ข่าวสารและกิจกรรมNEWS & EVENTS

อ่านต่อREAD MORE

การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกการใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีก

       เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าการใช้โปรไบโอติกมีส่วนช่วยลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคอาหารเป็นพิษ โดยจุลินทรีย์ที่ดีจะเข้าไปช่วยยับยั้งจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารด้วยการลดการเกาะติดของจุลินทรีย์ก่อโรค เป็นการเพิ่มสัดส่วนของจุลินทรีย์ที่ดีในทางเดินอาหารจึงช่วยให้ระบบการย่อยและการดูดซึมอาหารของสัตว์ปีกดีขึ้น มีความสมดุลในลำไส้  ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานทำให้มีความต้านทานต่อเชื้อก่อโรคได้ดียิ่งขึ้น เกิดประสิทธิภาพในการเลี้ยงที่ดี  จึงส่งผลให้อัตราการเจริญเติบโตของสัตว์เพิ่มขึ้น โปรไบโอติกจึงเป็นทางเลือกในการใช้เพื่อทดแทนการใช้ยาและสารปฏิชีวนะในการเลี้ยง ดังนั้นจึงช่วยทำให้ประหยัดเพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ยังเกิดประโยชน์ในด้านการเพิ่มความปลอดภัยของกระบวนการผลิตและเพิ่มความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกที่ส่งต่อให้กับผู้บริโภคมากขึ้น       อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เพื่อการส่งออกมีความสำคัญมากขึ้นทุกปีจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศปีละหลายพันล้านบาท ซึ่งประเทศไทยส่งออกไก่เนื้อเป็นอันดับ 4 ของโลก การเลี้ยงไก่ในเชิงอุตสาหกรรมจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตทั้งด้านการปรับปรุงพันธุ์ไก่การจัดการเลี้ยงดูคุณภาพอาหารของไก่และดูแลอย่างถูกหลักวิธี การใช้จุลินทรีย์ โปรไบติกอาจเป็นทางเลือกหนึ่ง โดยผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับสัตว์ปีก ไบโอติก แมกซ์ 2 (Biotic Max 2) เป็นอาหารเสริมที่ใช้ทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะในการกระตุ้นการเจริญเติบโต และสร้างภูมิคุ้มกันของสัตว์ โดยผลิตจากจุลินทรีย์ Bacillus subtilis โดยในกระบวนการผลิตได้มีการนำจุลินทรีย์โปรไบโอติก Bacillus subtilis มาผสมร่วมกับกากเซลล์ยีสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่ผ่านการย่อยผนังเซลล์โดยเอนไซม์ Protease และ Glucanase เพื่อให้สัตว์สามารถนำสารสำคัญที่มีคุณสมบัติกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เช่น เบต้ากลูแคน (β-Glucan) และแมนแนน (Mannan) ที่พบมากในผนังเซลล์ยีสต์ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ • ผลิตภัณฑ์มีจุลินทรีย์ Bacillus subtilis ที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างน้อย 10,000 ล้านตัว ซึ่งสามารถสร้างสปอร์ที่ทนต่อความร้อนได้สูง และทนสภาวะความเป็นกรดในกระเพาะของสัตว์ปีกได้ อีกทั้งยังเป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติสร้างเอนไซม์โปรติเอสออกมาย่อยโปรตีน และสร้างเอนไซม์อะไมเลส ออกมาย่อยแป้ง และสารอินทรีย์ต่างๆ• สื่อที่ใช้เป็นเปปไทด์สายสั้น ที่สัตว์สามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ง่าย • จุลินทรีย์ที่ดีจะยึดพื้นที่ในผนังลำไส้ของสัตว์เพื่อลดแบคทีเรียก่อโรค เช่น Salmonella และปรับสมดุลให้แก่จุลินทรีย์ในกระเพาะอาหาร• B-Glucan ทำให้สัตว์สามารถดูดซึมและนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยด้วยเอนไซม์ ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนัง สร้างคอลลาเจน อีลาสตินมากขึ้น ทำให้แผลหายเร็วขึ้น เพิ่มความแข็งแรงความยืดหยุ่นแก่ผิวหนังที่สร้างใหม่ เพิ่มการเจริญเติบโต และการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันไม่จำเพาะให้แก่สัตว์• Mannan ช่วยให้มีการดูดซึมกรดอะมิโน L-tryptophan ทั้งบริเวณลำไส้ส่วน Jejunal และ Ileal ที่เกี่ยวข้องกับการหลั่ง Serotonin ออกมาทาให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียด ช่วยทำให้ผนังลำไส้ของสัตว์สมบูรณ์จึงมีพื้นที่ในการดูดซึมอาหารได้มากขึ้น ประโยชน์ของ “ไบโอติก แมกซ์ 2” สารผสมล่วงหน้าที่เป็นสารเสริมชีวนะสำหรับสัตว์ปีก1.เพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์และปรับสมดุลในระบบทางเดินอาหารให้กับสัตว์ปีก2.ช่วยควบคุมเชื้อก่อโรคไม่ให้เจริญในระบบทางเดินอาหารได้3.กระตุ้นภูมิคุ้มกันแบบพึ่งเซลส์ของสัตว์ปีก4.เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมโปรตีนในระบบทางเดินอาหาร5.เพิ่มเปอร์เซ็นต์ไข่และคุณภาพของไข่ขาว6.เพิ่มระยะเวลาการให้ไข่สูงสุดนานขึ้น7.เพิ่มน้ำหนักไข่ และช่วยลดปัญหาความสกปรกของเปลือกไข่8.ลดกลิ่นมูลสัตว์ สลายแอมโมเนีย ไนไตรท์และไนเตรทได้เร็วขึ้น 9.ลดการถ่ายเหลวในสัตว์ปีก สรุปโดยรวมในด้านประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มน้ำหนักเฉลี่ยต่อวัน ได้ผลผลิตมากแต่ใช้อาหารน้อย ลดต้นทุนค่าอาหาร เป็นโปรไบโอติกที่สามารถแข่งขันกับเชื้อก่อโรคภายในลำไส้สัตว์ได้ และทนอยู่ในสภาวะที่ไม่เหมาะสมในลำไส้ของสัตว์ปีกได้       เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าการใช้โปรไบโอติกมีส่วนช่วยลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคอาหารเป็นพิษ โดยจุลินทรีย์ที่ดีจะเข้าไปช่วยยับยั้งจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารด้วยการลดการเกาะติดของจุลินทรีย์ก่อโรค เป็นการเพิ่มสัดส่วนของจุลินทรีย์ที่ดีในทางเดินอาหารจึงช่วยให้ระบบการย่อยและการดูดซึมอาหารของสัตว์ปีกดีขึ้น มีความสมดุลในลำไส้  ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานทำให้มีความต้านทานต่อเชื้อก่อโรคได้ดียิ่งขึ้น เกิดประสิทธิภาพในการเลี้ยงที่ดี  จึงส่งผลให้อัตราการเจริญเติบโตของสัตว์เพิ่มขึ้น โปรไบโอติกจึงเป็นทางเลือกในการใช้เพื่อทดแทนการใช้ยาและสารปฏิชีวนะในการเลี้ยง ดังนั้นจึงช่วยทำให้ประหยัดเพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ยังเกิดประโยชน์ในด้านการเพิ่มความปลอดภัยของกระบวนการผลิตและเพิ่มความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกที่ส่งต่อให้กับผู้บริโภคมากขึ้น       อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เพื่อการส่งออกมีความสำคัญมากขึ้นทุกปีจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศปีละหลายพันล้านบาท ซึ่งประเทศไทยส่งออกไก่เนื้อเป็นอันดับ 4 ของโลก การเลี้ยงไก่ในเชิงอุตสาหกรรมจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตทั้งด้านการปรับปรุงพันธุ์ไก่การจัดการเลี้ยงดูคุณภาพอาหารของไก่และดูแลอย่างถูกหลักวิธี การใช้จุลินทรีย์ โปรไบติกอาจเป็นทางเลือกหนึ่ง โดยผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับสัตว์ปีก ไบโอติก แมกซ์ 2 (Biotic Max 2) เป็นอาหารเสริมที่ใช้ทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะในการกระตุ้นการเจริญเติบโต และสร้างภูมิคุ้มกันของสัตว์ โดยผลิตจากจุลินทรีย์ Bacillus subtilis โดยในกระบวนการผลิตได้มีการนำจุลินทรีย์โปรไบโอติก Bacillus subtilis มาผสมร่วมกับกากเซลล์ยีสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่ผ่านการย่อยผนังเซลล์โดยเอนไซม์ Protease และ Glucanase เพื่อให้สัตว์สามารถนำสารสำคัญที่มีคุณสมบัติกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เช่น เบต้ากลูแคน (β-Glucan) และแมนแนน (Mannan) ที่พบมากในผนังเซลล์ยีสต์ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ • ผลิตภัณฑ์มีจุลินทรีย์ Bacillus subtilis ที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างน้อย 10,000 ล้านตัว ซึ่งสามารถสร้างสปอร์ที่ทนต่อความร้อนได้สูง และทนสภาวะความเป็นกรดในกระเพาะของสัตว์ปีกได้ อีกทั้งยังเป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติสร้างเอนไซม์โปรติเอสออกมาย่อยโปรตีน และสร้างเอนไซม์อะไมเลส ออกมาย่อยแป้ง และสารอินทรีย์ต่างๆ• สื่อที่ใช้เป็นเปปไทด์สายสั้น ที่สัตว์สามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ง่าย • จุลินทรีย์ที่ดีจะยึดพื้นที่ในผนังลำไส้ของสัตว์เพื่อลดแบคทีเรียก่อโรค เช่น Salmonella และปรับสมดุลให้แก่จุลินทรีย์ในกระเพาะอาหาร• B-Glucan ทำให้สัตว์สามารถดูดซึมและนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยด้วยเอนไซม์ ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนัง สร้างคอลลาเจน อีลาสตินมากขึ้น ทำให้แผลหายเร็วขึ้น เพิ่มความแข็งแรงความยืดหยุ่นแก่ผิวหนังที่สร้างใหม่ เพิ่มการเจริญเติบโต และการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันไม่จำเพาะให้แก่สัตว์• Mannan ช่วยให้มีการดูดซึมกรดอะมิโน L-tryptophan ทั้งบริเวณลำไส้ส่วน Jejunal และ Ileal ที่เกี่ยวข้องกับการหลั่ง Serotonin ออกมาทาให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียด ช่วยทำให้ผนังลำไส้ของสัตว์สมบูรณ์จึงมีพื้นที่ในการดูดซึมอาหารได้มากขึ้น ประโยชน์ของ “ไบโอติก แมกซ์ 2” สารผสมล่วงหน้าที่เป็นสารเสริมชีวนะสำหรับสัตว์ปีก1.เพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์และปรับสมดุลในระบบทางเดินอาหารให้กับสัตว์ปีก2.ช่วยควบคุมเชื้อก่อโรคไม่ให้เจริญในระบบทางเดินอาหารได้3.กระตุ้นภูมิคุ้มกันแบบพึ่งเซลส์ของสัตว์ปีก4.เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมโปรตีนในระบบทางเดินอาหาร5.เพิ่มเปอร์เซ็นต์ไข่และคุณภาพของไข่ขาว6.เพิ่มระยะเวลาการให้ไข่สูงสุดนานขึ้น7.เพิ่มน้ำหนักไข่ และช่วยลดปัญหาความสกปรกของเปลือกไข่8.ลดกลิ่นมูลสัตว์ สลายแอมโมเนีย ไนไตรท์และไนเตรทได้เร็วขึ้น 9.ลดการถ่ายเหลวในสัตว์ปีก สรุปโดยรวมในด้านประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มน้ำหนักเฉลี่ยต่อวัน ได้ผลผลิตมากแต่ใช้อาหารน้อย ลดต้นทุนค่าอาหาร เป็นโปรไบโอติกที่สามารถแข่งขันกับเชื้อก่อโรคภายในลำไส้สัตว์ได้ และทนอยู่ในสภาวะที่ไม่เหมาะสมในลำไส้ของสัตว์ปีกได้

อ่านต่อMORE

การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ (ตอนที่ 1)การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ (ตอนที่ 1)

ในประเทศไทยนั้นพบว่ามีการใช้โปรไบโอติกกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มสัตว์ต่างๆ ทุกกลุ่มดังนี้ กลุ่มสัตว์บก, กลุ่มสัตว์ปีก, กลุ่มสัตว์น้ำ จุดประสงค์หลักของการใช้โปรไบโอติกคือ เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เข้าไปในท่อทางเดินอาหารให้เกิดการสมดุลของจุลินทรีย์เป็นสำคัญ  โดยเมื่อประชากรจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารเกิดความสมดุลแล้วก็จะส่งผลให้สุขภาพสัตว์ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้นดังนี้ 1. ช่วยเพิ่มประสิทธภาพในการย่อยอาหาร  คือโปรไบโอติกมีคุณสมบัติในการสร้างเอนไซม์หลายชนิด ซึ่งเป็นเอนไซน์บางชนิดร่างกายของสัตว์ไม่สามารถสร้างได้ ตัวอย่างเอมไซน์ที่พบการสร้างจากโปรไบโอติก ได้แก่ amylase, protease, lipase, cellulose, β–glucanase, xylanse, phytase 2. ช่วยสร้างวิตามินบี คือ จุลินทรีย์ที่สร้างกรดแลกติก ในทางเดินอาหารเป็นแหล่งในการสร้างวิตามินที่จำเป็นหลายชนิด โดยเฉพาะกลุ่มวิตามิน B ซึ่งการศึกษาจำนวนมากพบว่าจุลินทรีย์เหล่านี้มีความสามารถในการสร้างวิตามินที่มีโมเลกุลซับซ้อน (เช่น วิตามิน B12) ได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าจุลินทรีย์กลุ่ม Bifidobacterium สามารถสร้างวิตามินหรือส่วนประกอบของวิตามินหลายชนิด ได้แก่ วิตามินK, วิตามินB12, biotin, folate, riboflavin และ pyridoxine 3. ช่วยในการดูดซึมสารอาหาร  จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารมีส่วนช่วยในการดูดซึมสารอาหารจำเป็นหลายชนิด เช่น ช่วยในการดูดซึมไขมันและวิตามินที่ละลายในไขมัน ช่วยในการดูดซึมกลูโคสและควบคุมการทำงานของสมดุลกลูโคสในร่างกายผ่าน Intestine-brain-liver neural axis 4. ลดจำนวนจุลินทรีย์ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารของสัตว์ดีขึ้น เนื่องจากสภาวะที่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ เอื้อให้สัตว์สามารถใช้อาหารได้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและเอื้อให้มีการดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น 5. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์ให้อยู่ในสภาวะสมดุล โดยพบว่าจุลินทรีย์ในโปรไบโอติกมีการสร้างสารที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์ เช่น พบว่า Bifidobacterium สร้างสารที่ช่วยให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ซึ่งจากผลการศึกษาโปรไบโอติกทั้งในสัตว์และในมนุษย์พบว่า การใช้โปรไบโอติกมีผลต่อภูมิคุมกันที่ผิวเยื่อเมือก secretory IgA การหลั่งของ cytokine หลายชนิด และการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน การศึกษาในหนูทดลองพบว่าการพัฒนาของ regulatory Tlymphocyte (CD4+ FoxP3+) เกี่ยวข้องกับปริมาณและชนิดของจุลินทรีย์ในอาหาร อย่างไรก็ตาม กลไกของโปรไบติกในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด  จากข้อมูลที่กล่าวมานั้นสามารถประเมินได้ว่าประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้นได้โดยพิจารณาจากดัชนีชี้วัดการผลิตในสุกร โดยสรุปประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกได้ดังนี้ ประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกให้สุกร        การใช้โปรไบโอติกในสุกรมีการใช้ในทุกระยะของการผลิต โดยการเสริมโปรไบโอติกจะช่วยให้จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารเกิดความสมดุล ส่งเสริมให้สุกรเกิดสุขภาพที่ดีและมีผลให้ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น เนื่องจากเป้าหมายสุกรในแต่ละระยะแตกต่างกัน จึงสรุปประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้โปรไบโอติกในสุกรระยะต่างๆ ตามระยะการผลิต ได้แก่  ประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกในแม่สุกร การใช้โปรไบโอติกในแม่สุกรมีผลดีในระบบการผลิตทั้งในตัวแม่สุกรเองและลูกสุกรที่ได้จากแม่ที่เสริมโปรไบโอติก จากการศึกษาและเก็บข้อมูลจริงในฟาร์มพบว่า การเสริมโปรไบโอติกในแม่สุกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ดังนี้ แม่สุกรและลูกสุกร (ช่วงท้อง)  สำหรับแม่สุกร ช่วยสร้างสมดุลในทางเดินอาหาร กระตุ้นการกินอาหาร กระตุ้นการผลิตน้ำนม ลดปัญหาการโทรมหลังหย่านม ลดการสูญเสียไขมันสันหลัง ลดระยะเป็นสัดหลังหย่านม (wean-to-first service interval/ PSI) เพิ่มอัตราเข้าคลอดและอัตราผสมติด เพิ่มระดับภูมิคุ้มกันในน้ำนม (IgA) ลดการปล่อยเชื้อทางมูลของแม่สู่ลูกในเล้าคลอด   ส่วนสำหรับลูกสุกร เพิ่มน้ำหนักแรกเกิด ลดการสูญเสียของลูกสุกรระยะดูดนม เพิ่มน้ำหนักหย่านม เพิ่มอัตราการเลี้ยงรอด ลูกสุกรดูดนม ลดปัญหาท้องเสียในลูกสุกร ลด E.coli ในเล้าคลอด เพิ่มน้ำหนักหย่านม เพิ่ม ADG ลดการสูญเสียลูกสุกรในเล้าคลอดสุกรอนุบาลและสุกรขุน ช่วยกระตุ้นการกินอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้และดูดซึมอาหาร เพิ่มอัตราการเจริญเติบโต เพิ่ม ADG และลด FCR ลดปัญหาระบบทางเดินอาหาร ตัวอย่างเช่น ในประเทศเกาหลีได้มีการนำมาใช้ศึกษาทดลองโดยผสมในอาหารสุกรหลังหย่านม พบว่าสุกรมีการเจริญเติบโตและอัตราการแลกน้ำหนักดีกว่าในกลุ่มควบคุมและให้ผลใกล้เคียงกับในกลุ่มที่ให้สารปฏิชีวนะ การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรเพื่อทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ เพื่อต่อต้านเชื้อก่อโรคหรือเพื่อบำรุงสุขภาพสุกรนั้นเป็นทางเลือกหนึ่งที่ควรพิจารณา  อย่างไรก็ตามการใช้โปรไบโอติกเพื่อผลดีที่สุดควรใช้ในช่วงเวลาที่สุกรแรกเริ่มได้รับเชื้อจุลินทรีย์หรือตั้งแต่แรกเกิดจนถึงประมาณสี่สัปดาห์หลังจากหย่านม (Cho, 2011; Le Bon et al., 2010)   ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก - บทความเรื่องบทบาทของโปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร โดยวันดี ศิริโชคชัชวาล ธงชัย เฉลิมชัยกิจ และณุวีร์ ประภัสระกูล ภาควิชาจุลชีววิทยา, คณะสัตวแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร 10330 ประเทศไทย - การใช้โปรไบโอติคและประโยชน์ของการใช้โปรไบโอติกในปศุสัตว์ (Use of probiotic and advantages in animals)  โดย สพ.ญ.กานต์ชนา พูนสุข  , เว็บไซต์สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ในประเทศไทยนั้นพบว่ามีการใช้โปรไบโอติกกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มสัตว์ต่างๆ ทุกกลุ่มดังนี้ กลุ่มสัตว์บก, กลุ่มสัตว์ปีก, กลุ่มสัตว์น้ำ จุดประสงค์หลักของการใช้โปรไบโอติกคือ เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เข้าไปในท่อทางเดินอาหารให้เกิดการสมดุลของจุลินทรีย์เป็นสำคัญ  โดยเมื่อประชากรจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารเกิดความสมดุลแล้วก็จะส่งผลให้สุขภาพสัตว์ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้นดังนี้ 1. ช่วยเพิ่มประสิทธภาพในการย่อยอาหาร  คือโปรไบโอติกมีคุณสมบัติในการสร้างเอนไซม์หลายชนิด ซึ่งเป็นเอนไซน์บางชนิดร่างกายของสัตว์ไม่สามารถสร้างได้ ตัวอย่างเอมไซน์ที่พบการสร้างจากโปรไบโอติก ได้แก่ amylase, protease, lipase, cellulose, β–glucanase, xylanse, phytase 2. ช่วยสร้างวิตามินบี คือ จุลินทรีย์ที่สร้างกรดแลกติก ในทางเดินอาหารเป็นแหล่งในการสร้างวิตามินที่จำเป็นหลายชนิด โดยเฉพาะกลุ่มวิตามิน B ซึ่งการศึกษาจำนวนมากพบว่าจุลินทรีย์เหล่านี้มีความสามารถในการสร้างวิตามินที่มีโมเลกุลซับซ้อน (เช่น วิตามิน B12) ได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าจุลินทรีย์กลุ่ม Bifidobacterium สามารถสร้างวิตามินหรือส่วนประกอบของวิตามินหลายชนิด ได้แก่ วิตามินK, วิตามินB12, biotin, folate, riboflavin และ pyridoxine 3. ช่วยในการดูดซึมสารอาหาร  จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารมีส่วนช่วยในการดูดซึมสารอาหารจำเป็นหลายชนิด เช่น ช่วยในการดูดซึมไขมันและวิตามินที่ละลายในไขมัน ช่วยในการดูดซึมกลูโคสและควบคุมการทำงานของสมดุลกลูโคสในร่างกายผ่าน Intestine-brain-liver neural axis 4. ลดจำนวนจุลินทรีย์ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารของสัตว์ดีขึ้น เนื่องจากสภาวะที่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ เอื้อให้สัตว์สามารถใช้อาหารได้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและเอื้อให้มีการดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น 5. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์ให้อยู่ในสภาวะสมดุล โดยพบว่าจุลินทรีย์ในโปรไบโอติกมีการสร้างสารที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์ เช่น พบว่า Bifidobacterium สร้างสารที่ช่วยให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ซึ่งจากผลการศึกษาโปรไบโอติกทั้งในสัตว์และในมนุษย์พบว่า การใช้โปรไบโอติกมีผลต่อภูมิคุมกันที่ผิวเยื่อเมือก secretory IgA การหลั่งของ cytokine หลายชนิด และการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน การศึกษาในหนูทดลองพบว่าการพัฒนาของ regulatory Tlymphocyte (CD4+ FoxP3+) เกี่ยวข้องกับปริมาณและชนิดของจุลินทรีย์ในอาหาร อย่างไรก็ตาม กลไกของโปรไบติกในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด  จากข้อมูลที่กล่าวมานั้นสามารถประเมินได้ว่าประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้นได้โดยพิจารณาจากดัชนีชี้วัดการผลิตในสุกร โดยสรุปประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกได้ดังนี้ ประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกให้สุกร        การใช้โปรไบโอติกในสุกรมีการใช้ในทุกระยะของการผลิต โดยการเสริมโปรไบโอติกจะช่วยให้จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารเกิดความสมดุล ส่งเสริมให้สุกรเกิดสุขภาพที่ดีและมีผลให้ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น เนื่องจากเป้าหมายสุกรในแต่ละระยะแตกต่างกัน จึงสรุปประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้โปรไบโอติกในสุกรระยะต่างๆ ตามระยะการผลิต ได้แก่  ประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกในแม่สุกร การใช้โปรไบโอติกในแม่สุกรมีผลดีในระบบการผลิตทั้งในตัวแม่สุกรเองและลูกสุกรที่ได้จากแม่ที่เสริมโปรไบโอติก จากการศึกษาและเก็บข้อมูลจริงในฟาร์มพบว่า การเสริมโปรไบโอติกในแม่สุกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ดังนี้ แม่สุกรและลูกสุกร (ช่วงท้อง)  สำหรับแม่สุกร ช่วยสร้างสมดุลในทางเดินอาหาร กระตุ้นการกินอาหาร กระตุ้นการผลิตน้ำนม ลดปัญหาการโทรมหลังหย่านม ลดการสูญเสียไขมันสันหลัง ลดระยะเป็นสัดหลังหย่านม (wean-to-first service interval/ PSI) เพิ่มอัตราเข้าคลอดและอัตราผสมติด เพิ่มระดับภูมิคุ้มกันในน้ำนม (IgA) ลดการปล่อยเชื้อทางมูลของแม่สู่ลูกในเล้าคลอด   ส่วนสำหรับลูกสุกร เพิ่มน้ำหนักแรกเกิด ลดการสูญเสียของลูกสุกรระยะดูดนม เพิ่มน้ำหนักหย่านม เพิ่มอัตราการเลี้ยงรอด ลูกสุกรดูดนม ลดปัญหาท้องเสียในลูกสุกร ลด E.coli ในเล้าคลอด เพิ่มน้ำหนักหย่านม เพิ่ม ADG ลดการสูญเสียลูกสุกรในเล้าคลอดสุกรอนุบาลและสุกรขุน ช่วยกระตุ้นการกินอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้และดูดซึมอาหาร เพิ่มอัตราการเจริญเติบโต เพิ่ม ADG และลด FCR ลดปัญหาระบบทางเดินอาหาร ตัวอย่างเช่น ในประเทศเกาหลีได้มีการนำมาใช้ศึกษาทดลองโดยผสมในอาหารสุกรหลังหย่านม พบว่าสุกรมีการเจริญเติบโตและอัตราการแลกน้ำหนักดีกว่าในกลุ่มควบคุมและให้ผลใกล้เคียงกับในกลุ่มที่ให้สารปฏิชีวนะ การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรเพื่อทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ เพื่อต่อต้านเชื้อก่อโรคหรือเพื่อบำรุงสุขภาพสุกรนั้นเป็นทางเลือกหนึ่งที่ควรพิจารณา  อย่างไรก็ตามการใช้โปรไบโอติกเพื่อผลดีที่สุดควรใช้ในช่วงเวลาที่สุกรแรกเริ่มได้รับเชื้อจุลินทรีย์หรือตั้งแต่แรกเกิดจนถึงประมาณสี่สัปดาห์หลังจากหย่านม (Cho, 2011; Le Bon et al., 2010)   ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก - บทความเรื่องบทบาทของโปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร โดยวันดี ศิริโชคชัชวาล ธงชัย เฉลิมชัยกิจ และณุวีร์ ประภัสระกูล ภาควิชาจุลชีววิทยา, คณะสัตวแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร 10330 ประเทศไทย - การใช้โปรไบโอติคและประโยชน์ของการใช้โปรไบโอติกในปศุสัตว์ (Use of probiotic and advantages in animals)  โดย สพ.ญ.กานต์ชนา พูนสุข  , เว็บไซต์สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ

อ่านต่อMORE

ขอขอบคุณลูกค้าและผู้เข้าชมงาน VIV Asia 2017 ที่ให้ความสนใจและเข้าเยี่ยมชมบูธขอขอบคุณลูกค้าและผู้เข้าชมงาน VIV Asia 2017 ที่ให้ความสนใจและเข้าเยี่ยมชมบูธ

บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ขอขอบพระคุณลูกค้าและผู้สนใจทุกท่านที่ให้ความสนใจและเยี่ยมชมบูธของเรา ตลอดทั้งสามวันของการจัดงานมีผู้ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมของเราเป็นจำนวนมากและมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่เรานำไปแสดงในงานจะสามารถร่วมพัฒนาธุรกิจของท่าน ทางบริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในการร่วมแสดงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมครั้งต่อไปจะได้รับความสนใจจากท่านเช่นเดิม บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ขอขอบพระคุณลูกค้าและผู้สนใจทุกท่านที่ให้ความสนใจและเยี่ยมชมบูธของเรา ตลอดทั้งสามวันของการจัดงานมีผู้ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมของเราเป็นจำนวนมากและมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่เรานำไปแสดงในงานจะสามารถร่วมพัฒนาธุรกิจของท่าน ทางบริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในการร่วมแสดงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมครั้งต่อไปจะได้รับความสนใจจากท่านเช่นเดิม

อ่านต่อMORE

Hammersmith Weekly Report - June 24, 2017Hammersmith Weekly Report - June 24, 2017

SECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN เป็นสัปดาห์ที่น่าสนใจในตลาดธัญพืชของอเมริกา โดยส่วนมาก ยกเว้นข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิ ปรับราคาลดลง สภาพอากาศสำหรับข้าวโพดมีแนวโน้มค่อนข้างดี และผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่ารายงานสภาพข้าวโพดของ USDA จะแสดงการปรับปรุงข้าวโพดในสัปดาห์อันใกล้นี้ ยิ่งสภาพข้าวโพดดี ยิ่งทำให้ผลผลิตดีและราคาข้าวโพดอ่อนตัวลง เรากำลังอยู่ในตลาดของสภาพอากาศ ดังนั้นก็ปล่อยให้สภาพอากาศเป็นตัวกำหนดราคา และในสัปดาห์นี้ สภาพอากาศที่ดีทำให้ราคาข้าวโพดอ่อนตัวลง รายงานการเพาะปลูกของ USDA ในสัปดาห์หน้าไม่คาดว่าจะมีเรื่องประหลาดใจใดๆ สำหรับข้าวโพด ถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองราคาได้ปรับตัวลดลงในสัปดาห์นี้ จากสภาพอากาศที่ดีในพื้นที่เพาะปลูกถั่วเหลืองส่วนใหญ่ของอเมริกา แต่ผู้เชี่ยวชาญบางรายกล่าวว่าราคาของถั่วเหลืองอาจจะไม่ลงไปมากกว่านี้ รายงายการเพาะปลูกของ USDA กำลังจะออกในสัปดาห์หน้าและคาดว่าจะแสดงพื้นที่เพาะปลูกถั่วเหลืองและระดับสต๊อคถั่วเหลืองที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องประหลาดใจ เพราะเป็นเรื่องที่ตลาดคาดการณ์ไว้แล้ว สถานการณ์สำหรับ 2-3สัปดาห์ที่ผ่านมา ข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิราคาได้ปรับตัวสูงขึ้น สภาพอากาศทางตอนเหนือของอเมริกาเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องกังวลเกี่ยวกับสภาพผลผลิตของข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิ ราคาข้าวสาลีฤดูหนาวได้ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในสัปดาห์นี้ แต่ยังคงมีการจ่ายพรีเมียม (premium) ที่เพิ่มขึ้นสำหรับระดับโปรตีนที่สูงขึ้นของข้าวสาลีฤดูหนาว SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN การจับปลาในตอนเหนือของเปรูได้มากกว่า 2.1 ล้านตัน ซึ่งหมายความว่าได้มีการผลิตปลาป่นประมาณ 490,000 ตัน การจับปลาในสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากมีการห้ามจับปลาและสภาพอากาศที่ไม่ค่อยดี ดังนั้นตัวเลขการจับปลาเฉลี่ยต่อวันได้ประมาณ 25,000 ตัน และยังคงมีอีก 5 สัปดาห์ เพื่อที่จะได้จับปลาได้ครบโควตา 2.8 ล้านตัน และถ้าสามารถจับปลาเฉลี่ยต่อวันได้ 20,000 ตัน ก็จะทำให้ครบกำหนดโควต้า   จากรายงานของ MSI Ceres ในสัปดาห์นี้ มีคำถามเกี่ยวกับปริมาณปลาป่นที่ขายได้จริงโดยประมาณ 500,000 – 550,000 ตัน ถ้ามีปริมาณการขายที่ 550,000 ตัน ก็จะเหลือปลาป่นเพียง 100,000 ตันที่ขายได้ สมมุติว่าครบกำหนดโควตา ถึงแม้ว่าจีนอาจจะมีสต๊อคครอบคลุม มีเพียง 100,000 ตันสามารถใช้ได้หลายเดือน จนกระทั้งถึงเดือนธันวาคม ไม่สามารถพิจราณาได้ว่าเป็นอุปทานขนาดใหญ่ ตลาดไม่ได้คาดว่าจะมีการค้าขายที่มากมายนัก ถ้ามี ก็มาจากราคาปลาป่นที่อ่อนตัวลงของเปรูใน 2-3 เดือนข้างหน้า ขึ้นอยู่กับการสิ้นสุดการจับปลาในเดือนกรกฎาคมว่าเป็นอย่างไร และจะเกิดอะไรขึ้นเกี่ยวกับโควต้าใหม่ของการจับปลาทางตอนใต้ของเปรู ดูเหมือนว่าราคาค่อนข้างจะปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าปรับตัวลดลง จากเรื่องของอุปทานและอุปสงค์ที่ถูกต้อง ที่อุปทานอาจจะมีจำกัดในช่วง 4-5 เดือนSECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN  It was an interesting week in the US grain markets with most everything, except spring wheat, moving lower. The US weather for corn continues to look quite good and several experts are saying that the corn condition report from the USDA will show improved corn this coming week. The better the corn condition: the better the crop and probably, the weaker the corn price.  After all we are now in a weather market so will just let the weather do what it will to prices – and this week, good weather just pushed corn prices lower. The USDA planting report next week is not expected to hold any surprises for corn. Soybeans and soymeal were also lower on the week, again with good weather seen in much of the soybean areas of the US but some experts are now saying that soybean prices will probably not go much lower. We will have the USDA planting report out next week and it is expected to show more soybeans in the ground and higher stock levels --- but this is no surprise, as the market has expected this. As has been the situation for the last couple of weeks, US spring wheat moved higher on the week. The northern USA weather conditions are still causing concern for the spring wheat crop condition. Winter wheat prices were down a little on the week but there is still a tremendous premium to be paid for higher protein levels in winter wheat. SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN The catch in northern Peru is now over 2.1 million m/t which means about 490,000 m/t of fishmeal produced so far. Fishing has not been quite as good over the past week due to a number of mini fishing bans along with quite poor fishing weather – so the daily catch is now averaging around 25,000 m/t. There is still another 5 weeks to go until the 2.8 million m/t quota expires and if the daily catch can average 20,000 m/t per day then the quota could be completed. According to MSI Ceres report this week there is a question about how much fishmeal has actually been sold with estimates ranging from 500,000 m/t up to 550,000 m/t. If the sales are at 550,000 m/t then that would only leave 100,000 m/t of fishmeal still available for sale, assuming reaching quota. Even though China may now be fully covered, having only 100,000 m/t available for several months, until about December, can't be considered a large supply. The market is not expecting to see much, if any, weakness in fishmeal prices from Peru in the next few months. Depending upon how the fishing finishes off in July and what happens regarding a new quota for southern Peru fishing, it would see more likely that prices will be steady to higher rather than lower – strictly a matter of supply and demand with the supply probably going to be somewhat limited for 4 or 5 months.

อ่านต่อMORE

Hammersmith Weekly Report - June 17, 2017Hammersmith Weekly Report - June 17, 2017

SECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN นอกเหนือจากราคาข้าวสาลีที่สูงขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดธัญพืชและพืชน้ำมันมีแนวโน้มที่ค่อนข้างเงียบกับการที่ไม่มีข่าวการเคลื่อนไหวของตลาด จากนี้ไปราคาสินค้าธัญพืชของอเมริกาจะถูกขับเคลื่อนโดยสภาพอากาศ จากการที่ทุกตลาดสัปดาห์นี้ได้รายงานเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศทั้งหมด ด้วยสภาพอากาศที่แห้งแล้งในตอนเหนือของอเมริกาได้ผลักดันให้ราคาข้าวสาลีปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิ ตลาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดล่วงหน้า (Futures) มีแนวโน้มที่จะเกิดความเสี่ยงในทุกสินค้าเมื่อมีสินค้าตัวใดตัวหนึ่ง เช่น ข้าวสาลี ปรับราคาสูงขึ้น ขณะที่สภาพอากาศนั้นไม่เหมาะสมในการปลูกข้าวสาลี แต่มันก็เป็นข่าวดีสำหรับพื้นที่ปลูกข้าวโพด ยกเว้นพื้นที่ทางเหนือตอนกลางของดาโกต้า (Dakota) ที่มีสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้ง จากที่ข้อมูลที่ปรากฏด้านล่าง การเพาะปลูกข้าวโพดดี-ดีมาก  67% ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ถั่วเหลือง ก็ค่อนข้างดี มีการเพาะปลูกดี-ดีมาก 65% ดังนั้น สภาพอากาศโดยเฉพาะฝน ค่อนข้างจะเป็นข่าวดีสำหรับการเพาะปลูกถั่วเหลือง รายงานของเทรดช่วงปลายสัปดาห์นี้พบว่า มันเป็นเรื่องยากที่จะพูดถึงเกี่ยวกับตลาดส่งออกสินค้าธัญพืช นอกเหนือจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งทางตอนเหนือของอเมริกาแล้ว ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN การจับปลาในเปรูได้ลดลงเล็กน้อย แต่ทางตอนเหนือยังคงจับได้ถึง 1,964,000  ตัน ใกล้จะครบโควต้า 2.8 ล้านตัน สภาพอากาศที่เลวร้ายทำให้จับปลายากขึ้น รายงานของ trade ระบุว่ามีประมงบางกลุ่มได้จับปลาครบกำหนดตามโควตาแล้ว และกำลังจะย้ายไปพื้นที่จับปลาทางตอนใต้ของเปรู ราคาเสนอขายปลาป่นไม่มีการเปลี่ยนแปลงในสัปดาห์นี้ และมีการทำธุรกิจกันเล็กน้อย  trade รายงานว่าได้มีการจองปลาป่นมากกว่า 500,000 ตัน ซึ่งจะขายได้มากสุด 150,000 ตัน ถ้าครบโควต้า ในยุโรป การอนุญาตให้ใช้ ethoxyquin ได้ถูกระงับ ดังนั้นจึงไม่มีการใช้ ethoxyquin เป็นส่วนผสมหลังจากเดือนกันยายน 2019 เนื่องด้วย ethoxyquin เป็นสารกันหืนหลักที่ใช้ในการผลิตปลาป่น มันเป็นความกังวลของผู้ผลิตที่ทำธุรกิจปลาป่นในสหภาพยุโรป อาจมีการห้ามไม่ให้ใช้ ethoxyquin จากเหตุผลในการระงับการว่า "ขาดข้อมูลในการประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์" อุตสาหกรรมปลาป่น รวมทั้ง IFFO กำลังทำงานอย่างหนักในการหาข้อมูลเพิ่มเติมให้กับหน่วยงานของสหภาพยุโรป ปัญหาสำหรับอุตสาหกรรมปลาป่นหรือน้ำมันปลา คือมีทางเลือกที่จำกัดสำหรับ ethoxyquin อย่างน้อยตอนนี้ได้มีการทดสอบอย่างละเอียดแทนSECTION 1:  US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN Other than higher wheat prices on the week the grain and oilseed market look quite boring with not a great deal of market moving news or rumors. From here on in the US grain prices will be driven by what is happening in the weather – every market-report this week has been totally weather related. With the dry weather in the northern US pushing wheat prices up by as much, especially for spring wheat – the other grains and oilseeds may see that they too face higher prices. The market, especially futures, tends to see risk in every grain when one sector, like wheat, moves higher. While the weather is not good for wheat, it has been great so far for most corn areas, except up in the north central Dakotas area where it has been hot and dry. As shown below the corn crop is 67% good/excellent which is quite acceptable. Soybeans, like corn, look to be quite good with 65% of the crop in the good/excellent category. So far, the weather, especially the rainfall, has been quite good for the soybean crop. Reading a few trade reports at the end of the week it was easy to see that the writers were quite hard pressed to find anything to say about the grain export markets. I am in the same position, other than some hot dry weather in the northern US there doesn't look like too much happening this week. SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN Fishing in Peru has slacked off a little but the north was still able to reach just under 1,964,000 m/t of catch so far – getting closer to the 2.8 million m/t quota. Bad weather has caused the fishing to be more difficult and resulted in smaller daily landings. It is reported in the trade that some fishing groups have reached their specific quota level and are looking at moving to the Southern Peru fishing region. There has been no change in quoted fishmeal prices this week and new business is reported to be very small. Trade reports that sales on the books are now in excess of 500,000 m/t of fishmeal which will leave a maximum of 150,000 m/t to sell if the full quota is landed. And then – in Europe – the authorization for the use of ethoxyquin has been suspended – so no more ethoxyquin treated feed ingredients after September 2019. With ethoxyquin being the main antioxidant used in fishmeal, this is a concern for producers doing fishmeal business into the EU. There may still not be a ban on ethoxyquin as part of the reason for the suspension was that "there was a lack of data to fully assess the safety of the product". Needless to say, the fishmeal industry, through IFFO, is working hard on supplying additional information to EU authorities. One problem for the fishmeal/fishoil industry is that there are limited alternatives to ethoxyquin – at least now that have been thoroughly tested as replacements.

อ่านต่อMORE

Hammersmith Weekly Report - June 3, 2017Hammersmith Weekly Report - June 3, 2017

SECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN   จากการที่วันจันทร์เป็นวันหยุดของอเมริกา ตลาดเลยดูค่อนข้างจะเงียบ ยกเว้นข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิ สินค้าอื่นๆ มีราคาปรับตัวลดลงเล็กน้อยในสัปดาห์นี้ แม้ว่า CBOT จะเป็นสัปดาห์ที่เงียบในการซื้อขายล่วงหน้าสำหรับสินค้าธัญพืช   แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญบอกว่าการเปลี่ยนแปลงในตลาดธัญพืชที่คาดไว้ในช่วงเวลานี้ของปียังไม่พัฒนา แต่ก็กำลังจะมาถึง จากตัวเลขด้านล่าง การเพาะปลูกพืชฤดูใบไม้ผลิเป็นเรื่องที่ควรจะเป็น เกษตรกรอเมริกาสามารถจับตาดูการเพาะปลูกได้ ดังนั้นการลดลงในเดือนพฤษภาคมจึงมีผลกระทบเพียงเล็กน้อย   สัปดาห์นี้ตลาดไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวที่ส่งผลต่อราคาข้าวโพดหรือถั่วเหลือง   อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวมีการกล่าวภาวะแห้งแล้งในพื้นที่ของธัญพืชในเมริกาอาจมีความสำคัญมากขึ้น แต่ปัจจุบันเหมือนว่าข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิอาจจะมีความเสี่ยง SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN การจับปลาจนถึง 1 มิถุนายน มียอดรวม 1.575 ล้านตัน การจับปลาดูเหมือนว่าจะไม่ลดลง ราคาปลาป่นเปรูปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในสัปดาห์นี้ แต่รายงานบางฉบับระบุว่าผู้ผลิตได้เพิ่มราคาขายมากขึ้นกว่าราคาที่ผู้ซื้อเสนอ ผู้ซื้อดูเหมือนจะไม่เต็มใจที่จะจ่ายราคาที่สูงขึ้น ดังนั้นต้องมาดูว่าราคาที่เพิ่มขึ้น 20 ดอลล่าร์ต่อตัน สามารถคงไว้ได้หรือไม่ รายงานของ trade สัปดาห์นี้ มีการคาดการณ์ว่า หากถึงโควตาการจับปลา จะมีปลาป่นที่ไม่ได้ขายถึง 200,000 ตัน ซึ่งไม่ได้เป็นปริมาณที่ล้นตลาด ท่าเรือในเปรูค่อนข้างยุ่งจากการส่งปลาป่นล๊อตแรกของฤดูกาลนี้ ผู้ส่งออกระบุว่าเป็นไปได้ยากที่จะหาที่ว่างในการส่งสินค้าเดือนมิถุนายน เรือคอนเทนเนอร์ดูเหมือนว่าจะขายตู้คอนเทนเนอร์มากกว่าพื้นที่ที่มี ซึ่งสินค้าอาจจะถูกโหลดไปกับเรือลำถัดไปแทน หลายคนมั่นใจว่าโควตาการจับปลาใกล้ครบแล้ว ถึงแม้ว่าสภาพอากาศจะแย่ลงเล็กน้อย ตามที่ MSI CERES รายงานว่าผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่าการจับปลาจะครบโควต้าภายในสิ้นเดือนมิถุนายน MSI Ceres ยังกล่าวว่า ความรู้สึกของผู้ผลิตขึ้นที่ราคาตลาดอยู่ที่ระดับต่ำสุดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งคาดจะเห็นราคาที่สูงขึ้น  SECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN With the US holiday last Monday, the market seemed to have decided to have a quiet week. Except for spring wheat, everything was down a little on the week. Even the CBOT had a quiet week with the futures trading in grain said to be "light" Even the experts are saying that the expected volatility in grain markets that one expects this time of the year has yet to develop --- but it is coming.  As you can see by the numbers below, planting of spring crops is about where it should be – the US farmer can always catch up on planting, so falling a little behind as it looked in May has less effect than it would have had many years ago. There really wasn't much in the market this week to push corn or soybean prices strongly in any one direction. However, longer term, there is some talk that dry conditions in the grain areas in the US could become more important but at present it just seems to be spring wheat that may be at risk. SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN Total catch is now up to 1.575 million m/t, as of June 01. Not bad, fishing doesn't seem to be falling off at all. Fishmeal prices in Peru were up a little this week but some trade reports say that is was more the producers increasing prices rather than buyers bidding higher for supply. Buyers don't seem all that much too willing to pay higher prices so we will have to see if the USD 20 m/t increase can hold. There was an estimate in a trade report this week that, assuming the full quota is landed, there will only be a maximum of 200,000 m/t of unsold fishmeal - not exactly an overwhelming quantity. The ports in Peru are very busy with the first of the fishmeal from this season with exporters saying that it is impossible to find any shipping space for June – container vessels seem to be oversold with stories that cargo could be left behind for the next vessel – just a case of too much business crammed in a short period of time. The word in Peru is that many are confident that the full quota will be landed – even with the weather turning quite a bit worse. According to the MSI CERES report some "experts" are even saying that the quota could all be done by the end of June. MSI Ceres also mentions that there is a feeling with producers that the market prices are at the bottom with the next few months likely to see higher prices, slightly higher.

อ่านต่อMORE

ข่าวที่น่าสนใจ

ECONOMIC NEWS

กราฟรายวัน

DAILY CHART

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารจากเราSUBSCRIBE TO OUR NEWS
Top