรให้เจริญเติบโตอย่างเต็มที่ 3. แผนกผสมอาหารสัตว์ จะมีหน้าที่ผสมอาหารจำหน่ายให้แต่ละแผนกในฟาร์ม 4. แผนกไก่ไข่ จะรวมถึงไก่เล็กและไก่รุ่น มีหน้าที่เลี้ยงและ เก็บไข่ 5. แผนกนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ แผนกเพาะพันธุ์ปลา เพื่อจำหน่ายให้กับในฟาร์มและจำหน่ายให้เกษตรกรรายย่อย ที่ สนใจ และแผนกปลาธรรมชาติ มี หน้าที่ ดู แลปลาในบ่ อของ ทางฟาร์มและจับจำหน่าย 6. แผนกสร้าง ซ่อม บำรุง ทุกอย่างภายในฟาร์ม 7. แผนกบริหารส่วนกลาง ทำหน้าที่ ด้านการตลาด บัญชี และงานจำหน่ายสินค้าของทางฟาร์ม ทุกอย่าง เช่น จำหน่ายไข่ไก่ สุกรขุน แม่ไก่ปลดระวาง ปลา อาหารสัตว์ และวัตถุดิบต่างๆ เป็นต้น ซึ่งแต่ละแผนกจะมี ผู้จัดการดูแล

เหตุที่ทำธุรกิจแบบผสมผสาน เพราะต้องการลด จำนวนของเสียภายในฟาร์ม จึงกลายมาเป็นการเลี้ยงสัตว์ใน รูปแบบผสมผสานที่มีข้อดีในการลดความเสี่ยงด้านการตลาด เนื่องจากการเลี้ยงสัตว์เพียงอย่างเดียวนั้น ทางฟาร์มเคย ประสบปัญหาสภาวะราคาตกต่ำทำให้ขาดสภาพคล่องเรื่อง เงินทุนหมุนเวียน ซึ่งพอมาทำธุรกิจแบบผสมผสานแล้ว สามารถมีรายได้หลายทาง จึงช่วยชดเชยในส่วนที่ขาดทุนได้ และหากกิจการดีหรือได้ราคาดี รายได้ในแต่ละส่วนจะช่วย เสริมให้ธุรกิจอยู่ในสภาพคล่องยิ่งๆ ขึ้นไป จึงกลายมาเป็น ศิริสมานฟาร์ม ที่เลี้ยงทุกอย่าง ทั้งสุกร ไก่ไข่ และปลา เบญจพรรณ”

ทั้งนี้แม้ว่าทางฟาร์มจะเลี้ยงสัตว์ในโรงเรือนแบบเปิด แต่ให้ความสำคัญเรื่อง “ระบบไบโอซีเคียวริตี้” โดยฟาร์มจะ มีประตู 2 ชั้น ประตูแรกเป็นประตูหลักจะมีบ่อน้ำยาฆ่าเชื้อ เป็นเขตสำหรับบุคคลภายนอกที่มาติดต่อหรือซื้อสินค้า ส่วน ประตูที่ 2 จะเป็นเขตจำกัด เฉพาะพนักงานที่สามารถเข้าไปได้ ซึ่งก่อนที่พนักงานเข้าฟาร์มจะต้องชำระร่างกายและเปลี่ยนชุด “เมื่อรู้ว่าสิ่งใดที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหรือนพาโรคเข้าสู่ฟาร์ม ก็จะป้องกัน เช่นรถจับสุกรขุน ทางฟาร์มจะมีพื้นที่สำหรับให้ พนักงานต้อนสุกรออก จากนั้นจะมีพนักงานอีกคนรับช่วงต่อ ซึ่งคนต้อนกับคนชั่งน้ำหนักสุกรจะเป็นคนละคนกัน ส่วน ปัจจัยเสี่ยงอีกข้อ คือ นก ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ที่เป็นพาหะ นำโรค ทางฟาร์มจะมีตาข่ายล้อมรอบโรงเรือนทั้งสุกรและ ไก่ไข่ เพื่อป้องกันไม่ให้นกเข้าไปในโรงเรือน”

สำหรับอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์ในฟาร์มนั้นจะผสมเองโดยส่วนมากจะใช้วัตถุดิบทั่วไป เช่น ปลาป่น กากถั่วเหลือง ข้าวโพด มันสำปะหลัง ส่วนวัตถุดิบทดแทนอย่างอื่นจะไม่ได้ ใช้ เนื่องจากต้องการให้อาหารที่ผลิตมีคุณภาพ โดยที่สัตว์ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ เหมาะสำหรับสัตว์แต่ละชนิด

การคัดสรรวัตถุดิบเพื่อคุณค่าทางโภชนาการ
โดยนิสัยส่วนตัวเป็นนักทดลอง และได้ศึกษาวัตถุดิบ แต่ละชนิดมาพอสมควร เพราะสมัยก่อนจะมีวัตถุดิบหลาย อย่าง ซึ่งก่อนนำมาใช้จะต้องมีการทดสอบและจับตัวเลข ภายในฟาร์มก่อน เพราะวัตถุดิบบางชนิดสามารถใช้ได้ระดับ หนึ่ง แต่ใช้เป็นวัตถุดิบหลักไม่ได้ ฉะนั้นจะเลือกใช้วัตถุดิบที่ หาได้และไม่ขาดแคลน เพราะจะมีผลกระทบต่อสูตรอาหาร โดยตรง ซึ่งวัตถุดิบส่วนใหญ่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด เพราะเห็นว่าเป็นวัตถุดิบที่มี คุณภาพ ตรงกับความต้องการของทางฟาร์ม และสามารถ ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ได้แก่ ดีดีจีเอส ถั่วอบปลาป่นไก่ไฮโดรไลท์ เป็นต้น

       การให้อาหารสุกร แต่ละสูตรจะแตกต่างกันตามช่วง อายุของสุกร เช่นสุกรเล็ก สุกรรุ่น สุกรขุน สุกรแม่พันธุ์ อุ้มท้อง และสุกรแม่พันธุ์เลี้ยงลูก ซึ่งแม่พันธุ์อุ้มท้องและแม่ พันธุ์เลี้ยงลูกจะให้กินช่วงเช้าและช่วงบ่าย แม่พันธุ์เลี้ยงลูก จะให้เช้าและบ่ายเช่นกัน แต่แม่พันธุ์เลี้ยงลูกจะเน้นปริมาณ ที่ให้สามารถกินได้ไม่จำกัด โดยจะกระตุ้นให้กินอย่างเต็มที่ ส่วนสุกรขุนให้ 3 เวลาคือ เช้า บ่าย และเย็น เพื่อเป็นการ กระตุ้นให้สุกรกินอาหารได้มากที่สุด

       ส่วนไก่ไข่ จะให้วันละ 2 ครั้ง แต่จะมีการเกลี่ยราง อาหารวันละ 3-4 ครั้ง เพื่อกระตุ้นให้ไก่กินอาหารได้มากขึ้น ส่วนปลาที่เลี้ยงจะให้กินอาหารตามธรรมชาติ

ด้านความร่วมมือกับ บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด
       จากที่ บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด เข้ามา แนะนำวัตถุดิบอาหารสัตว์ สิ่งแรกที่พิจารณาคือเรื่องของ คุณภาพวัตถุดิบว่าตรงตามความต้องการและเหมาะสม หรือไม่ ที่สำคัญจะดูเรื่องการบริการหลังการขาย ซึ่งทาง บริษัท สยาม อะกริ ฯ ได้เข้ามาให้ความรู้ เทคนิคบางอย่าง ที่เป็นผลประโยชน์ที่ดีต่อฟาร์มอย่างสม่ำเสมอ และทางบริษัทยังให้ความช่วยเหลือด้วยการนำวัตถุดิบ หรืออาหารสัตว์บาง ตัวของทางฟาร์มไปตรวจคุณภาพให้ เพื่อรับรองผลแลป

ตลาดเปิดกว้างสหรับสินค้าเกษตร

ปั จจุ บั นตลาดค่ อนข้างเปิ ดกว้างและมี ความต้ องการสู งแต่ปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยเริ่มลดลงและถูกปรับ เปลี่ยนให้อยู่ในมือของบริษัทขนาดใหญ่ ที่มีจำนวนการเลี้ยง ที่มากขึ้นและมีระบบบริหารและจัดการที่เบ็ดเสร็จ จึงทำให้ มีข้อได้เปรียบในเรื่องของการเลี้ยงและเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญคือ มีบทบาทในการกำหนดราคาเป็นอย่างมาก จึงทำให้ เกษตรกรรายย่อยอยู่ได้ยาก จึงต้องหากลยุทธ์ในการปรับตัว และทางฟาร์มมีการปรับเปลี่ยนสายพันธุ์เพื่อให้ตรงกับความ ต้องการ ปัจจุบันใช้สายพันธุ์ฟินนอร์เอเชียและเดนมาร์ก ตลาด ส่วนมากจะอยู่ในเขตจังหวัดสุโขทัย โดยทางฟาร์มจะใช้ชื่อ “หมูปลอดภัย” เพราะปลอดสารเร่งเนื้อแดงและยาปฏิชีวนะ ฉะนั้นนึกถึงหมูปลอดภัยต้องนึกถึง ศิริสมานฟาร์ม

       สำหรับไก่ไข่ของทางฟาร์มจะจำหน่ายภายใต้ชื่อ “ไข่ไก่โอชา” เนื่องจากสมัยก่อนที่เป็นฟาร์มขนาดเล็กโอกาส ที่จะอยู่ได้นั้นค่อนข้างยาก จึงคิดว่าถ้าหากสร้างแบรนด ์ ขึ้นเอง และเสริมสารไอโอดีน สังกะสี ซิลิเนียม และแมงกานีส เข้าไปในอาหารไก่ไข่ พยายามหาสูตรอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ ของตัวเอง จนได้ไข่ไก่ที่มีลักษณะของไข่ขาวที่ข้น เหนียว และสามารถคงความสดได้นาน นอกจากนี้ยังมีการจัด โปรโมชั่นคือ ซื้อไข่สะสมแต้ม เพื่อแลกเครื่องใช้ไฟฟ้าใน ครัวเรือน หรือสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ ซึ่งผู้บริโภคให้ความ สนใจและมาซื้อไข่ไปบริโภคเป็นจำนวนมาก ซึ่งแต่ละวัน สามารถจำหน่ายได้ 40-50 แผง หรือบางวันจำหน่ายได้ถึง 100 แผง

       ส่วนปลาจะจับทุกวัน เพราะมีทั้งแม่ค้าตลาดสด ตลาดนัด และบ่อตกปลา มาซื้อทุกวันเฉลี่ยวันละประมาณ 1 ตัน

       อนาคตกับเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากอายุเริ่มมากขึ้น จึงได้วางระบบและหน้าที่พนักงานไว้ชัดเจนแล้ว ระบบงาน ต่างๆ สามารถดำเนินไปได้ด้วยตัวของมันเอง และมีการ ขยายบางส่วนเพิ่มเติม เช่น เดิมมีสุกรแม่พันธุ์จำนวน 300 แม่ จะเพิ่มจำนวนให้ถึง 400 แม่ ส่วนไก่ไข่อาจจะเพิ่มขึ้นตาม กำลังที่จะทำไหว เพราะส่วนหนึ่งทางฟาร์มก็ยังเป็นที่พึ่งของ ผู้เลี้ยงรายย่อยในเรื่องของวัตถุดิบอาหารสัตว์ ผู้เลี้ยงบางราย มีความรู้ความสามารถในด้านการผสมอาหารใช้เองก็มาซื้อ วัตถุดิบไปผสม หรือบางฟาร์มมาซื้ออาหารจากทางฟาร์มไปใช้ ซึ่งอาหารที่จำหน่ายกับอาหารที่ใช้ในฟาร์มจะเป็นสูตร เดียวกัน และทางฟาร์มยังเปิดให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาการเลี้ยง สัตว์ได้อีกด้วย

       อนาคตกับเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากอายุเริ่มมากขึ้น จึงได้วางระบบและหน้าที่พนักงานไว้ชัดเจนแล้ว ระบบงาน ต่างๆ สามารถดำเนินไปได้ด้วยตัวของมันเอง และมีการ ขยายบางส่วนเพิ่มเติม เช่น เดิมมีสุกรแม่พันธุ์จำนวน 300 แม่ จะเพิ่มจำนวนให้ถึง 400 แม่ ส่วนไก่ไข่อาจจะเพิ่มขึ้นตาม กำลังที่จะทำไหว เพราะส่วนหนึ่งทางฟาร์มก็ยังเป็นที่พึ่งของ ผู้เลี้ยงรายย่อยในเรื่องของวัตถุดิบอาหารสัตว์ ผู้เลี้ยงบางราย มีความรู้ความสามารถในด้านการผสมอาหารใช้เองก็มาซื้อ วัตถุดิบไปผสม หรือบางฟาร์มมาซื้ออาหารจากทางฟาร์มไปใช้ ซึ่งอาหารที่จำหน่ายกับอาหารที่ใช้ในฟาร์มจะเป็นสูตร เดียวกัน และทางฟาร์มยังเปิดให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาการเลี้ยง สัตว์ได้อีกด้วย

 

Top