ข่าวสารและกิจกรรมNEWS & EVENTS

อ่านต่อREAD MORE

การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกการใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีก

       เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าการใช้โปรไบโอติกมีส่วนช่วยลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคอาหารเป็นพิษ โดยจุลินทรีย์ที่ดีจะเข้าไปช่วยยับยั้งจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารด้วยการลดการเกาะติดของจุลินทรีย์ก่อโรค เป็นการเพิ่มสัดส่วนของจุลินทรีย์ที่ดีในทางเดินอาหารจึงช่วยให้ระบบการย่อยและการดูดซึมอาหารของสัตว์ปีกดีขึ้น มีความสมดุลในลำไส้  ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานทำให้มีความต้านทานต่อเชื้อก่อโรคได้ดียิ่งขึ้น เกิดประสิทธิภาพในการเลี้ยงที่ดี  จึงส่งผลให้อัตราการเจริญเติบโตของสัตว์เพิ่มขึ้น โปรไบโอติกจึงเป็นทางเลือกในการใช้เพื่อทดแทนการใช้ยาและสารปฏิชีวนะในการเลี้ยง ดังนั้นจึงช่วยทำให้ประหยัดเพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ยังเกิดประโยชน์ในด้านการเพิ่มความปลอดภัยของกระบวนการผลิตและเพิ่มความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกที่ส่งต่อให้กับผู้บริโภคมากขึ้น       อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เพื่อการส่งออกมีความสำคัญมากขึ้นทุกปีจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศปีละหลายพันล้านบาท ซึ่งประเทศไทยส่งออกไก่เนื้อเป็นอันดับ 4 ของโลก การเลี้ยงไก่ในเชิงอุตสาหกรรมจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตทั้งด้านการปรับปรุงพันธุ์ไก่การจัดการเลี้ยงดูคุณภาพอาหารของไก่และดูแลอย่างถูกหลักวิธี การใช้จุลินทรีย์ โปรไบติกอาจเป็นทางเลือกหนึ่ง โดยผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับสัตว์ปีก ไบโอติก แมกซ์ 2 (Biotic Max 2) เป็นอาหารเสริมที่ใช้ทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะในการกระตุ้นการเจริญเติบโต และสร้างภูมิคุ้มกันของสัตว์ โดยผลิตจากจุลินทรีย์ Bacillus subtilis โดยในกระบวนการผลิตได้มีการนำจุลินทรีย์โปรไบโอติก Bacillus subtilis มาผสมร่วมกับกากเซลล์ยีสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่ผ่านการย่อยผนังเซลล์โดยเอนไซม์ Protease และ Glucanase เพื่อให้สัตว์สามารถนำสารสำคัญที่มีคุณสมบัติกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เช่น เบต้ากลูแคน (β-Glucan) และแมนแนน (Mannan) ที่พบมากในผนังเซลล์ยีสต์ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ • ผลิตภัณฑ์มีจุลินทรีย์ Bacillus subtilis ที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างน้อย 10,000 ล้านตัว ซึ่งสามารถสร้างสปอร์ที่ทนต่อความร้อนได้สูง และทนสภาวะความเป็นกรดในกระเพาะของสัตว์ปีกได้ อีกทั้งยังเป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติสร้างเอนไซม์โปรติเอสออกมาย่อยโปรตีน และสร้างเอนไซม์อะไมเลส ออกมาย่อยแป้ง และสารอินทรีย์ต่างๆ• สื่อที่ใช้เป็นเปปไทด์สายสั้น ที่สัตว์สามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ง่าย • จุลินทรีย์ที่ดีจะยึดพื้นที่ในผนังลำไส้ของสัตว์เพื่อลดแบคทีเรียก่อโรค เช่น Salmonella และปรับสมดุลให้แก่จุลินทรีย์ในกระเพาะอาหาร• B-Glucan ทำให้สัตว์สามารถดูดซึมและนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยด้วยเอนไซม์ ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนัง สร้างคอลลาเจน อีลาสตินมากขึ้น ทำให้แผลหายเร็วขึ้น เพิ่มความแข็งแรงความยืดหยุ่นแก่ผิวหนังที่สร้างใหม่ เพิ่มการเจริญเติบโต และการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันไม่จำเพาะให้แก่สัตว์• Mannan ช่วยให้มีการดูดซึมกรดอะมิโน L-tryptophan ทั้งบริเวณลำไส้ส่วน Jejunal และ Ileal ที่เกี่ยวข้องกับการหลั่ง Serotonin ออกมาทาให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียด ช่วยทำให้ผนังลำไส้ของสัตว์สมบูรณ์จึงมีพื้นที่ในการดูดซึมอาหารได้มากขึ้น ประโยชน์ของ “ไบโอติก แมกซ์ 2” สารผสมล่วงหน้าที่เป็นสารเสริมชีวนะสำหรับสัตว์ปีก1.เพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์และปรับสมดุลในระบบทางเดินอาหารให้กับสัตว์ปีก2.ช่วยควบคุมเชื้อก่อโรคไม่ให้เจริญในระบบทางเดินอาหารได้3.กระตุ้นภูมิคุ้มกันแบบพึ่งเซลส์ของสัตว์ปีก4.เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมโปรตีนในระบบทางเดินอาหาร5.เพิ่มเปอร์เซ็นต์ไข่และคุณภาพของไข่ขาว6.เพิ่มระยะเวลาการให้ไข่สูงสุดนานขึ้น7.เพิ่มน้ำหนักไข่ และช่วยลดปัญหาความสกปรกของเปลือกไข่8.ลดกลิ่นมูลสัตว์ สลายแอมโมเนีย ไนไตรท์และไนเตรทได้เร็วขึ้น 9.ลดการถ่ายเหลวในสัตว์ปีก สรุปโดยรวมในด้านประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มน้ำหนักเฉลี่ยต่อวัน ได้ผลผลิตมากแต่ใช้อาหารน้อย ลดต้นทุนค่าอาหาร เป็นโปรไบโอติกที่สามารถแข่งขันกับเชื้อก่อโรคภายในลำไส้สัตว์ได้ และทนอยู่ในสภาวะที่ไม่เหมาะสมในลำไส้ของสัตว์ปีกได้       เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าการใช้โปรไบโอติกมีส่วนช่วยลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคอาหารเป็นพิษ โดยจุลินทรีย์ที่ดีจะเข้าไปช่วยยับยั้งจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารด้วยการลดการเกาะติดของจุลินทรีย์ก่อโรค เป็นการเพิ่มสัดส่วนของจุลินทรีย์ที่ดีในทางเดินอาหารจึงช่วยให้ระบบการย่อยและการดูดซึมอาหารของสัตว์ปีกดีขึ้น มีความสมดุลในลำไส้  ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานทำให้มีความต้านทานต่อเชื้อก่อโรคได้ดียิ่งขึ้น เกิดประสิทธิภาพในการเลี้ยงที่ดี  จึงส่งผลให้อัตราการเจริญเติบโตของสัตว์เพิ่มขึ้น โปรไบโอติกจึงเป็นทางเลือกในการใช้เพื่อทดแทนการใช้ยาและสารปฏิชีวนะในการเลี้ยง ดังนั้นจึงช่วยทำให้ประหยัดเพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ยังเกิดประโยชน์ในด้านการเพิ่มความปลอดภัยของกระบวนการผลิตและเพิ่มความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกที่ส่งต่อให้กับผู้บริโภคมากขึ้น       อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เพื่อการส่งออกมีความสำคัญมากขึ้นทุกปีจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศปีละหลายพันล้านบาท ซึ่งประเทศไทยส่งออกไก่เนื้อเป็นอันดับ 4 ของโลก การเลี้ยงไก่ในเชิงอุตสาหกรรมจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตทั้งด้านการปรับปรุงพันธุ์ไก่การจัดการเลี้ยงดูคุณภาพอาหารของไก่และดูแลอย่างถูกหลักวิธี การใช้จุลินทรีย์ โปรไบติกอาจเป็นทางเลือกหนึ่ง โดยผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับสัตว์ปีก ไบโอติก แมกซ์ 2 (Biotic Max 2) เป็นอาหารเสริมที่ใช้ทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะในการกระตุ้นการเจริญเติบโต และสร้างภูมิคุ้มกันของสัตว์ โดยผลิตจากจุลินทรีย์ Bacillus subtilis โดยในกระบวนการผลิตได้มีการนำจุลินทรีย์โปรไบโอติก Bacillus subtilis มาผสมร่วมกับกากเซลล์ยีสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่ผ่านการย่อยผนังเซลล์โดยเอนไซม์ Protease และ Glucanase เพื่อให้สัตว์สามารถนำสารสำคัญที่มีคุณสมบัติกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เช่น เบต้ากลูแคน (β-Glucan) และแมนแนน (Mannan) ที่พบมากในผนังเซลล์ยีสต์ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ • ผลิตภัณฑ์มีจุลินทรีย์ Bacillus subtilis ที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างน้อย 10,000 ล้านตัว ซึ่งสามารถสร้างสปอร์ที่ทนต่อความร้อนได้สูง และทนสภาวะความเป็นกรดในกระเพาะของสัตว์ปีกได้ อีกทั้งยังเป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติสร้างเอนไซม์โปรติเอสออกมาย่อยโปรตีน และสร้างเอนไซม์อะไมเลส ออกมาย่อยแป้ง และสารอินทรีย์ต่างๆ• สื่อที่ใช้เป็นเปปไทด์สายสั้น ที่สัตว์สามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ง่าย • จุลินทรีย์ที่ดีจะยึดพื้นที่ในผนังลำไส้ของสัตว์เพื่อลดแบคทีเรียก่อโรค เช่น Salmonella และปรับสมดุลให้แก่จุลินทรีย์ในกระเพาะอาหาร• B-Glucan ทำให้สัตว์สามารถดูดซึมและนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยด้วยเอนไซม์ ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนัง สร้างคอลลาเจน อีลาสตินมากขึ้น ทำให้แผลหายเร็วขึ้น เพิ่มความแข็งแรงความยืดหยุ่นแก่ผิวหนังที่สร้างใหม่ เพิ่มการเจริญเติบโต และการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันไม่จำเพาะให้แก่สัตว์• Mannan ช่วยให้มีการดูดซึมกรดอะมิโน L-tryptophan ทั้งบริเวณลำไส้ส่วน Jejunal และ Ileal ที่เกี่ยวข้องกับการหลั่ง Serotonin ออกมาทาให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียด ช่วยทำให้ผนังลำไส้ของสัตว์สมบูรณ์จึงมีพื้นที่ในการดูดซึมอาหารได้มากขึ้น ประโยชน์ของ “ไบโอติก แมกซ์ 2” สารผสมล่วงหน้าที่เป็นสารเสริมชีวนะสำหรับสัตว์ปีก1.เพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์และปรับสมดุลในระบบทางเดินอาหารให้กับสัตว์ปีก2.ช่วยควบคุมเชื้อก่อโรคไม่ให้เจริญในระบบทางเดินอาหารได้3.กระตุ้นภูมิคุ้มกันแบบพึ่งเซลส์ของสัตว์ปีก4.เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมโปรตีนในระบบทางเดินอาหาร5.เพิ่มเปอร์เซ็นต์ไข่และคุณภาพของไข่ขาว6.เพิ่มระยะเวลาการให้ไข่สูงสุดนานขึ้น7.เพิ่มน้ำหนักไข่ และช่วยลดปัญหาความสกปรกของเปลือกไข่8.ลดกลิ่นมูลสัตว์ สลายแอมโมเนีย ไนไตรท์และไนเตรทได้เร็วขึ้น 9.ลดการถ่ายเหลวในสัตว์ปีก สรุปโดยรวมในด้านประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มน้ำหนักเฉลี่ยต่อวัน ได้ผลผลิตมากแต่ใช้อาหารน้อย ลดต้นทุนค่าอาหาร เป็นโปรไบโอติกที่สามารถแข่งขันกับเชื้อก่อโรคภายในลำไส้สัตว์ได้ และทนอยู่ในสภาวะที่ไม่เหมาะสมในลำไส้ของสัตว์ปีกได้

อ่านต่อMORE

การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ (ตอนที่ 1)การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ (ตอนที่ 1)

ในประเทศไทยนั้นพบว่ามีการใช้โปรไบโอติกกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มสัตว์ต่างๆ ทุกกลุ่มดังนี้ กลุ่มสัตว์บก, กลุ่มสัตว์ปีก, กลุ่มสัตว์น้ำ จุดประสงค์หลักของการใช้โปรไบโอติกคือ เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เข้าไปในท่อทางเดินอาหารให้เกิดการสมดุลของจุลินทรีย์เป็นสำคัญ  โดยเมื่อประชากรจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารเกิดความสมดุลแล้วก็จะส่งผลให้สุขภาพสัตว์ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้นดังนี้ 1. ช่วยเพิ่มประสิทธภาพในการย่อยอาหาร  คือโปรไบโอติกมีคุณสมบัติในการสร้างเอนไซม์หลายชนิด ซึ่งเป็นเอนไซน์บางชนิดร่างกายของสัตว์ไม่สามารถสร้างได้ ตัวอย่างเอมไซน์ที่พบการสร้างจากโปรไบโอติก ได้แก่ amylase, protease, lipase, cellulose, β–glucanase, xylanse, phytase 2. ช่วยสร้างวิตามินบี คือ จุลินทรีย์ที่สร้างกรดแลกติก ในทางเดินอาหารเป็นแหล่งในการสร้างวิตามินที่จำเป็นหลายชนิด โดยเฉพาะกลุ่มวิตามิน B ซึ่งการศึกษาจำนวนมากพบว่าจุลินทรีย์เหล่านี้มีความสามารถในการสร้างวิตามินที่มีโมเลกุลซับซ้อน (เช่น วิตามิน B12) ได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าจุลินทรีย์กลุ่ม Bifidobacterium สามารถสร้างวิตามินหรือส่วนประกอบของวิตามินหลายชนิด ได้แก่ วิตามินK, วิตามินB12, biotin, folate, riboflavin และ pyridoxine 3. ช่วยในการดูดซึมสารอาหาร  จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารมีส่วนช่วยในการดูดซึมสารอาหารจำเป็นหลายชนิด เช่น ช่วยในการดูดซึมไขมันและวิตามินที่ละลายในไขมัน ช่วยในการดูดซึมกลูโคสและควบคุมการทำงานของสมดุลกลูโคสในร่างกายผ่าน Intestine-brain-liver neural axis 4. ลดจำนวนจุลินทรีย์ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารของสัตว์ดีขึ้น เนื่องจากสภาวะที่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ เอื้อให้สัตว์สามารถใช้อาหารได้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและเอื้อให้มีการดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น 5. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์ให้อยู่ในสภาวะสมดุล โดยพบว่าจุลินทรีย์ในโปรไบโอติกมีการสร้างสารที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์ เช่น พบว่า Bifidobacterium สร้างสารที่ช่วยให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ซึ่งจากผลการศึกษาโปรไบโอติกทั้งในสัตว์และในมนุษย์พบว่า การใช้โปรไบโอติกมีผลต่อภูมิคุมกันที่ผิวเยื่อเมือก secretory IgA การหลั่งของ cytokine หลายชนิด และการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน การศึกษาในหนูทดลองพบว่าการพัฒนาของ regulatory Tlymphocyte (CD4+ FoxP3+) เกี่ยวข้องกับปริมาณและชนิดของจุลินทรีย์ในอาหาร อย่างไรก็ตาม กลไกของโปรไบติกในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด  จากข้อมูลที่กล่าวมานั้นสามารถประเมินได้ว่าประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้นได้โดยพิจารณาจากดัชนีชี้วัดการผลิตในสุกร โดยสรุปประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกได้ดังนี้ ประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกให้สุกร        การใช้โปรไบโอติกในสุกรมีการใช้ในทุกระยะของการผลิต โดยการเสริมโปรไบโอติกจะช่วยให้จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารเกิดความสมดุล ส่งเสริมให้สุกรเกิดสุขภาพที่ดีและมีผลให้ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น เนื่องจากเป้าหมายสุกรในแต่ละระยะแตกต่างกัน จึงสรุปประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้โปรไบโอติกในสุกรระยะต่างๆ ตามระยะการผลิต ได้แก่  ประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกในแม่สุกร การใช้โปรไบโอติกในแม่สุกรมีผลดีในระบบการผลิตทั้งในตัวแม่สุกรเองและลูกสุกรที่ได้จากแม่ที่เสริมโปรไบโอติก จากการศึกษาและเก็บข้อมูลจริงในฟาร์มพบว่า การเสริมโปรไบโอติกในแม่สุกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ดังนี้ แม่สุกรและลูกสุกร (ช่วงท้อง)  สำหรับแม่สุกร ช่วยสร้างสมดุลในทางเดินอาหาร กระตุ้นการกินอาหาร กระตุ้นการผลิตน้ำนม ลดปัญหาการโทรมหลังหย่านม ลดการสูญเสียไขมันสันหลัง ลดระยะเป็นสัดหลังหย่านม (wean-to-first service interval/ PSI) เพิ่มอัตราเข้าคลอดและอัตราผสมติด เพิ่มระดับภูมิคุ้มกันในน้ำนม (IgA) ลดการปล่อยเชื้อทางมูลของแม่สู่ลูกในเล้าคลอด   ส่วนสำหรับลูกสุกร เพิ่มน้ำหนักแรกเกิด ลดการสูญเสียของลูกสุกรระยะดูดนม เพิ่มน้ำหนักหย่านม เพิ่มอัตราการเลี้ยงรอด ลูกสุกรดูดนม ลดปัญหาท้องเสียในลูกสุกร ลด E.coli ในเล้าคลอด เพิ่มน้ำหนักหย่านม เพิ่ม ADG ลดการสูญเสียลูกสุกรในเล้าคลอดสุกรอนุบาลและสุกรขุน ช่วยกระตุ้นการกินอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้และดูดซึมอาหาร เพิ่มอัตราการเจริญเติบโต เพิ่ม ADG และลด FCR ลดปัญหาระบบทางเดินอาหาร ตัวอย่างเช่น ในประเทศเกาหลีได้มีการนำมาใช้ศึกษาทดลองโดยผสมในอาหารสุกรหลังหย่านม พบว่าสุกรมีการเจริญเติบโตและอัตราการแลกน้ำหนักดีกว่าในกลุ่มควบคุมและให้ผลใกล้เคียงกับในกลุ่มที่ให้สารปฏิชีวนะ การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรเพื่อทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ เพื่อต่อต้านเชื้อก่อโรคหรือเพื่อบำรุงสุขภาพสุกรนั้นเป็นทางเลือกหนึ่งที่ควรพิจารณา  อย่างไรก็ตามการใช้โปรไบโอติกเพื่อผลดีที่สุดควรใช้ในช่วงเวลาที่สุกรแรกเริ่มได้รับเชื้อจุลินทรีย์หรือตั้งแต่แรกเกิดจนถึงประมาณสี่สัปดาห์หลังจากหย่านม (Cho, 2011; Le Bon et al., 2010)   ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก - บทความเรื่องบทบาทของโปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร โดยวันดี ศิริโชคชัชวาล ธงชัย เฉลิมชัยกิจ และณุวีร์ ประภัสระกูล ภาควิชาจุลชีววิทยา, คณะสัตวแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร 10330 ประเทศไทย - การใช้โปรไบโอติคและประโยชน์ของการใช้โปรไบโอติกในปศุสัตว์ (Use of probiotic and advantages in animals)  โดย สพ.ญ.กานต์ชนา พูนสุข  , เว็บไซต์สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ในประเทศไทยนั้นพบว่ามีการใช้โปรไบโอติกกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มสัตว์ต่างๆ ทุกกลุ่มดังนี้ กลุ่มสัตว์บก, กลุ่มสัตว์ปีก, กลุ่มสัตว์น้ำ จุดประสงค์หลักของการใช้โปรไบโอติกคือ เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เข้าไปในท่อทางเดินอาหารให้เกิดการสมดุลของจุลินทรีย์เป็นสำคัญ  โดยเมื่อประชากรจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารเกิดความสมดุลแล้วก็จะส่งผลให้สุขภาพสัตว์ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้นดังนี้ 1. ช่วยเพิ่มประสิทธภาพในการย่อยอาหาร  คือโปรไบโอติกมีคุณสมบัติในการสร้างเอนไซม์หลายชนิด ซึ่งเป็นเอนไซน์บางชนิดร่างกายของสัตว์ไม่สามารถสร้างได้ ตัวอย่างเอมไซน์ที่พบการสร้างจากโปรไบโอติก ได้แก่ amylase, protease, lipase, cellulose, β–glucanase, xylanse, phytase 2. ช่วยสร้างวิตามินบี คือ จุลินทรีย์ที่สร้างกรดแลกติก ในทางเดินอาหารเป็นแหล่งในการสร้างวิตามินที่จำเป็นหลายชนิด โดยเฉพาะกลุ่มวิตามิน B ซึ่งการศึกษาจำนวนมากพบว่าจุลินทรีย์เหล่านี้มีความสามารถในการสร้างวิตามินที่มีโมเลกุลซับซ้อน (เช่น วิตามิน B12) ได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าจุลินทรีย์กลุ่ม Bifidobacterium สามารถสร้างวิตามินหรือส่วนประกอบของวิตามินหลายชนิด ได้แก่ วิตามินK, วิตามินB12, biotin, folate, riboflavin และ pyridoxine 3. ช่วยในการดูดซึมสารอาหาร  จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารมีส่วนช่วยในการดูดซึมสารอาหารจำเป็นหลายชนิด เช่น ช่วยในการดูดซึมไขมันและวิตามินที่ละลายในไขมัน ช่วยในการดูดซึมกลูโคสและควบคุมการทำงานของสมดุลกลูโคสในร่างกายผ่าน Intestine-brain-liver neural axis 4. ลดจำนวนจุลินทรีย์ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารของสัตว์ดีขึ้น เนื่องจากสภาวะที่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ เอื้อให้สัตว์สามารถใช้อาหารได้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและเอื้อให้มีการดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น 5. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์ให้อยู่ในสภาวะสมดุล โดยพบว่าจุลินทรีย์ในโปรไบโอติกมีการสร้างสารที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์ เช่น พบว่า Bifidobacterium สร้างสารที่ช่วยให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ซึ่งจากผลการศึกษาโปรไบโอติกทั้งในสัตว์และในมนุษย์พบว่า การใช้โปรไบโอติกมีผลต่อภูมิคุมกันที่ผิวเยื่อเมือก secretory IgA การหลั่งของ cytokine หลายชนิด และการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน การศึกษาในหนูทดลองพบว่าการพัฒนาของ regulatory Tlymphocyte (CD4+ FoxP3+) เกี่ยวข้องกับปริมาณและชนิดของจุลินทรีย์ในอาหาร อย่างไรก็ตาม กลไกของโปรไบติกในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด  จากข้อมูลที่กล่าวมานั้นสามารถประเมินได้ว่าประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้นได้โดยพิจารณาจากดัชนีชี้วัดการผลิตในสุกร โดยสรุปประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกได้ดังนี้ ประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกให้สุกร        การใช้โปรไบโอติกในสุกรมีการใช้ในทุกระยะของการผลิต โดยการเสริมโปรไบโอติกจะช่วยให้จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารเกิดความสมดุล ส่งเสริมให้สุกรเกิดสุขภาพที่ดีและมีผลให้ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น เนื่องจากเป้าหมายสุกรในแต่ละระยะแตกต่างกัน จึงสรุปประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้โปรไบโอติกในสุกรระยะต่างๆ ตามระยะการผลิต ได้แก่  ประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกในแม่สุกร การใช้โปรไบโอติกในแม่สุกรมีผลดีในระบบการผลิตทั้งในตัวแม่สุกรเองและลูกสุกรที่ได้จากแม่ที่เสริมโปรไบโอติก จากการศึกษาและเก็บข้อมูลจริงในฟาร์มพบว่า การเสริมโปรไบโอติกในแม่สุกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ดังนี้ แม่สุกรและลูกสุกร (ช่วงท้อง)  สำหรับแม่สุกร ช่วยสร้างสมดุลในทางเดินอาหาร กระตุ้นการกินอาหาร กระตุ้นการผลิตน้ำนม ลดปัญหาการโทรมหลังหย่านม ลดการสูญเสียไขมันสันหลัง ลดระยะเป็นสัดหลังหย่านม (wean-to-first service interval/ PSI) เพิ่มอัตราเข้าคลอดและอัตราผสมติด เพิ่มระดับภูมิคุ้มกันในน้ำนม (IgA) ลดการปล่อยเชื้อทางมูลของแม่สู่ลูกในเล้าคลอด   ส่วนสำหรับลูกสุกร เพิ่มน้ำหนักแรกเกิด ลดการสูญเสียของลูกสุกรระยะดูดนม เพิ่มน้ำหนักหย่านม เพิ่มอัตราการเลี้ยงรอด ลูกสุกรดูดนม ลดปัญหาท้องเสียในลูกสุกร ลด E.coli ในเล้าคลอด เพิ่มน้ำหนักหย่านม เพิ่ม ADG ลดการสูญเสียลูกสุกรในเล้าคลอดสุกรอนุบาลและสุกรขุน ช่วยกระตุ้นการกินอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้และดูดซึมอาหาร เพิ่มอัตราการเจริญเติบโต เพิ่ม ADG และลด FCR ลดปัญหาระบบทางเดินอาหาร ตัวอย่างเช่น ในประเทศเกาหลีได้มีการนำมาใช้ศึกษาทดลองโดยผสมในอาหารสุกรหลังหย่านม พบว่าสุกรมีการเจริญเติบโตและอัตราการแลกน้ำหนักดีกว่าในกลุ่มควบคุมและให้ผลใกล้เคียงกับในกลุ่มที่ให้สารปฏิชีวนะ การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรเพื่อทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ เพื่อต่อต้านเชื้อก่อโรคหรือเพื่อบำรุงสุขภาพสุกรนั้นเป็นทางเลือกหนึ่งที่ควรพิจารณา  อย่างไรก็ตามการใช้โปรไบโอติกเพื่อผลดีที่สุดควรใช้ในช่วงเวลาที่สุกรแรกเริ่มได้รับเชื้อจุลินทรีย์หรือตั้งแต่แรกเกิดจนถึงประมาณสี่สัปดาห์หลังจากหย่านม (Cho, 2011; Le Bon et al., 2010)   ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก - บทความเรื่องบทบาทของโปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร โดยวันดี ศิริโชคชัชวาล ธงชัย เฉลิมชัยกิจ และณุวีร์ ประภัสระกูล ภาควิชาจุลชีววิทยา, คณะสัตวแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร 10330 ประเทศไทย - การใช้โปรไบโอติคและประโยชน์ของการใช้โปรไบโอติกในปศุสัตว์ (Use of probiotic and advantages in animals)  โดย สพ.ญ.กานต์ชนา พูนสุข  , เว็บไซต์สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ

อ่านต่อMORE

ขอขอบคุณลูกค้าและผู้เข้าชมงาน VIV Asia 2017 ที่ให้ความสนใจและเข้าเยี่ยมชมบูธขอขอบคุณลูกค้าและผู้เข้าชมงาน VIV Asia 2017 ที่ให้ความสนใจและเข้าเยี่ยมชมบูธ

บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ขอขอบพระคุณลูกค้าและผู้สนใจทุกท่านที่ให้ความสนใจและเยี่ยมชมบูธของเรา ตลอดทั้งสามวันของการจัดงานมีผู้ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมของเราเป็นจำนวนมากและมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่เรานำไปแสดงในงานจะสามารถร่วมพัฒนาธุรกิจของท่าน ทางบริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในการร่วมแสดงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมครั้งต่อไปจะได้รับความสนใจจากท่านเช่นเดิม Montblanc replica บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ขอขอบพระคุณลูกค้าและผู้สนใจทุกท่านที่ให้ความสนใจและเยี่ยมชมบูธของเรา ตลอดทั้งสามวันของการจัดงานมีผู้ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมของเราเป็นจำนวนมากและมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่เรานำไปแสดงในงานจะสามารถร่วมพัฒนาธุรกิจของท่าน ทางบริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในการร่วมแสดงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมครั้งต่อไปจะได้รับความสนใจจากท่านเช่นเดิม Fake De Pol watches uk

อ่านต่อMORE

Hammersmith Weekly Report - October 15, 2017Hammersmith Weekly Report - October 15, 2017

SECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN ข่าวใหญ่ที่สุดในตลาดสินค้าธัญพืชและพืชน้ำมันของอเมริกาในสัปดาห์นี้คือรายงานฉบับล่าสุดของ USDA WASDE (WASDE คือ World Agricultural Supply and Demand Estimates) ถั่วเหลืองมีรายงานในสัปดาห์นี้ว่าราคาปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจากการที่ USDA ประมาณการระดับผลผลิตที่ลดดลง ลดลงไม่มาก แต่ก็มากพอที่จะผลักดันให้ราคาปรับขึ้น 10-12 ดอลล่าร์ต่อตัน และกากถั่วเหลืองปรับขึ้น 10-11 ดอลล่าร์ต่อตัน ในสิ้นสัปดาห์ นอกจากนี้ปัจจัยที่ทำให้ราคาถั่วเหลืองปรับสูงขึ้นคือการเก็บเกี่ยวผลผลิตของอเมริกาที่ล่าช้า และความกังวลเกี่ยวกับการเพาะปลูกรอบต่อไปของบราซิล นอกจากนี้กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ได้ลดพอร์ทการซื้อผลผลิตถั่วเหลืองในระยะสั้น ซึ่งส่งผลทำให้ราคาสินค้าล่วงหน้าปรับสูงขึ้น ถั่วเหลืองราคาได้แตะที่ระดับ 10 ดอลล่าร์ต่อบุชเชลเมื่อวันศุกร์ และบางคนรู้สึกว่าราคาสามารถปรับตัวสูงขึ้นกว่านี้ได้ นอกจากนี้ เกษตรกรอเมริกาอาจรู้สึกว่า 10 ดอลล่าร์บุชเชลเป็นระดับที่ดีในการขายถั่วของเขา ราคาข้าวโพดปรับสูงขึ้นเล็กน้อยหลังรายงานของ USDA และผู้เชี่ยวชาญหลายคนไม่ได้รู้สึกว่าราคาข้าวโพดมีโอกาสปรับสูงขึ้นในพอร์ทในระยะสั้น ขณะที่การเก็บเกี่ยวในอเมริกาไม่ได้มากเท่าที่ต้องการ เกษตรกรอเมริกาสามารถเก็บเกี่ยวได้อย่างรวดเร็ว ปริมาณการซื้อขายข้าวโพดล่วงหน้าลดลงเมื่อวันศุกร์ และดูเหมือนว่านักเก็งกำไรข้าวโพดกำลังยุ่งกับการเพิ่มพอร์ทข้าวโพดในระยะสั้น การผลิตเอทานอลที่ลดลงและการเก็บเกี่ยวที่เพิ่มขึ้นอาจจะทำให้ตลาดข้าวโพดปรับลดลงในสัปดาห์น้า ดูเหมือนจะไม่มีเหตุผลใดๆ ในวันนี้ที่จะคาดหวังให้ราคาข้าวโพดปรับตัวสูงขึ้น ราคาข้าวสาลีปรับสูงขึ้นเล็กน้อยในสัปดาห์นี้ แต่ไม่มีเหตุผลดีๆ นอกเหนือไปจากตามราคาถั่วเหลือง ผู้เชี่ยวชาญรู้สึกว่าข้าวสาลีอเมริกามีความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้สูง และควรที่จะกลับมาทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ จากรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับข้าวสาลีฤดูหนาวสีแดงชนิดแข็งโปรตีนต่ำ เช่นเดียวกับข้าวโพด นักเก็งกำไรตลาดล่วงหน้าได้เพิ่มพอร์ทในระยะสั้นของข้าวสาลี   SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN รายงานจากเปรูรายงานว่าการขายไปยังจีนสำหรับฤดูกาลถัดไปยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แต่อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากทั้งผู้ซื้อและผู้ขายไม่ต้องการที่จะก้าวร้าวกัน ผู้ขายหวังราคาที่สูงว่าที่แสดงไว้ด้านล่าง ขณะที่ผู้ซื้อคาดว่าจะได้รับราคาที่ต่อรองจากราคาด้านล่าง ราคาปลาป่นยังคงทรงตัว – ปรับสูงขึ้นเล็กน้อย โดยไม่มีจุดอ่อนของฤดูกาลจับปลาล่วงหน้าแสดงให้เห็น ตามรายงานของ MSI Ceres สัปดาห์นี้ การขายปลาป่นล่วงหน้าอาจจะเพิ่มขึ้นประมาณ 115,000 ตัน และส่วนใหญ่ไปยังจีน การนำเข้าปลาป่นของจีนปี 2017 คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยกว่าการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ เพิ่มขึ้น 1.55 ล้านตันจากปีก่อน ความรู้สึกเกี่ยวกับฤดูกาลจับปลาถัดไปของเปรูยังคงเริ่มช่วงกลางถึงปลายเดือนพฤศจิกายน โดยมีการคาดการณ์ว่าโควต้าการจับปลาจะเป็นอย่างไร IFFO จะจัดประชุมประจำปีที่วอชิงตันดีซี ในวันที่ 23-25 ตุลาคม 2017 เป็นที่เข้าใจกันว่าคนส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับปลาป่น/น้ำมันปลา จะเข้าร่วมประชุม  มีรายงานในสัปดาห์นี้ว่าผู้ผลิตปลาป่นของอเมริกา Omega Proteins ได้เข้าซื้อ Cooke Aquaculture ของแคนาดา โดย Cooke เป็นบริษัทด้านการเลี้ยงปลาและอาหารทะเล ส่วน Omega เป็นผู้ผลิตปลาป่นและน้ำมันปลาจากปลา menhaden ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในอเมริกาSECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN Needless to say, the biggest news in the US grain and oilseed markets this week was the latest USDA WASDE report (WASDE is: World Agricultural Supply and Demand Estimates). Soybeans had a slightly bullish report this week due to a lowering of the USDA estimated yield levels for soybeans – not much of a lowering but enough to push soybean prices up by about USD 10 to 12 m/t and soymeal by USD 10 to 11 m/t by the end of the week. Also lending some strength to soybean prices was the slowing of the US harvest and some concerns over the next Brazil crop. Also, the commodity funds are reducing their soybean short positions which will move futures prices higher. Soybeans did reach the level of USD 10 bushel on Friday and some feel that prices can move higher. Also, US farmers may feel that USD 10 bushel is quite a good level for them to be selling their beans. Corn prices were a tad higher after a neutral USDA report and many experts don't seem to feel that corn prices have much of a chance to move higher in the near term. While the harvest in the US is not as far along as some wanted, the US farmer can catch up very, very quickly. Corn futures volumes were lower on Friday after a crazy day for volume on Thursday and it looked like corn speculators were busily increasing their short positions in corn. Lower ethanol production and a speed up in the harvest may just put a little weakness in the corn market for next week. There certainly doesn't seem to be any reason today to expect corn prices to rally higher. Wheat prices were up a little on the week but for no good reason other than following soybeans.  Experts seem to feel that US wheat is now very competitive in world markets and should be able to get back a little business from Russia – especially for lower protein hard red winter wheat. As with corn, the futures speculators have increased their short positions on wheat.   SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN Reports from Peru say that sales to China for the next season are continuing but at quite a low volume level as neither buyers nor sellers seem to want to be too aggressive as yet. Sellers are hoping for slightly higher prices than those show below while buyers, as is to be expected, are bidding well below. Fishmeal prices have been steady to a little higher with no pre-fishing season weakness seen at all. According to the MSI Ceres report this week the fishmeal pre-sales are probably up around 115,000 m/t and probably mostly to China. China's 2017 fishmeal imports are expected to be a little higher than previous forecasts, up to 1.55 million m/t for the year... The feeling on the next fishing season in Peru is still centered on mid to end November with the usual amount of speculation on exactly what the new fishing quota will be. The IFFO will be holding its annual conference in Washington DC on October 23 to 25, 2017. It is understood that all the major fishmeal/fishoil people will be in attendance. It was reported this week that US fishmeal producer Omega Proteins has been bought by Canada's Cooke Aquaculture. Cooke is mainly a fish farming and seafood company while Omega is a producer of fishmeal and fishoil from menhaden fish, primarily in the US.

อ่านต่อMORE

Hammersmith Weekly Report - October 07, 2017 Hammersmith Weekly Report - October 07, 2017

SECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN อีกครั้งในสัปดาห์นี้ เป็นช่วงเวลาที่เงียบเหงาสำหรับธุรกิจสินค้าธัญพืช มีเพียงราคากากถั่วเหลืองที่มีการเปลี่ยนแปลงมาก โดยมีการปรับราคาสูงขึ้น 5 ดอลล่าร์ต่อตัน ราคาข้าวโพด ถั่วเหลือง และข้าวสาลี สิ้นสัปดาห์ด้วยการเปลี่ยนแปลง 1 ดอลล่าร์จากต้นสัปดาห์ ราคาพยายามปรับตัวสูงขึ้นเมื่อสิ้นสัปดาห์จากความกังวลเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยวที่ล่าช้า ที่มีสาเหตุมาจากมีฝนตกในพื้นที่ส่วนใหญ่ของเขตมิดเวสต์ (Midwest) ของอเมริกา แน่นอน รายงานของ USDA WASDE ฉบับใหม่ และรายงานความก้าวหน้าของผลผลิตที่จะออกในสัปดาห์หน้า หลายคนกำลังรอดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้ากล่าวว่า WASDE ฉบับใหม่จะแสดงให้เห็นผลผลิตข้าวโพดที่ลดลงน้อยมากซึ่งจะทำให้ผลผลิตข้าวโพดรวมทั้งหมดลดลงน้อยมาก แต่มีการคาดการณ์ว่ายอดขายการส่งออกลดลงซึ่งไปชดเชยเรื่องผลผลิตที่ลดลง ประมาณการการส่งออกของผลผลิตถั่วเหลืองไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากตัวเลขของ USDA และที่บราซิลมีการคาดการณ์ว่าผลผลิตถั่วเหลืองปี 2017/18 อาจจะลดลงเล็กน้อยจากการคาดการณ์ช่วงก่อนหน้า ไม่มากพอที่จะกระทบกับราคาตลาด ด้านข้าวสาลี ผู้เชี่ยวชาญรู้สึกว่าสต๊อคข้าวสาลีจะเพิ่มมากขึ้นเล็กน้อยกว่าตัวเลขล่าสุดของ USDA  ราคาต่างประเทศที่สูงขึ้น โดยหลักจากรัสเซีย ที่ช่วยสนันสนุนราคาข้าวสาลีอเมริกาเล็กน้อย ทั้งหมดจะถูกแสดงในสัปดาห์หน้าจากรายงานฉบับล่าสุดของ USDA WASDE   SECTION 2 :  FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN วันหยุดในจีนได้ลดความสนใจของลูกค้า ธุรกิจก็เงียบก่อนที่จะยากที่จะจินตนาการว่ามันจะยิ่งเงียบกว่า – แต่มันก็เป็น ตามรายงานของ trade ปลาป่นของเปรูส่วนมากที่ขายเมื่อสัปดาห์ก่อนได้ถูกจัดส่งเกือบทั้งหมด แม้ว่าการส่งไปยังจีนจะลดลงเนื่องจากผู้ผลิต/ผู้ส่งออกทั้งหมดได้จมอยู่กับสินค้าค้างส่ง ประมาณการช่วงต้นของการส่งออกปลาป่นเปรูจนถึงสิ้นเดือนกันยายนจะอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 1 ล้านตัน โดยส่วนมาก 800,000 ตันถูกส่งไปจีน จีนเป็นประเทศที่กุมอำนาจธุรกิจปลาป่น ไม่มีอะไรใหม่รายงานเกี่ยวกับการเดินทางสำรวจ Imarpe หรือโควตาการจับปลาใหม่ของเปรู เป็นสัปดาห์ที่เงียบดี มีเวลาในการทาสีออฟฟิสใหม่   SECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN Once again this week, we had a very quiet time in the grain business. Only soymeal prices showed much of a change and moved about USD 5 m/t higher. Corn, soybeans and wheat prices all ended the week within about USD 1 of where they started the week. Prices tried to move higher as the week ended with concerns over harvest delays that might be caused by rainfall in large areas of the US Midwest. Of course, with the new USDA WASDE report and the Crop Progress report coming up next week many people were just sitting back and waiting to see what will happen. According to trade experts the new WASDE will show very slightly reduced corn yields which could give a very minor drop in the total corn crop --- but then they are also projecting lower export sales which could offset a small yield drop. The trade export estimates for soybean yields were not changed from the USDA numbers. And, looking at Brazil it is expected that their 2017/18 soybean production may be just a very little bit lower than earlier estimates --- not enough affect market prices. On the wheat side of things, the experts feel that wheat stocks will be a little higher than the USDA's last numbers. Higher international prices, mainly from Russia, did help to support US wheat prices a little. All will be revealed next week with the latest USDA WASDE report.   SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN Holidays in China have reduced the customer interest even more – business was quiet before hard to imagine that it could get even quieter – but it did. According to trade reports, most of the Peru fishmeal sold in previous weeks has now almost all shipped – even shipments to China are dropping of as all the producers/exporters have caught up with the backlog of shipments. Some early estimates have Peru's fishmeal exports to the end of September at just under 1 million m/t with almost 800,000 m/t going to China --- China certainly dominates the fishmeal business. Nothing new to report on the Imarpe exploratory voyages or the new Peru fishing quota --  a nice quiet week, lots of time to repaint the office.

อ่านต่อMORE

Hammersmith Weekly Report - September 30, 2017Hammersmith Weekly Report - September 30, 2017

SECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN ถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองปรับตัวลดลงในสัปดาห์นี้ โดยถั่วเหลืองลดลง 6 ดอลล่าร์ต่อตัน และกากถั่วเหลืองลดลง 3-5 ดอลล่าร์ต่อตัน ราคาข้าวโพดยังคงทรงตัวในสัปดาห์นี้ แต่ข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิของอเมริการาคาลดลง 5 ดอลล่าร์ต่อตัน  ถั่วเหลืองราคาลดลงในช่วงต้นสัปดาห์แต่ปรับขึ้นเล็กน้อยในวันศุกร์หลังรายงานสต๊อค USDA แต่ก็ไม่มากพอที่จะผลักดันราคาให้กลับมาสู่ช่วงก่อนลง อย่างไรก็ตาม ตลาดล่วงหน้าเมื่อวันศุกร์สำหรับถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองปิดตลาดที่ราคาปรับสูงขึ้น ดังนั้นมันเป็นโอกาสที่ดีของสัปดาห์หน้าที่อาจจะเห็นมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุที่ถั่วเหลือง/กากถั่วเหลืองปรับตัวสูงขึ้นจากการที่ระดับสต๊อคที่ลดลงในเดือนกันยายนซึ่งจะเป็นแบบนี้ไปตลอดปี ส่งผลทำให้ปริมาณสต๊อค ลดลงในปี 2017/18 นี่ก็เพียงพอที่ทำให้ตลาดตื่นเต้น ข้าวโพดไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเหมือนถั่วเหลือง แม้ว่าวันศุกร์เป็นวันที่ราคาปรับสูงขึ้นเล็กน้อย สต๊อคข้าวโพดลดลงเล็กน้อยจาก USDA แต่ไม่ได้ลดมากพอที่จะเป็นสาเหตุทำให้เกิดความตื่นเต้นในตลาด ความเห็นของ trade เมื่อวันศุกร์ได้บอกเป็นนัยว่าราคาข้าวโพดจะค่อยๆ ปรับสูงขึ้นในช่วง 2-3 สัปดาห์หน้า โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขสต็อคที่ลดลง   ข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิราคาปรับลดลงในสัปดาห์นี้จากการที่รายงานตัวเลขสต๊อคและผลผลิตจาก USDA ได้สูงกว่าที่ trade ได้คาดการณ์ไว้ซึ่งช่วงให้ราคาปรับลดลง 7-9 ดอลล่าร์ต่อตัน    SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN กระทรวงประมงของเปรูกล่าวว่า สภาพดูเหมาะสำหรับการจับปลาฤดูกาลถัดไปที่คาดว่าจะเริ่มต้นในเดือนพฤศจิกายน หลังจากสิ้นสุดการสำรวจการจับปลาในเดือนตุลาคม ตลาดรายงานว่ามีการทำธุรกิจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยของฤดูกาลจับปลาใหม่ อาจจะจากจีน  ซึ่งทำให้ยอดขายปลาป่นล่วงหน้ารวมทั้งหมดใกล้ 75,000 ตัน  ปริมาณการนำเข้าปลาป่นของจีนจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมอยู่ที่ระดับ 1.2 ล้านตัน โดยประมาณ  60% มาจากเปรู 719,000 ตัน การนำเข้าปลาป่นของจีนในปี 2017 อยู่ในระดับที่สูงกว่าปีที่แล้ว และคาดการณ์ว่าปี 2017 จะมีปริมาณถึง 1.45 ล้านตัน ในปี 2016 มีปริมาณเพียง 700,000 ตัน ของปลาป่นที่นำเข้าโดยจีน ดังนั้นในปีนี้ 1.2 ล้านตัน เป็นปริมาณนำเข้าที่เพิ่มมากขึ้น MSI Ceres ได้กล่าวถึงในรายงานในสัปดาห์นี้ว่า มีความเป็นไปได้ที่ผลผลิตปลาป่นโลกปี 2017 จะมีถึง 5 ล้านตัน ส่วนผลผลิตน้ำมันปลาจะเพิ่มขึ้นถึง 950,000 ตัน สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับปริมาณคือทุกๆ กิโล/ปอนด์/ออนซ์ จะขายได้  SECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN Soybeans and soymeal took a hit this week with beans down by about USD 6 m/t and soymeal by USD 3 to 5 m/t.  Corn prices seemed quite steady on the week but US spring wheat was down by about USD 5 m/t. Soybeans were down early in the week but did push up a little on Friday after the USDA stocks report but not enough of a push to overcome the drop earlier. However, the Friday futures market for soybeans and meal did end on a push higher so there is a good chance that next week may see the trend to higher levels continue.  The cause of the soybean/meal rally was lower stock levels in September which carry through the year causing lower stock levels in 2017/18. This was enough to get the market excited. Corn wasn't nearly as exciting as soybeans, although Friday was a bit of an up day for prices. Corn stocks were seen to be just a little lower by the USDA but not enough lower to cause any market excitement. A number of trade comments on Friday implied that corn prices could easily creep higher over the next couple of weeks, supported somewhat by the lower stock number. Spring wheat was lower this week as the USDA stock and production numbers were higher than the trade had expected which helped move prices down by USD 7 to 9 m/t. There could be some room for spring wheat to move even lower. SECTION 2 :  FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN The Peruvian Fisheries ministry has said that conditions look "favorable" for the next fishing season with an expected start in November after the end of the exploratory fishing cruise in October. The market reports that there was a little more new crop business booked, probably for China, which should bring the presold total up to close to 75,000 m/t of fishmeal. China's fishmeal imports to the end of August reached 1.2 million m/t with about 60 percent of that coming from Peru – 719,000 m/t. China's fishmeal imports in so far in 2017 are well above last year and the total for 2017 is forecasted to reach 1.45 million m/t. In 2016 only just over 700,000 m/t of fishmeal was imported by China, so this year's 1.2 mm/t is quite a jump in imports. MSI Ceres mentioned in their report this week that it is possible that 2017 world fishmeal production could reach 5 million m/t with fishoil production up to 950,000 m/t. The interesting thing to this quantity is that every single kilo/pound/ounce will be sold – there are no growing mountains of fishmeal or fishoil.

อ่านต่อMORE

ข่าวที่น่าสนใจ

ECONOMIC NEWS

กราฟรายวัน

DAILY CHART

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารจากเราSUBSCRIBE TO OUR NEWS
Top