ข่าวสารและกิจกรรมNEWS & EVENTS

อ่านต่อREAD MORE

การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกการใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีก

       เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าการใช้โปรไบโอติกมีส่วนช่วยลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคอาหารเป็นพิษ โดยจุลินทรีย์ที่ดีจะเข้าไปช่วยยับยั้งจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารด้วยการลดการเกาะติดของจุลินทรีย์ก่อโรค เป็นการเพิ่มสัดส่วนของจุลินทรีย์ที่ดีในทางเดินอาหารจึงช่วยให้ระบบการย่อยและการดูดซึมอาหารของสัตว์ปีกดีขึ้น มีความสมดุลในลำไส้  ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานทำให้มีความต้านทานต่อเชื้อก่อโรคได้ดียิ่งขึ้น เกิดประสิทธิภาพในการเลี้ยงที่ดี  จึงส่งผลให้อัตราการเจริญเติบโตของสัตว์เพิ่มขึ้น โปรไบโอติกจึงเป็นทางเลือกในการใช้เพื่อทดแทนการใช้ยาและสารปฏิชีวนะในการเลี้ยง ดังนั้นจึงช่วยทำให้ประหยัดเพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ยังเกิดประโยชน์ในด้านการเพิ่มความปลอดภัยของกระบวนการผลิตและเพิ่มความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกที่ส่งต่อให้กับผู้บริโภคมากขึ้น       อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เพื่อการส่งออกมีความสำคัญมากขึ้นทุกปีจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศปีละหลายพันล้านบาท ซึ่งประเทศไทยส่งออกไก่เนื้อเป็นอันดับ 4 ของโลก การเลี้ยงไก่ในเชิงอุตสาหกรรมจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตทั้งด้านการปรับปรุงพันธุ์ไก่การจัดการเลี้ยงดูคุณภาพอาหารของไก่และดูแลอย่างถูกหลักวิธี การใช้จุลินทรีย์ โปรไบติกอาจเป็นทางเลือกหนึ่ง โดยผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับสัตว์ปีก ไบโอติก แมกซ์ 2 (Biotic Max 2) เป็นอาหารเสริมที่ใช้ทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะในการกระตุ้นการเจริญเติบโต และสร้างภูมิคุ้มกันของสัตว์ โดยผลิตจากจุลินทรีย์ Bacillus subtilis โดยในกระบวนการผลิตได้มีการนำจุลินทรีย์โปรไบโอติก Bacillus subtilis มาผสมร่วมกับกากเซลล์ยีสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่ผ่านการย่อยผนังเซลล์โดยเอนไซม์ Protease และ Glucanase เพื่อให้สัตว์สามารถนำสารสำคัญที่มีคุณสมบัติกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เช่น เบต้ากลูแคน (β-Glucan) และแมนแนน (Mannan) ที่พบมากในผนังเซลล์ยีสต์ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ • ผลิตภัณฑ์มีจุลินทรีย์ Bacillus subtilis ที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างน้อย 10,000 ล้านตัว ซึ่งสามารถสร้างสปอร์ที่ทนต่อความร้อนได้สูง และทนสภาวะความเป็นกรดในกระเพาะของสัตว์ปีกได้ อีกทั้งยังเป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติสร้างเอนไซม์โปรติเอสออกมาย่อยโปรตีน และสร้างเอนไซม์อะไมเลส ออกมาย่อยแป้ง และสารอินทรีย์ต่างๆ• สื่อที่ใช้เป็นเปปไทด์สายสั้น ที่สัตว์สามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ง่าย • จุลินทรีย์ที่ดีจะยึดพื้นที่ในผนังลำไส้ของสัตว์เพื่อลดแบคทีเรียก่อโรค เช่น Salmonella และปรับสมดุลให้แก่จุลินทรีย์ในกระเพาะอาหาร• B-Glucan ทำให้สัตว์สามารถดูดซึมและนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยด้วยเอนไซม์ ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนัง สร้างคอลลาเจน อีลาสตินมากขึ้น ทำให้แผลหายเร็วขึ้น เพิ่มความแข็งแรงความยืดหยุ่นแก่ผิวหนังที่สร้างใหม่ เพิ่มการเจริญเติบโต และการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันไม่จำเพาะให้แก่สัตว์• Mannan ช่วยให้มีการดูดซึมกรดอะมิโน L-tryptophan ทั้งบริเวณลำไส้ส่วน Jejunal และ Ileal ที่เกี่ยวข้องกับการหลั่ง Serotonin ออกมาทาให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียด ช่วยทำให้ผนังลำไส้ของสัตว์สมบูรณ์จึงมีพื้นที่ในการดูดซึมอาหารได้มากขึ้น ประโยชน์ของ “ไบโอติก แมกซ์ 2” สารผสมล่วงหน้าที่เป็นสารเสริมชีวนะสำหรับสัตว์ปีก1.เพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์และปรับสมดุลในระบบทางเดินอาหารให้กับสัตว์ปีก2.ช่วยควบคุมเชื้อก่อโรคไม่ให้เจริญในระบบทางเดินอาหารได้3.กระตุ้นภูมิคุ้มกันแบบพึ่งเซลส์ของสัตว์ปีก4.เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมโปรตีนในระบบทางเดินอาหาร5.เพิ่มเปอร์เซ็นต์ไข่และคุณภาพของไข่ขาว6.เพิ่มระยะเวลาการให้ไข่สูงสุดนานขึ้น7.เพิ่มน้ำหนักไข่ และช่วยลดปัญหาความสกปรกของเปลือกไข่8.ลดกลิ่นมูลสัตว์ สลายแอมโมเนีย ไนไตรท์และไนเตรทได้เร็วขึ้น 9.ลดการถ่ายเหลวในสัตว์ปีก สรุปโดยรวมในด้านประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มน้ำหนักเฉลี่ยต่อวัน ได้ผลผลิตมากแต่ใช้อาหารน้อย ลดต้นทุนค่าอาหาร เป็นโปรไบโอติกที่สามารถแข่งขันกับเชื้อก่อโรคภายในลำไส้สัตว์ได้ และทนอยู่ในสภาวะที่ไม่เหมาะสมในลำไส้ของสัตว์ปีกได้       เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าการใช้โปรไบโอติกมีส่วนช่วยลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคอาหารเป็นพิษ โดยจุลินทรีย์ที่ดีจะเข้าไปช่วยยับยั้งจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารด้วยการลดการเกาะติดของจุลินทรีย์ก่อโรค เป็นการเพิ่มสัดส่วนของจุลินทรีย์ที่ดีในทางเดินอาหารจึงช่วยให้ระบบการย่อยและการดูดซึมอาหารของสัตว์ปีกดีขึ้น มีความสมดุลในลำไส้  ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานทำให้มีความต้านทานต่อเชื้อก่อโรคได้ดียิ่งขึ้น เกิดประสิทธิภาพในการเลี้ยงที่ดี  จึงส่งผลให้อัตราการเจริญเติบโตของสัตว์เพิ่มขึ้น โปรไบโอติกจึงเป็นทางเลือกในการใช้เพื่อทดแทนการใช้ยาและสารปฏิชีวนะในการเลี้ยง ดังนั้นจึงช่วยทำให้ประหยัดเพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ยังเกิดประโยชน์ในด้านการเพิ่มความปลอดภัยของกระบวนการผลิตและเพิ่มความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกที่ส่งต่อให้กับผู้บริโภคมากขึ้น       อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เพื่อการส่งออกมีความสำคัญมากขึ้นทุกปีจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศปีละหลายพันล้านบาท ซึ่งประเทศไทยส่งออกไก่เนื้อเป็นอันดับ 4 ของโลก การเลี้ยงไก่ในเชิงอุตสาหกรรมจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตทั้งด้านการปรับปรุงพันธุ์ไก่การจัดการเลี้ยงดูคุณภาพอาหารของไก่และดูแลอย่างถูกหลักวิธี การใช้จุลินทรีย์ โปรไบติกอาจเป็นทางเลือกหนึ่ง โดยผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับสัตว์ปีก ไบโอติก แมกซ์ 2 (Biotic Max 2) เป็นอาหารเสริมที่ใช้ทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะในการกระตุ้นการเจริญเติบโต และสร้างภูมิคุ้มกันของสัตว์ โดยผลิตจากจุลินทรีย์ Bacillus subtilis โดยในกระบวนการผลิตได้มีการนำจุลินทรีย์โปรไบโอติก Bacillus subtilis มาผสมร่วมกับกากเซลล์ยีสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่ผ่านการย่อยผนังเซลล์โดยเอนไซม์ Protease และ Glucanase เพื่อให้สัตว์สามารถนำสารสำคัญที่มีคุณสมบัติกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เช่น เบต้ากลูแคน (β-Glucan) และแมนแนน (Mannan) ที่พบมากในผนังเซลล์ยีสต์ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ • ผลิตภัณฑ์มีจุลินทรีย์ Bacillus subtilis ที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างน้อย 10,000 ล้านตัว ซึ่งสามารถสร้างสปอร์ที่ทนต่อความร้อนได้สูง และทนสภาวะความเป็นกรดในกระเพาะของสัตว์ปีกได้ อีกทั้งยังเป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติสร้างเอนไซม์โปรติเอสออกมาย่อยโปรตีน และสร้างเอนไซม์อะไมเลส ออกมาย่อยแป้ง และสารอินทรีย์ต่างๆ• สื่อที่ใช้เป็นเปปไทด์สายสั้น ที่สัตว์สามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ง่าย • จุลินทรีย์ที่ดีจะยึดพื้นที่ในผนังลำไส้ของสัตว์เพื่อลดแบคทีเรียก่อโรค เช่น Salmonella และปรับสมดุลให้แก่จุลินทรีย์ในกระเพาะอาหาร• B-Glucan ทำให้สัตว์สามารถดูดซึมและนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยด้วยเอนไซม์ ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนัง สร้างคอลลาเจน อีลาสตินมากขึ้น ทำให้แผลหายเร็วขึ้น เพิ่มความแข็งแรงความยืดหยุ่นแก่ผิวหนังที่สร้างใหม่ เพิ่มการเจริญเติบโต และการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันไม่จำเพาะให้แก่สัตว์• Mannan ช่วยให้มีการดูดซึมกรดอะมิโน L-tryptophan ทั้งบริเวณลำไส้ส่วน Jejunal และ Ileal ที่เกี่ยวข้องกับการหลั่ง Serotonin ออกมาทาให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียด ช่วยทำให้ผนังลำไส้ของสัตว์สมบูรณ์จึงมีพื้นที่ในการดูดซึมอาหารได้มากขึ้น ประโยชน์ของ “ไบโอติก แมกซ์ 2” สารผสมล่วงหน้าที่เป็นสารเสริมชีวนะสำหรับสัตว์ปีก1.เพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์และปรับสมดุลในระบบทางเดินอาหารให้กับสัตว์ปีก2.ช่วยควบคุมเชื้อก่อโรคไม่ให้เจริญในระบบทางเดินอาหารได้3.กระตุ้นภูมิคุ้มกันแบบพึ่งเซลส์ของสัตว์ปีก4.เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมโปรตีนในระบบทางเดินอาหาร5.เพิ่มเปอร์เซ็นต์ไข่และคุณภาพของไข่ขาว6.เพิ่มระยะเวลาการให้ไข่สูงสุดนานขึ้น7.เพิ่มน้ำหนักไข่ และช่วยลดปัญหาความสกปรกของเปลือกไข่8.ลดกลิ่นมูลสัตว์ สลายแอมโมเนีย ไนไตรท์และไนเตรทได้เร็วขึ้น 9.ลดการถ่ายเหลวในสัตว์ปีก สรุปโดยรวมในด้านประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มน้ำหนักเฉลี่ยต่อวัน ได้ผลผลิตมากแต่ใช้อาหารน้อย ลดต้นทุนค่าอาหาร เป็นโปรไบโอติกที่สามารถแข่งขันกับเชื้อก่อโรคภายในลำไส้สัตว์ได้ และทนอยู่ในสภาวะที่ไม่เหมาะสมในลำไส้ของสัตว์ปีกได้

อ่านต่อMORE

การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ (ตอนที่ 1)การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ (ตอนที่ 1)

ในประเทศไทยนั้นพบว่ามีการใช้โปรไบโอติกกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มสัตว์ต่างๆ ทุกกลุ่มดังนี้ กลุ่มสัตว์บก, กลุ่มสัตว์ปีก, กลุ่มสัตว์น้ำ จุดประสงค์หลักของการใช้โปรไบโอติกคือ เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เข้าไปในท่อทางเดินอาหารให้เกิดการสมดุลของจุลินทรีย์เป็นสำคัญ  โดยเมื่อประชากรจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารเกิดความสมดุลแล้วก็จะส่งผลให้สุขภาพสัตว์ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้นดังนี้ 1. ช่วยเพิ่มประสิทธภาพในการย่อยอาหาร  คือโปรไบโอติกมีคุณสมบัติในการสร้างเอนไซม์หลายชนิด ซึ่งเป็นเอนไซน์บางชนิดร่างกายของสัตว์ไม่สามารถสร้างได้ ตัวอย่างเอมไซน์ที่พบการสร้างจากโปรไบโอติก ได้แก่ amylase, protease, lipase, cellulose, β–glucanase, xylanse, phytase 2. ช่วยสร้างวิตามินบี คือ จุลินทรีย์ที่สร้างกรดแลกติก ในทางเดินอาหารเป็นแหล่งในการสร้างวิตามินที่จำเป็นหลายชนิด โดยเฉพาะกลุ่มวิตามิน B ซึ่งการศึกษาจำนวนมากพบว่าจุลินทรีย์เหล่านี้มีความสามารถในการสร้างวิตามินที่มีโมเลกุลซับซ้อน (เช่น วิตามิน B12) ได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าจุลินทรีย์กลุ่ม Bifidobacterium สามารถสร้างวิตามินหรือส่วนประกอบของวิตามินหลายชนิด ได้แก่ วิตามินK, วิตามินB12, biotin, folate, riboflavin และ pyridoxine 3. ช่วยในการดูดซึมสารอาหาร  จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารมีส่วนช่วยในการดูดซึมสารอาหารจำเป็นหลายชนิด เช่น ช่วยในการดูดซึมไขมันและวิตามินที่ละลายในไขมัน ช่วยในการดูดซึมกลูโคสและควบคุมการทำงานของสมดุลกลูโคสในร่างกายผ่าน Intestine-brain-liver neural axis 4. ลดจำนวนจุลินทรีย์ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารของสัตว์ดีขึ้น เนื่องจากสภาวะที่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ เอื้อให้สัตว์สามารถใช้อาหารได้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและเอื้อให้มีการดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น 5. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์ให้อยู่ในสภาวะสมดุล โดยพบว่าจุลินทรีย์ในโปรไบโอติกมีการสร้างสารที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์ เช่น พบว่า Bifidobacterium สร้างสารที่ช่วยให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ซึ่งจากผลการศึกษาโปรไบโอติกทั้งในสัตว์และในมนุษย์พบว่า การใช้โปรไบโอติกมีผลต่อภูมิคุมกันที่ผิวเยื่อเมือก secretory IgA การหลั่งของ cytokine หลายชนิด และการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน การศึกษาในหนูทดลองพบว่าการพัฒนาของ regulatory Tlymphocyte (CD4+ FoxP3+) เกี่ยวข้องกับปริมาณและชนิดของจุลินทรีย์ในอาหาร อย่างไรก็ตาม กลไกของโปรไบติกในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด  จากข้อมูลที่กล่าวมานั้นสามารถประเมินได้ว่าประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้นได้โดยพิจารณาจากดัชนีชี้วัดการผลิตในสุกร โดยสรุปประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกได้ดังนี้ ประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกให้สุกร        การใช้โปรไบโอติกในสุกรมีการใช้ในทุกระยะของการผลิต โดยการเสริมโปรไบโอติกจะช่วยให้จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารเกิดความสมดุล ส่งเสริมให้สุกรเกิดสุขภาพที่ดีและมีผลให้ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น เนื่องจากเป้าหมายสุกรในแต่ละระยะแตกต่างกัน จึงสรุปประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้โปรไบโอติกในสุกรระยะต่างๆ ตามระยะการผลิต ได้แก่  ประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกในแม่สุกร การใช้โปรไบโอติกในแม่สุกรมีผลดีในระบบการผลิตทั้งในตัวแม่สุกรเองและลูกสุกรที่ได้จากแม่ที่เสริมโปรไบโอติก จากการศึกษาและเก็บข้อมูลจริงในฟาร์มพบว่า การเสริมโปรไบโอติกในแม่สุกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ดังนี้ แม่สุกรและลูกสุกร (ช่วงท้อง)  สำหรับแม่สุกร ช่วยสร้างสมดุลในทางเดินอาหาร กระตุ้นการกินอาหาร กระตุ้นการผลิตน้ำนม ลดปัญหาการโทรมหลังหย่านม ลดการสูญเสียไขมันสันหลัง ลดระยะเป็นสัดหลังหย่านม (wean-to-first service interval/ PSI) เพิ่มอัตราเข้าคลอดและอัตราผสมติด เพิ่มระดับภูมิคุ้มกันในน้ำนม (IgA) ลดการปล่อยเชื้อทางมูลของแม่สู่ลูกในเล้าคลอด   ส่วนสำหรับลูกสุกร เพิ่มน้ำหนักแรกเกิด ลดการสูญเสียของลูกสุกรระยะดูดนม เพิ่มน้ำหนักหย่านม เพิ่มอัตราการเลี้ยงรอด ลูกสุกรดูดนม ลดปัญหาท้องเสียในลูกสุกร ลด E.coli ในเล้าคลอด เพิ่มน้ำหนักหย่านม เพิ่ม ADG ลดการสูญเสียลูกสุกรในเล้าคลอดสุกรอนุบาลและสุกรขุน ช่วยกระตุ้นการกินอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้และดูดซึมอาหาร เพิ่มอัตราการเจริญเติบโต เพิ่ม ADG และลด FCR ลดปัญหาระบบทางเดินอาหาร ตัวอย่างเช่น ในประเทศเกาหลีได้มีการนำมาใช้ศึกษาทดลองโดยผสมในอาหารสุกรหลังหย่านม พบว่าสุกรมีการเจริญเติบโตและอัตราการแลกน้ำหนักดีกว่าในกลุ่มควบคุมและให้ผลใกล้เคียงกับในกลุ่มที่ให้สารปฏิชีวนะ การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรเพื่อทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ เพื่อต่อต้านเชื้อก่อโรคหรือเพื่อบำรุงสุขภาพสุกรนั้นเป็นทางเลือกหนึ่งที่ควรพิจารณา  อย่างไรก็ตามการใช้โปรไบโอติกเพื่อผลดีที่สุดควรใช้ในช่วงเวลาที่สุกรแรกเริ่มได้รับเชื้อจุลินทรีย์หรือตั้งแต่แรกเกิดจนถึงประมาณสี่สัปดาห์หลังจากหย่านม (Cho, 2011; Le Bon et al., 2010)   ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก - บทความเรื่องบทบาทของโปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร โดยวันดี ศิริโชคชัชวาล ธงชัย เฉลิมชัยกิจ และณุวีร์ ประภัสระกูล ภาควิชาจุลชีววิทยา, คณะสัตวแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร 10330 ประเทศไทย - การใช้โปรไบโอติคและประโยชน์ของการใช้โปรไบโอติกในปศุสัตว์ (Use of probiotic and advantages in animals)  โดย สพ.ญ.กานต์ชนา พูนสุข  , เว็บไซต์สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ในประเทศไทยนั้นพบว่ามีการใช้โปรไบโอติกกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มสัตว์ต่างๆ ทุกกลุ่มดังนี้ กลุ่มสัตว์บก, กลุ่มสัตว์ปีก, กลุ่มสัตว์น้ำ จุดประสงค์หลักของการใช้โปรไบโอติกคือ เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เข้าไปในท่อทางเดินอาหารให้เกิดการสมดุลของจุลินทรีย์เป็นสำคัญ  โดยเมื่อประชากรจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารเกิดความสมดุลแล้วก็จะส่งผลให้สุขภาพสัตว์ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้นดังนี้ 1. ช่วยเพิ่มประสิทธภาพในการย่อยอาหาร  คือโปรไบโอติกมีคุณสมบัติในการสร้างเอนไซม์หลายชนิด ซึ่งเป็นเอนไซน์บางชนิดร่างกายของสัตว์ไม่สามารถสร้างได้ ตัวอย่างเอมไซน์ที่พบการสร้างจากโปรไบโอติก ได้แก่ amylase, protease, lipase, cellulose, β–glucanase, xylanse, phytase 2. ช่วยสร้างวิตามินบี คือ จุลินทรีย์ที่สร้างกรดแลกติก ในทางเดินอาหารเป็นแหล่งในการสร้างวิตามินที่จำเป็นหลายชนิด โดยเฉพาะกลุ่มวิตามิน B ซึ่งการศึกษาจำนวนมากพบว่าจุลินทรีย์เหล่านี้มีความสามารถในการสร้างวิตามินที่มีโมเลกุลซับซ้อน (เช่น วิตามิน B12) ได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าจุลินทรีย์กลุ่ม Bifidobacterium สามารถสร้างวิตามินหรือส่วนประกอบของวิตามินหลายชนิด ได้แก่ วิตามินK, วิตามินB12, biotin, folate, riboflavin และ pyridoxine 3. ช่วยในการดูดซึมสารอาหาร  จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารมีส่วนช่วยในการดูดซึมสารอาหารจำเป็นหลายชนิด เช่น ช่วยในการดูดซึมไขมันและวิตามินที่ละลายในไขมัน ช่วยในการดูดซึมกลูโคสและควบคุมการทำงานของสมดุลกลูโคสในร่างกายผ่าน Intestine-brain-liver neural axis 4. ลดจำนวนจุลินทรีย์ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารของสัตว์ดีขึ้น เนื่องจากสภาวะที่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ เอื้อให้สัตว์สามารถใช้อาหารได้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและเอื้อให้มีการดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น 5. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์ให้อยู่ในสภาวะสมดุล โดยพบว่าจุลินทรีย์ในโปรไบโอติกมีการสร้างสารที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์ เช่น พบว่า Bifidobacterium สร้างสารที่ช่วยให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ซึ่งจากผลการศึกษาโปรไบโอติกทั้งในสัตว์และในมนุษย์พบว่า การใช้โปรไบโอติกมีผลต่อภูมิคุมกันที่ผิวเยื่อเมือก secretory IgA การหลั่งของ cytokine หลายชนิด และการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน การศึกษาในหนูทดลองพบว่าการพัฒนาของ regulatory Tlymphocyte (CD4+ FoxP3+) เกี่ยวข้องกับปริมาณและชนิดของจุลินทรีย์ในอาหาร อย่างไรก็ตาม กลไกของโปรไบติกในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด  จากข้อมูลที่กล่าวมานั้นสามารถประเมินได้ว่าประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้นได้โดยพิจารณาจากดัชนีชี้วัดการผลิตในสุกร โดยสรุปประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกได้ดังนี้ ประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกให้สุกร        การใช้โปรไบโอติกในสุกรมีการใช้ในทุกระยะของการผลิต โดยการเสริมโปรไบโอติกจะช่วยให้จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารเกิดความสมดุล ส่งเสริมให้สุกรเกิดสุขภาพที่ดีและมีผลให้ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น เนื่องจากเป้าหมายสุกรในแต่ละระยะแตกต่างกัน จึงสรุปประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้โปรไบโอติกในสุกรระยะต่างๆ ตามระยะการผลิต ได้แก่  ประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกในแม่สุกร การใช้โปรไบโอติกในแม่สุกรมีผลดีในระบบการผลิตทั้งในตัวแม่สุกรเองและลูกสุกรที่ได้จากแม่ที่เสริมโปรไบโอติก จากการศึกษาและเก็บข้อมูลจริงในฟาร์มพบว่า การเสริมโปรไบโอติกในแม่สุกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ดังนี้ แม่สุกรและลูกสุกร (ช่วงท้อง)  สำหรับแม่สุกร ช่วยสร้างสมดุลในทางเดินอาหาร กระตุ้นการกินอาหาร กระตุ้นการผลิตน้ำนม ลดปัญหาการโทรมหลังหย่านม ลดการสูญเสียไขมันสันหลัง ลดระยะเป็นสัดหลังหย่านม (wean-to-first service interval/ PSI) เพิ่มอัตราเข้าคลอดและอัตราผสมติด เพิ่มระดับภูมิคุ้มกันในน้ำนม (IgA) ลดการปล่อยเชื้อทางมูลของแม่สู่ลูกในเล้าคลอด   ส่วนสำหรับลูกสุกร เพิ่มน้ำหนักแรกเกิด ลดการสูญเสียของลูกสุกรระยะดูดนม เพิ่มน้ำหนักหย่านม เพิ่มอัตราการเลี้ยงรอด ลูกสุกรดูดนม ลดปัญหาท้องเสียในลูกสุกร ลด E.coli ในเล้าคลอด เพิ่มน้ำหนักหย่านม เพิ่ม ADG ลดการสูญเสียลูกสุกรในเล้าคลอดสุกรอนุบาลและสุกรขุน ช่วยกระตุ้นการกินอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้และดูดซึมอาหาร เพิ่มอัตราการเจริญเติบโต เพิ่ม ADG และลด FCR ลดปัญหาระบบทางเดินอาหาร ตัวอย่างเช่น ในประเทศเกาหลีได้มีการนำมาใช้ศึกษาทดลองโดยผสมในอาหารสุกรหลังหย่านม พบว่าสุกรมีการเจริญเติบโตและอัตราการแลกน้ำหนักดีกว่าในกลุ่มควบคุมและให้ผลใกล้เคียงกับในกลุ่มที่ให้สารปฏิชีวนะ การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรเพื่อทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ เพื่อต่อต้านเชื้อก่อโรคหรือเพื่อบำรุงสุขภาพสุกรนั้นเป็นทางเลือกหนึ่งที่ควรพิจารณา  อย่างไรก็ตามการใช้โปรไบโอติกเพื่อผลดีที่สุดควรใช้ในช่วงเวลาที่สุกรแรกเริ่มได้รับเชื้อจุลินทรีย์หรือตั้งแต่แรกเกิดจนถึงประมาณสี่สัปดาห์หลังจากหย่านม (Cho, 2011; Le Bon et al., 2010)   ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก - บทความเรื่องบทบาทของโปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร โดยวันดี ศิริโชคชัชวาล ธงชัย เฉลิมชัยกิจ และณุวีร์ ประภัสระกูล ภาควิชาจุลชีววิทยา, คณะสัตวแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร 10330 ประเทศไทย - การใช้โปรไบโอติคและประโยชน์ของการใช้โปรไบโอติกในปศุสัตว์ (Use of probiotic and advantages in animals)  โดย สพ.ญ.กานต์ชนา พูนสุข  , เว็บไซต์สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ

อ่านต่อMORE

ขอขอบคุณลูกค้าและผู้เข้าชมงาน VIV Asia 2017 ที่ให้ความสนใจและเข้าเยี่ยมชมบูธขอขอบคุณลูกค้าและผู้เข้าชมงาน VIV Asia 2017 ที่ให้ความสนใจและเข้าเยี่ยมชมบูธ

บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ขอขอบพระคุณลูกค้าและผู้สนใจทุกท่านที่ให้ความสนใจและเยี่ยมชมบูธของเรา ตลอดทั้งสามวันของการจัดงานมีผู้ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมของเราเป็นจำนวนมากและมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่เรานำไปแสดงในงานจะสามารถร่วมพัฒนาธุรกิจของท่าน ทางบริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในการร่วมแสดงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมครั้งต่อไปจะได้รับความสนใจจากท่านเช่นเดิม Montblanc replica บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ขอขอบพระคุณลูกค้าและผู้สนใจทุกท่านที่ให้ความสนใจและเยี่ยมชมบูธของเรา ตลอดทั้งสามวันของการจัดงานมีผู้ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมของเราเป็นจำนวนมากและมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่เรานำไปแสดงในงานจะสามารถร่วมพัฒนาธุรกิจของท่าน ทางบริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในการร่วมแสดงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมครั้งต่อไปจะได้รับความสนใจจากท่านเช่นเดิม Fake De Pol watches uk

อ่านต่อMORE

Hammersmith Weekly Report - December 09, 2017Hammersmith Weekly Report - December 09, 2017

SECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN เป็นอีกสัปดาห์ที่เงียบสำหรับธุรกิจของธัญพืชและพืชน้ำมัน คาดว่าบางทีราคาข้าวสาลีดูเหมือนว่าจะลดลง ราคาข้าวโพดเคลื่อนไหวในช่วง 2 ดอลล่าร์ต่อตัน ขณะที่ถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองก็เป็นเช่นเดียวกัน ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าจะมีสินค้าธัญพืชเป็นจำนวนมากทั้งในตอนนี้และในปี 2018 ซึ่งยังไม่มีข่าวใดๆ ที่จะผลักดันในราคาสูงขึ้น และคนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตของสินค้าธัญพืช/พืชน้ำมัน เป็นจำนวนมากในปีหน้า อารมณ์ในตอนนี้อยู่ในทิศทางลง กิจกรรมเกี่ยวกับข้าวโพดชะลอตัวลงในตลาดสินค้าล่วงหน้า โดยไม่มีความตื่นเต้นเพียงพอที่เกิดขึ้นในตลาดมากนัก – ดูเหมือนว่าข้าวโพดอาจจะชะลอตัวลงในระยะหนึ่งจนกว่าจะมีอะไรใหม่ๆ ที่จะกระตุ้นตลาด  ถั่วเหลืองยังคงเห็นการสั่งซื้อปริมาณมากจากจีน และแนวโน้มราคาคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในสัปดาห์ที่จะถึง โดยผู้เชี่ยวชาญบางคนรู้สึกว่าราคาถั่วเหลืองจะลดลงมากกว่าปรับสูงขึ้น – มีปริมาณเมล็ดถั่วมากเกินไปขณะที่มีธุรกิจที่ดำเนินอยู่น้อยเกินไป ข้าวสาลี – ราคาปรับลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาในอเมริกาลดลง 6-8 ดอลล่าร์ต่อตันในข้าวสาลีทุกประเภท ในปีนี้มีข้าวสาลีมากเกินไป และธุรกิจการส่งออกข้าวสาลีก็มีปริมาณน้อย ดังนั้นราคาในอเมริกากำลังดิ้นรน   SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN ระดับของปลาวัยอ่อนยังคงสูงมากในเปรู ซึ่งส่งผลให้มีการห้ามเล็กๆ ไม่ให้มีการจับปลา ไม่มีอะไรใหม่ที่จะรายงานเกี่ยวกับธุรกิจปลาป่นในเปรู เนื่องจากไม่มีใครเสนอขายอะไรเนื่องจากสถานการณ์การจับปลามีความซับซ้อนเกินไปในปัจจุบัน เมื่อเรากลับไปทำการจับปลาเต็มเวลาอีกครั้ง ผู้ผลิตจะมีความคิดที่ดีว่าจะมีสถานการณ์อุปทานอะไรและมีปริมาณปลาป่นเป็นจำนวนเท่าไรที่จะขายได้ มีข้อกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับยอดขายก่อนเริ่มฤดูกาลซึ่งได้ขายไป และแม้ว่าผู้ผลิตจะสามารถเตรียมทุกสิ่งสำหรับการส่งมอบได้หรือไม่ ทุกคนต้องการที่จะได้รับปลาป่นของพวกเขา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีอะไร มีคำถามมากมายเกี่ยวกับสาเหตุที่มีระดับปลาวัยอ่อนที่สูงมากในปีนี้ - อาจจะเป็นผลกระทบจากลานีญ่า หรือการวางไข่ที่ล่าช้า หรือมีการกระตุ้นปลากะตักเพิ่มขึ้น SECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN Another quiet week in the grain and oilseed business – expect perhaps for wheat prices which seemed willing to dip lower and lower. Corn prices moved around in a range of only USD 2 m/t or so while soybeans and soymeal did about the same. No matter where on looks or what one reads, there seems to be lots of grain around both for now and for 2018. There certainly hasn't been much in the news to push prices higher and with most everyone forecasting large grain/oilseed crops for next year, the mood for now is very bearish. Corn activity has been very slow on the futures side of things with not enough excitement in the market to cause much to happen --- looks like for corn we will probably by rage bound for a while until there is something new that will stir the market. Soybeans continue to see large purchases by China and the trend does look to be for slightly higher prices in coming weeks with some experts feeling that it is more likely that soybean prices will drop rather than rally – just too many beans chasing too little business. And then there is wheat --- down, down, down on the week with US prices dropping by USD 6 to 8 m/t for all types of wheat. There is just too much wheat in the world this year and too little of the export wheat business is going to US wheat, so US prices are struggling.   SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN The juvenile level is still very high in Peru resulting in more mini-bans and much reduced fishing. The is nothing new to report on the fishmeal business in Peru as no one is offering anything for sale as the fishing situation is just too complicated at present. Once we get back to full time fishing again then the producers will have a better idea of what the supply situation will be and how much fishmeal will be available for sale. There is quite a bit of concern regarding the pre-season sales that had been made and whether the producers will be able to have anything to ship. Everyone would like to receive their fishmeal but so far there isn't any. There have been a great many questions in trade publications about why the juvenile level is so high this year – could it be La Nina effect or late spawning or more aroused anchovy – lots of speculation but no answers so far. Speculate as much as you want it is very difficult to figure out Mother Nature and what she is doing. 

อ่านต่อMORE

Hammersmith Weekly Report - December 02, 2017Hammersmith Weekly Report - December 02, 2017

SECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN การเก็บเกี่ยวในอเมริกาดูเหมือนว่าจะเรียบร้อยแล้วและธัญพืชทั้งหมดอยู่ในถัง ตอนนี้ที่เราต้องรู้คือมีปริมาณสินค้าสิ้นสุดที่แท้จริงเท่าไร การวางแผนของ USDA ถูกต้องหรือไม่ – เรามีสินค้าเกินดุลหรือเรามีส่วนเกินดุลมาก ทุกคำถามสำหรับตลาดที่จะโต้แย้งและสำหรับราคาที่จะโต้ตอบ ในช่วงส่วนใหญ่ของปีเราจะได้เห็นราคาที่ต่ำสุดของปี และจากนี้ราคาจะปรับสูงขึ้นเดือนต่อเดือนเพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านการจัดเก็บและการเงิน แต่มีปัจจัยทางการตลาดเพียงพอที่สามารถเก็บสิ่งน่าตื่นเต้นไว้จนกระทั่งถึงฤดูกาลเพาะปลูกถัดไปของอเมริกา สัปดาห์นี้ เช่นเดียวกับช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดธัญพืช/พืชน้ำมันเงียบ ราคาสิ้นสัปดาห์ไม่ต่างจากสัปดาห์ก่อนหน้า ข้าวโพดและถั่วเหลืองอเมริการาคาส่วนมากไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่กากถั่วเหลืองปรับสูงขึ้น 4-5 ดอลล่าร์ต่อตัน ราคาข้าวสาลีฤดูหนาวปรับสูงขึ้น 2 ดอลล่าร์ต่อตัน ขณะที่ข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ความเห็นเกี่ยวกับข้าวสาลี – ฤดูหนาวสีแดงชนิดแข็ง – ถ้าคุณต้องการโปรตีนที่สูงขึ้น คุณต้องจ่ายค่าพรีเมี่ยมที่ค่อนข้างสูง โปรตีนของ HRW 11% มีราคาสมเหตุสมผล แต่ถ้าคุณได้ 12% หรือมากกว่า ราคาพรีเมี่ยมสูงมาก ด้านข้าวโพด มีรายงานว่า ข้าวโพดมีการใช้ทำเอทานอลเพิ่มขึ้น 2.8% ในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าประมาณการของ USDA 1% ความคิดของ USDA เกี่ยวกับข้าวโพดในปี 2018 ของอเมริกาแสดงเกี่ยวกับปริมาณการเพาะปลูกและผลผลิตที่มีขนาดเท่ากัน ดูเหมือนว่าจะเป็นปีที่มีกันชนอีกปีสำหรับข้าวโพดในปี 2018 เป็นการยากที่จะคาดการณ์ราคาข้าวโพดที่สูงขึ้นสำหรับเกษตรกร เมื่อมีการผลิตข้าวโพดจำนวนมากในอเมริกาและทั่วโลก ราคาถั่วเหลืองปรับสูงขึ้นเล็กน้อยจากการขาดแคลนการขายของเกษตรกรอเมริกา และปริมาณการสกัดน้ำมันจนถึงปัจจุบันสูงกว่าการคาดการณ์ของ USDA มีความกังวลเกี่ยวกับผลผลิตของบราซิลและอาร์เจนติน่าซึ่งผลักดันให้ราคาตลาดสูงขึ้น ทุกคนต่างเฝ้ามองสภาพอากาศในอเมริกาใต้ โดยเฉพาะฝน เนื่องจากจะเป็นเหตุให้ราคาปรับขึ้นหรือลง   SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN ด้วยการประกาศโควตาใหม่ที่มีปริมาณน้อยในเปรู และเรือที่จับปลาได้น้อย ความสนใจทั้งหมดในตอนนี้อยู่ที่ใครจะเป็นคนขาย ทุกคนดูเหมือนว่าจะเป็นคนซื้อ แต่คนขายทั้งหมดต่างซ่อนตัวเพื่อรอดูการจับปลาจะเป็นอย่างไรและพวกเขาจะได้ราคาที่สูงอย่างไรจากปลาป่นที่ยังไม่ได้ขาย โควต้าที่น้อยหมายความว่าผลผลิตของฤดูกาลนี้จะไม่มากกว่า 340,000 ตันของปลาป่น และมากกว่า 50% ของปริมาณนี้อาจถูกขายไปที่ราคาต่ำ ไม่จำเป็นต้องพูด คนขายไม่ต้องการที่จะขายสินค้าเพิ่มเติมจนกว่าพวกเขาจะเห็นราคาที่น่าสนใจ เราไม่ควรลืมว่าเนื่องจากโควต้าลด ต้นทุนค่าการจัดการต่อตันเพิ่มขึ้นเนื่องจากผู้ผลิตและกองเรือจับปลามีต้นทุนคงที่ไม่ได้ลดลงเพราะว่าโควต้าลดลง – ต้นทุนผันแปร แต่ไม่ใช่ต้นทุนคงที่ ราคาขายต้องสูงขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมราคาจากมหาสมุทรจนสิ้นสุดการผลิต ตามที่เห็นจากราคาที่แสดงด้านล่าง มีราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นมาอย่างทันทีทันใด – อาจกระโดดมาสูงเกินไป แต่เวลาและการจับปลาจะบอกได้ ตามการค้า ราคายังปรับขึ้นสูงมากในจีนซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบปี – ราคาปรับสูงขึ้นประมาณ 20% ในตลาดในประเทศของจีน แม้ว่าจะมีปริมาณปลาป่นนำเข้าอยู่ในมือเป็นจำนวนมาก ความจริงที่ว่าต้นทุนทดแทนได้ปรับสูงขึ้น ทำให้ราคาสต๊อคในมืออยู่ในระดับที่สูงขึ้น มีการจับปลาในเปรูซึ่งพบว่ามีปลาในวัยอ่อนเป็นจำนวนมาก ซึ่งนำไปสู่การห้ามเล็กๆ เป็นจำนวนมาก  ในบางพื้นที่ระดับปลาวัยอ่อนมีมากเกินกว่า 90%  ดังนั้น การจับปลาที่น้อยเนื่องจากมีการห้าม, ความต้องการของผู้ซื้อที่มีปริมาณมาก, ผู้ขายออกจากตลาด, ราคาสินค้าที่สูง....วันที่น่าสนใจเนื่องจากคาดว่าราคาจะปรับสูงขึ้นSECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN Well, the USA harvest seems to be all done and all the grain is in the bin. Now all we need to know is how much did we actually end up with. Was the USDA correct in its projections – do we just have a surplus or now a huge surplus? All questions for the market to argue over and for prices to react to. In most years we will have seen the low prices of the year and from here on in prices just move higher month by month to cover storage and finance costs. But then, there are always enough market factors that can be thrown in to keep things exciting until the next planting season in the US. This week, as has been for the past couple of weeks, grain/oilseed markets were quiet with the week ending prices not all that far off the previous week. US corn and soybean prices were almost unchanged while soymeal was up by USD 4 or 5 m/t, winter wheat prices moved a couple of dollars per m/t higher while spring wheat continues to slip lower. One small comment on wheat – hard red winter – if you want higher protein you will have to pay through the nose as the protein premium continues to be very strong. 11% protein HRW is reasonably priced but once you get into 12% and higher the protein premium is very high. On the corn side of things there is little new information to report, except that corn use in ethanol is up by 2.8% on the year – well above the USDA estimate of a 1% increase. The USDA's ideas on corn for 2018 in the US showed about the same amount of planting and the same production size. Looks like another bumper year is expected for corn in 2018. Very difficult to expect higher corn price for farmers when so much corn is being produced in the USA and the world. Soybean prices were said to be up a little on a lack of US farmer selling and year-to-date crush numbers that are higher than the USDA estimates. There are some concerns about the soybean crops in both Brazil and Argentina that gave a little push higher to market prices --- everyone is now watching the weather in South America, the rain in particular, as this is where the next price rally will be centered.   SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN With the new low quota announced in Peru and the vessels out fishing with poor results so far, all attention is now on who may be a seller. Everyone seems to be a buyer, but sellers are all hiding away just waiting to see how the fishing goes and how high a price they can get for their unsold fishmeal. The low quota will mean that this seasons production will not exceed about 340,000 m/t of fishmeal and as much as 50% of that quantity may be presold at lower prices. Needless to say, sellers will not want to sell much more unless they can see an attractive selling price point. One shouldn't forget that as the quota drops the overhead cost per ton increases as the producers and fishing fleet fixed costs don't drop just because the quota is lower – variable costs yes but not fixed costs. Selling prices have to be higher just to cover costs from the ocean to the end of production. As you can see from the indication prices below, there has been an immediate price jump – perhaps the jump is too high but only time and some fishing will tell. According to the trade, prices are also much higher in China, the highest level in a year --- prices are up by about 20% in the local China market. Although there is lots of imported fishmeal on hand in China the fact that replacement cost has moved higher will keep prices for stock on hand at higher levels.     And then there is the fishing in Peru where very high levels of juvenile fish have been seen, leading to a number of mini-bans for fishing. In some areas the juvenile level is in excess of 90%. So, as things stand: poor fishing with several mini-bans, very strong buyer demand, sellers out of the market, much higher prices…..exciting days for a while with even higher prices to be expected.

อ่านต่อMORE

Hammersmith Weekly Report - November 18, 2017Hammersmith Weekly Report - November 18, 2017

SECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN ตลาดธัญพืชในอเมริกาพยายามที่จะปรับราคาสูงขึ้นเล็กน้อยในวันศุกร์ และช่วยผลักดันทั้งถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองให้ราคาอยู่ในทิศทางบวกในสัปดาห์นี้ แม้ว่าในวันศุกร์ราคาที่ปรับขึ้นของข้าวโพดและข้าวสาลีจะลดลงเล็กน้อยในสัปดาห์นี้ ราคาข้าวโพดปิดที่ราคาเกือบจะไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน เนื่องจากเป็นสัปดาห์ที่เงียบมากและไม่น่าสนใจสำหรับข้าวโพด รายงานบางฉบับกล่าวว่าเกษตรกรไม่ได้ขายสินค้าตามที่ควรจนกว่าหลังสัปดาห์หน้า วันขอบคุณพระเจ้า วันหยุดในอเมริกา มีรายงานจากบราซิลว่าการเพาะปลูกข้าวโพดรอบที่ 2 จะลดลงมากถึง 18.75% แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ผลักดันให้ตลาดข้าวโพดปรับตัวสูงขึ้นมาก อย่างไรก็ตามการซื้อขายข้าวโพดล่วงหน้ามีขนาดใหญ่มาก แต่นักเก็งกำไรส่วนมากได้มีการเพิ่มการซื้อขายในช่วงสั้นประมาณ 10% ดังนั้นบางคนดูเหมือนจะไม่รู้สึกว่าราคาข้าวโพดควรปรับสูงขึ้น ราคาถั่วเหลืองปรับสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันศุกร์ ปรับขึ้น 6-7 ดอลล่าร์ต่อตัน ตามที่ทุกคนมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอาร์เจนติน่า และความล่าช้าของฝนที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกถั่วเหลืองรอบต่อไป กากถั่วเหลืองปิดสัปดาห์ด้วยราคาปรับสูงขึ้น 3-4 ดอลล่าร์ต่อตัน แต่อาจจะปรับลดลงในสัปดาห์ ยกเว้นสำหรับของอาร์เจนติน่าที่ราคาปรับขึ้น ทุกอย่างดูดีสำหรับถั่วเหลืองในบราซิล อย่างน้อยดูเหมือนว่าจะไม่มีข่าวร้ายที่จะผลักดันให้ราคาปรับสูงขึ้น ราคาข้าวสาลีปรับสูงขึ้นเล็กน้อยในวันศุกร์ แต่ก็ยังคงเป็นสัปดาห์ที่ราคาปรับลดลง ข้าวสาลีฤดูหนาวสีแดงชนิดแข็งปรับลดลง 4 ดอลล่าร์ต่อตัน และข้าวสาลีฤดูหนาวสีแดงชนิดอ่อนปรับลดลงเพียง 1-2 ดอลล่าร์ต่อตัน   SECTION 2 :  FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN โควต้าของปลาป่นและระยะเวลาได้ถูกประกาศสำหรับเปรูและค่อนข้างประหลาดใจ โควต้าถูกรายงานว่าจะตั้งไว้ที่ 1.49 ล้านตัน โดยเริ่มจับปลาวันที่ 23 พฤศจิกายน การประกาศอย่างเป็นทางการยังไม่ได้รับการเผยแพร่ แต่โควต้าได้รับการกล่าวถึงโดยกระทรวงการผลิต (Ministry of Production) ระหว่างการประชุมในเปรู ผู้คนต่างคิดว่าโควต้าที่ระดับนี้จะทำให้ราคาปลาป่นปรับสูงขึ้น แม้ว่าการค้าส่วนใหญ่คาดหวังว่าจะมีโควต้าในช่วง 2 ล้านตัน แต่มีเรื่องเกี่ยวกับการค้าบางอย่างที่โควต้าจะลดลงประมาณ 1.5 ล้านตัน และเป็นเรื่องจริง ยังมีรายงานว่าระดับตัวอ่อนของชีวมวลยังคงอยู่ในระดับสูง ประมาณ 67% โดยเฉลี่ย ขณะที่ระดับตัวอ่อนลดลงอย่างมีเหตุผลอย่างรวดเร็ว รายงานการค้าระบุว่าเราอาจจะเห็นการห้ามการจับปลาเล็กๆ เนื่องจากมีระดับตัวอ่อนเป็นจำนวนมาก ด้วยประกาศโควต้ารอบใหม่เฉพาะในวันศุกร์ที่ผ่านมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนักในรายการราคาสินค้า แต่วันจันทร์น่าจะเป็นวันที่น่าสนใจ ผู้ซื้อรายใหญ่อาจจะต้องการซื้อสินค้าให้ครอบคลุมบางส่วน แต่ผู้ผลิตอาจไม่เต็มใจที่จะขายสินค้า ไม่มีเหตุผลที่ดีใดๆ ที่จะคาดหวังว่าราคาจะไม่ปรับสูงขึ้นSECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN Grain markets in the US decided to try for a little rally on Friday and managed to push both soybeans and soymeal up into a positive price on the week. Even with the Friday rally corn and wheat prices were a little lower on the week. Corn prices ended up almost unchanged from the previous week as corn had a very quiet and uninteresting week. Some reports say that farmers weren't selling as they would rather hold until after next week's Thanksgiving holiday in the US. There was the report from Brazil that the second corn crop would be down by as much as 18.75% but even that didn't push the corn market much higher. However, trading in corn futures was reported to be very large but the large speculator section is said to have increased their short positions by about 10%, so some don't seem to feel that corn prices should be moving higher. Soybeans were quite a bit higher on Friday – up by USD 6 to 7 m/t – as everyone was quite worried about the situation in Argentina and the lack of rain that could affect the next soybean crop.  Soymeal finished the week up by just USD 3 to 4 m/t but could have been down on the week except for the Argentina driven price rally. All seems to be going well in Brazil for soybeans – at least there seems to be no bad news that would push prices higher. Wheat prices were up a little on Friday but were still down on the week with hard red winter wheat down by about USD 4 m/t and soft red winter down by only a dollar or two m/t. SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN Fishmeal quota and timing has been announced for Peru and it is quite a surprise --- the quota is reported to be set at 1.49 million m/t with fishing starting on the 23rd of November. The "official" announcement has not yet been published but the quota was mentioned by the Ministry of Production during a conference in Peru. One would think that with the quota at this level there is going to be a rally in fishmeal prices. Although most of the trade was expecting a quota in the 2 million m/t range, there had been a couple of stories in the trade that the quota would be down around 1.5 mm/t --- and the stories were correct. It is also reported that the juvenile level for the biomass is still very high, at about 67% by weight. While the juvenile level will drop reasonably quickly, the trade reports are saying that we will probably see a spate of mini fishing bans due to high juvenile levels. With the announcement of the new quota only coming on Friday, there hasn't been too much change in the trade price lists, but Monday should be an interesting day. Major buyers will probably want to get some coverage, but producers will likely not be too willing sellers. There is no good reason to expect that prices will not move higher.  

อ่านต่อMORE

ข่าวที่น่าสนใจ

ECONOMIC NEWS

กราฟรายวัน

DAILY CHART

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารจากเราSUBSCRIBE TO OUR NEWS
Top