ข่าวสารและกิจกรรมNEWS & EVENTS

อ่านต่อREAD MORE

การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกการใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีก

       เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าการใช้โปรไบโอติกมีส่วนช่วยลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคอาหารเป็นพิษ โดยจุลินทรีย์ที่ดีจะเข้าไปช่วยยับยั้งจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารด้วยการลดการเกาะติดของจุลินทรีย์ก่อโรค เป็นการเพิ่มสัดส่วนของจุลินทรีย์ที่ดีในทางเดินอาหารจึงช่วยให้ระบบการย่อยและการดูดซึมอาหารของสัตว์ปีกดีขึ้น มีความสมดุลในลำไส้  ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานทำให้มีความต้านทานต่อเชื้อก่อโรคได้ดียิ่งขึ้น เกิดประสิทธิภาพในการเลี้ยงที่ดี  จึงส่งผลให้อัตราการเจริญเติบโตของสัตว์เพิ่มขึ้น โปรไบโอติกจึงเป็นทางเลือกในการใช้เพื่อทดแทนการใช้ยาและสารปฏิชีวนะในการเลี้ยง ดังนั้นจึงช่วยทำให้ประหยัดเพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ยังเกิดประโยชน์ในด้านการเพิ่มความปลอดภัยของกระบวนการผลิตและเพิ่มความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกที่ส่งต่อให้กับผู้บริโภคมากขึ้น       อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เพื่อการส่งออกมีความสำคัญมากขึ้นทุกปีจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศปีละหลายพันล้านบาท ซึ่งประเทศไทยส่งออกไก่เนื้อเป็นอันดับ 4 ของโลก การเลี้ยงไก่ในเชิงอุตสาหกรรมจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตทั้งด้านการปรับปรุงพันธุ์ไก่การจัดการเลี้ยงดูคุณภาพอาหารของไก่และดูแลอย่างถูกหลักวิธี การใช้จุลินทรีย์ โปรไบติกอาจเป็นทางเลือกหนึ่ง โดยผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับสัตว์ปีก ไบโอติก แมกซ์ 2 (Biotic Max 2) เป็นอาหารเสริมที่ใช้ทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะในการกระตุ้นการเจริญเติบโต และสร้างภูมิคุ้มกันของสัตว์ โดยผลิตจากจุลินทรีย์ Bacillus subtilis โดยในกระบวนการผลิตได้มีการนำจุลินทรีย์โปรไบโอติก Bacillus subtilis มาผสมร่วมกับกากเซลล์ยีสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่ผ่านการย่อยผนังเซลล์โดยเอนไซม์ Protease และ Glucanase เพื่อให้สัตว์สามารถนำสารสำคัญที่มีคุณสมบัติกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เช่น เบต้ากลูแคน (β-Glucan) และแมนแนน (Mannan) ที่พบมากในผนังเซลล์ยีสต์ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ • ผลิตภัณฑ์มีจุลินทรีย์ Bacillus subtilis ที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างน้อย 10,000 ล้านตัว ซึ่งสามารถสร้างสปอร์ที่ทนต่อความร้อนได้สูง และทนสภาวะความเป็นกรดในกระเพาะของสัตว์ปีกได้ อีกทั้งยังเป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติสร้างเอนไซม์โปรติเอสออกมาย่อยโปรตีน และสร้างเอนไซม์อะไมเลส ออกมาย่อยแป้ง และสารอินทรีย์ต่างๆ• สื่อที่ใช้เป็นเปปไทด์สายสั้น ที่สัตว์สามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ง่าย • จุลินทรีย์ที่ดีจะยึดพื้นที่ในผนังลำไส้ของสัตว์เพื่อลดแบคทีเรียก่อโรค เช่น Salmonella และปรับสมดุลให้แก่จุลินทรีย์ในกระเพาะอาหาร• B-Glucan ทำให้สัตว์สามารถดูดซึมและนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยด้วยเอนไซม์ ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนัง สร้างคอลลาเจน อีลาสตินมากขึ้น ทำให้แผลหายเร็วขึ้น เพิ่มความแข็งแรงความยืดหยุ่นแก่ผิวหนังที่สร้างใหม่ เพิ่มการเจริญเติบโต และการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันไม่จำเพาะให้แก่สัตว์• Mannan ช่วยให้มีการดูดซึมกรดอะมิโน L-tryptophan ทั้งบริเวณลำไส้ส่วน Jejunal และ Ileal ที่เกี่ยวข้องกับการหลั่ง Serotonin ออกมาทาให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียด ช่วยทำให้ผนังลำไส้ของสัตว์สมบูรณ์จึงมีพื้นที่ในการดูดซึมอาหารได้มากขึ้น ประโยชน์ของ “ไบโอติก แมกซ์ 2” สารผสมล่วงหน้าที่เป็นสารเสริมชีวนะสำหรับสัตว์ปีก1.เพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์และปรับสมดุลในระบบทางเดินอาหารให้กับสัตว์ปีก2.ช่วยควบคุมเชื้อก่อโรคไม่ให้เจริญในระบบทางเดินอาหารได้3.กระตุ้นภูมิคุ้มกันแบบพึ่งเซลส์ของสัตว์ปีก4.เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมโปรตีนในระบบทางเดินอาหาร5.เพิ่มเปอร์เซ็นต์ไข่และคุณภาพของไข่ขาว6.เพิ่มระยะเวลาการให้ไข่สูงสุดนานขึ้น7.เพิ่มน้ำหนักไข่ และช่วยลดปัญหาความสกปรกของเปลือกไข่8.ลดกลิ่นมูลสัตว์ สลายแอมโมเนีย ไนไตรท์และไนเตรทได้เร็วขึ้น 9.ลดการถ่ายเหลวในสัตว์ปีก สรุปโดยรวมในด้านประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มน้ำหนักเฉลี่ยต่อวัน ได้ผลผลิตมากแต่ใช้อาหารน้อย ลดต้นทุนค่าอาหาร เป็นโปรไบโอติกที่สามารถแข่งขันกับเชื้อก่อโรคภายในลำไส้สัตว์ได้ และทนอยู่ในสภาวะที่ไม่เหมาะสมในลำไส้ของสัตว์ปีกได้       เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าการใช้โปรไบโอติกมีส่วนช่วยลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคอาหารเป็นพิษ โดยจุลินทรีย์ที่ดีจะเข้าไปช่วยยับยั้งจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารด้วยการลดการเกาะติดของจุลินทรีย์ก่อโรค เป็นการเพิ่มสัดส่วนของจุลินทรีย์ที่ดีในทางเดินอาหารจึงช่วยให้ระบบการย่อยและการดูดซึมอาหารของสัตว์ปีกดีขึ้น มีความสมดุลในลำไส้  ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานทำให้มีความต้านทานต่อเชื้อก่อโรคได้ดียิ่งขึ้น เกิดประสิทธิภาพในการเลี้ยงที่ดี  จึงส่งผลให้อัตราการเจริญเติบโตของสัตว์เพิ่มขึ้น โปรไบโอติกจึงเป็นทางเลือกในการใช้เพื่อทดแทนการใช้ยาและสารปฏิชีวนะในการเลี้ยง ดังนั้นจึงช่วยทำให้ประหยัดเพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ยังเกิดประโยชน์ในด้านการเพิ่มความปลอดภัยของกระบวนการผลิตและเพิ่มความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกที่ส่งต่อให้กับผู้บริโภคมากขึ้น       อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เพื่อการส่งออกมีความสำคัญมากขึ้นทุกปีจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศปีละหลายพันล้านบาท ซึ่งประเทศไทยส่งออกไก่เนื้อเป็นอันดับ 4 ของโลก การเลี้ยงไก่ในเชิงอุตสาหกรรมจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตทั้งด้านการปรับปรุงพันธุ์ไก่การจัดการเลี้ยงดูคุณภาพอาหารของไก่และดูแลอย่างถูกหลักวิธี การใช้จุลินทรีย์ โปรไบติกอาจเป็นทางเลือกหนึ่ง โดยผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับสัตว์ปีก ไบโอติก แมกซ์ 2 (Biotic Max 2) เป็นอาหารเสริมที่ใช้ทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะในการกระตุ้นการเจริญเติบโต และสร้างภูมิคุ้มกันของสัตว์ โดยผลิตจากจุลินทรีย์ Bacillus subtilis โดยในกระบวนการผลิตได้มีการนำจุลินทรีย์โปรไบโอติก Bacillus subtilis มาผสมร่วมกับกากเซลล์ยีสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่ผ่านการย่อยผนังเซลล์โดยเอนไซม์ Protease และ Glucanase เพื่อให้สัตว์สามารถนำสารสำคัญที่มีคุณสมบัติกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เช่น เบต้ากลูแคน (β-Glucan) และแมนแนน (Mannan) ที่พบมากในผนังเซลล์ยีสต์ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ • ผลิตภัณฑ์มีจุลินทรีย์ Bacillus subtilis ที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างน้อย 10,000 ล้านตัว ซึ่งสามารถสร้างสปอร์ที่ทนต่อความร้อนได้สูง และทนสภาวะความเป็นกรดในกระเพาะของสัตว์ปีกได้ อีกทั้งยังเป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติสร้างเอนไซม์โปรติเอสออกมาย่อยโปรตีน และสร้างเอนไซม์อะไมเลส ออกมาย่อยแป้ง และสารอินทรีย์ต่างๆ• สื่อที่ใช้เป็นเปปไทด์สายสั้น ที่สัตว์สามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ง่าย • จุลินทรีย์ที่ดีจะยึดพื้นที่ในผนังลำไส้ของสัตว์เพื่อลดแบคทีเรียก่อโรค เช่น Salmonella และปรับสมดุลให้แก่จุลินทรีย์ในกระเพาะอาหาร• B-Glucan ทำให้สัตว์สามารถดูดซึมและนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยด้วยเอนไซม์ ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนัง สร้างคอลลาเจน อีลาสตินมากขึ้น ทำให้แผลหายเร็วขึ้น เพิ่มความแข็งแรงความยืดหยุ่นแก่ผิวหนังที่สร้างใหม่ เพิ่มการเจริญเติบโต และการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันไม่จำเพาะให้แก่สัตว์• Mannan ช่วยให้มีการดูดซึมกรดอะมิโน L-tryptophan ทั้งบริเวณลำไส้ส่วน Jejunal และ Ileal ที่เกี่ยวข้องกับการหลั่ง Serotonin ออกมาทาให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียด ช่วยทำให้ผนังลำไส้ของสัตว์สมบูรณ์จึงมีพื้นที่ในการดูดซึมอาหารได้มากขึ้น ประโยชน์ของ “ไบโอติก แมกซ์ 2” สารผสมล่วงหน้าที่เป็นสารเสริมชีวนะสำหรับสัตว์ปีก1.เพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์และปรับสมดุลในระบบทางเดินอาหารให้กับสัตว์ปีก2.ช่วยควบคุมเชื้อก่อโรคไม่ให้เจริญในระบบทางเดินอาหารได้3.กระตุ้นภูมิคุ้มกันแบบพึ่งเซลส์ของสัตว์ปีก4.เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมโปรตีนในระบบทางเดินอาหาร5.เพิ่มเปอร์เซ็นต์ไข่และคุณภาพของไข่ขาว6.เพิ่มระยะเวลาการให้ไข่สูงสุดนานขึ้น7.เพิ่มน้ำหนักไข่ และช่วยลดปัญหาความสกปรกของเปลือกไข่8.ลดกลิ่นมูลสัตว์ สลายแอมโมเนีย ไนไตรท์และไนเตรทได้เร็วขึ้น 9.ลดการถ่ายเหลวในสัตว์ปีก สรุปโดยรวมในด้านประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มน้ำหนักเฉลี่ยต่อวัน ได้ผลผลิตมากแต่ใช้อาหารน้อย ลดต้นทุนค่าอาหาร เป็นโปรไบโอติกที่สามารถแข่งขันกับเชื้อก่อโรคภายในลำไส้สัตว์ได้ และทนอยู่ในสภาวะที่ไม่เหมาะสมในลำไส้ของสัตว์ปีกได้

อ่านต่อMORE

การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ (ตอนที่ 1)การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ (ตอนที่ 1)

ในประเทศไทยนั้นพบว่ามีการใช้โปรไบโอติกกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มสัตว์ต่างๆ ทุกกลุ่มดังนี้ กลุ่มสัตว์บก, กลุ่มสัตว์ปีก, กลุ่มสัตว์น้ำ จุดประสงค์หลักของการใช้โปรไบโอติกคือ เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เข้าไปในท่อทางเดินอาหารให้เกิดการสมดุลของจุลินทรีย์เป็นสำคัญ  โดยเมื่อประชากรจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารเกิดความสมดุลแล้วก็จะส่งผลให้สุขภาพสัตว์ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้นดังนี้ 1. ช่วยเพิ่มประสิทธภาพในการย่อยอาหาร  คือโปรไบโอติกมีคุณสมบัติในการสร้างเอนไซม์หลายชนิด ซึ่งเป็นเอนไซน์บางชนิดร่างกายของสัตว์ไม่สามารถสร้างได้ ตัวอย่างเอมไซน์ที่พบการสร้างจากโปรไบโอติก ได้แก่ amylase, protease, lipase, cellulose, β–glucanase, xylanse, phytase 2. ช่วยสร้างวิตามินบี คือ จุลินทรีย์ที่สร้างกรดแลกติก ในทางเดินอาหารเป็นแหล่งในการสร้างวิตามินที่จำเป็นหลายชนิด โดยเฉพาะกลุ่มวิตามิน B ซึ่งการศึกษาจำนวนมากพบว่าจุลินทรีย์เหล่านี้มีความสามารถในการสร้างวิตามินที่มีโมเลกุลซับซ้อน (เช่น วิตามิน B12) ได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าจุลินทรีย์กลุ่ม Bifidobacterium สามารถสร้างวิตามินหรือส่วนประกอบของวิตามินหลายชนิด ได้แก่ วิตามินK, วิตามินB12, biotin, folate, riboflavin และ pyridoxine 3. ช่วยในการดูดซึมสารอาหาร  จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารมีส่วนช่วยในการดูดซึมสารอาหารจำเป็นหลายชนิด เช่น ช่วยในการดูดซึมไขมันและวิตามินที่ละลายในไขมัน ช่วยในการดูดซึมกลูโคสและควบคุมการทำงานของสมดุลกลูโคสในร่างกายผ่าน Intestine-brain-liver neural axis 4. ลดจำนวนจุลินทรีย์ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารของสัตว์ดีขึ้น เนื่องจากสภาวะที่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ เอื้อให้สัตว์สามารถใช้อาหารได้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและเอื้อให้มีการดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น 5. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์ให้อยู่ในสภาวะสมดุล โดยพบว่าจุลินทรีย์ในโปรไบโอติกมีการสร้างสารที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์ เช่น พบว่า Bifidobacterium สร้างสารที่ช่วยให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ซึ่งจากผลการศึกษาโปรไบโอติกทั้งในสัตว์และในมนุษย์พบว่า การใช้โปรไบโอติกมีผลต่อภูมิคุมกันที่ผิวเยื่อเมือก secretory IgA การหลั่งของ cytokine หลายชนิด และการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน การศึกษาในหนูทดลองพบว่าการพัฒนาของ regulatory Tlymphocyte (CD4+ FoxP3+) เกี่ยวข้องกับปริมาณและชนิดของจุลินทรีย์ในอาหาร อย่างไรก็ตาม กลไกของโปรไบติกในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด  จากข้อมูลที่กล่าวมานั้นสามารถประเมินได้ว่าประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้นได้โดยพิจารณาจากดัชนีชี้วัดการผลิตในสุกร โดยสรุปประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกได้ดังนี้ ประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกให้สุกร        การใช้โปรไบโอติกในสุกรมีการใช้ในทุกระยะของการผลิต โดยการเสริมโปรไบโอติกจะช่วยให้จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารเกิดความสมดุล ส่งเสริมให้สุกรเกิดสุขภาพที่ดีและมีผลให้ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น เนื่องจากเป้าหมายสุกรในแต่ละระยะแตกต่างกัน จึงสรุปประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้โปรไบโอติกในสุกรระยะต่างๆ ตามระยะการผลิต ได้แก่  ประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกในแม่สุกร การใช้โปรไบโอติกในแม่สุกรมีผลดีในระบบการผลิตทั้งในตัวแม่สุกรเองและลูกสุกรที่ได้จากแม่ที่เสริมโปรไบโอติก จากการศึกษาและเก็บข้อมูลจริงในฟาร์มพบว่า การเสริมโปรไบโอติกในแม่สุกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ดังนี้ แม่สุกรและลูกสุกร (ช่วงท้อง)  สำหรับแม่สุกร ช่วยสร้างสมดุลในทางเดินอาหาร กระตุ้นการกินอาหาร กระตุ้นการผลิตน้ำนม ลดปัญหาการโทรมหลังหย่านม ลดการสูญเสียไขมันสันหลัง ลดระยะเป็นสัดหลังหย่านม (wean-to-first service interval/ PSI) เพิ่มอัตราเข้าคลอดและอัตราผสมติด เพิ่มระดับภูมิคุ้มกันในน้ำนม (IgA) ลดการปล่อยเชื้อทางมูลของแม่สู่ลูกในเล้าคลอด   ส่วนสำหรับลูกสุกร เพิ่มน้ำหนักแรกเกิด ลดการสูญเสียของลูกสุกรระยะดูดนม เพิ่มน้ำหนักหย่านม เพิ่มอัตราการเลี้ยงรอด ลูกสุกรดูดนม ลดปัญหาท้องเสียในลูกสุกร ลด E.coli ในเล้าคลอด เพิ่มน้ำหนักหย่านม เพิ่ม ADG ลดการสูญเสียลูกสุกรในเล้าคลอดสุกรอนุบาลและสุกรขุน ช่วยกระตุ้นการกินอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้และดูดซึมอาหาร เพิ่มอัตราการเจริญเติบโต เพิ่ม ADG และลด FCR ลดปัญหาระบบทางเดินอาหาร ตัวอย่างเช่น ในประเทศเกาหลีได้มีการนำมาใช้ศึกษาทดลองโดยผสมในอาหารสุกรหลังหย่านม พบว่าสุกรมีการเจริญเติบโตและอัตราการแลกน้ำหนักดีกว่าในกลุ่มควบคุมและให้ผลใกล้เคียงกับในกลุ่มที่ให้สารปฏิชีวนะ การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรเพื่อทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ เพื่อต่อต้านเชื้อก่อโรคหรือเพื่อบำรุงสุขภาพสุกรนั้นเป็นทางเลือกหนึ่งที่ควรพิจารณา  อย่างไรก็ตามการใช้โปรไบโอติกเพื่อผลดีที่สุดควรใช้ในช่วงเวลาที่สุกรแรกเริ่มได้รับเชื้อจุลินทรีย์หรือตั้งแต่แรกเกิดจนถึงประมาณสี่สัปดาห์หลังจากหย่านม (Cho, 2011; Le Bon et al., 2010)   ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก - บทความเรื่องบทบาทของโปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร โดยวันดี ศิริโชคชัชวาล ธงชัย เฉลิมชัยกิจ และณุวีร์ ประภัสระกูล ภาควิชาจุลชีววิทยา, คณะสัตวแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร 10330 ประเทศไทย - การใช้โปรไบโอติคและประโยชน์ของการใช้โปรไบโอติกในปศุสัตว์ (Use of probiotic and advantages in animals)  โดย สพ.ญ.กานต์ชนา พูนสุข  , เว็บไซต์สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ในประเทศไทยนั้นพบว่ามีการใช้โปรไบโอติกกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มสัตว์ต่างๆ ทุกกลุ่มดังนี้ กลุ่มสัตว์บก, กลุ่มสัตว์ปีก, กลุ่มสัตว์น้ำ จุดประสงค์หลักของการใช้โปรไบโอติกคือ เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เข้าไปในท่อทางเดินอาหารให้เกิดการสมดุลของจุลินทรีย์เป็นสำคัญ  โดยเมื่อประชากรจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารเกิดความสมดุลแล้วก็จะส่งผลให้สุขภาพสัตว์ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้นดังนี้ 1. ช่วยเพิ่มประสิทธภาพในการย่อยอาหาร  คือโปรไบโอติกมีคุณสมบัติในการสร้างเอนไซม์หลายชนิด ซึ่งเป็นเอนไซน์บางชนิดร่างกายของสัตว์ไม่สามารถสร้างได้ ตัวอย่างเอมไซน์ที่พบการสร้างจากโปรไบโอติก ได้แก่ amylase, protease, lipase, cellulose, β–glucanase, xylanse, phytase 2. ช่วยสร้างวิตามินบี คือ จุลินทรีย์ที่สร้างกรดแลกติก ในทางเดินอาหารเป็นแหล่งในการสร้างวิตามินที่จำเป็นหลายชนิด โดยเฉพาะกลุ่มวิตามิน B ซึ่งการศึกษาจำนวนมากพบว่าจุลินทรีย์เหล่านี้มีความสามารถในการสร้างวิตามินที่มีโมเลกุลซับซ้อน (เช่น วิตามิน B12) ได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าจุลินทรีย์กลุ่ม Bifidobacterium สามารถสร้างวิตามินหรือส่วนประกอบของวิตามินหลายชนิด ได้แก่ วิตามินK, วิตามินB12, biotin, folate, riboflavin และ pyridoxine 3. ช่วยในการดูดซึมสารอาหาร  จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารมีส่วนช่วยในการดูดซึมสารอาหารจำเป็นหลายชนิด เช่น ช่วยในการดูดซึมไขมันและวิตามินที่ละลายในไขมัน ช่วยในการดูดซึมกลูโคสและควบคุมการทำงานของสมดุลกลูโคสในร่างกายผ่าน Intestine-brain-liver neural axis 4. ลดจำนวนจุลินทรีย์ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารของสัตว์ดีขึ้น เนื่องจากสภาวะที่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ เอื้อให้สัตว์สามารถใช้อาหารได้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและเอื้อให้มีการดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น 5. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์ให้อยู่ในสภาวะสมดุล โดยพบว่าจุลินทรีย์ในโปรไบโอติกมีการสร้างสารที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์ เช่น พบว่า Bifidobacterium สร้างสารที่ช่วยให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ซึ่งจากผลการศึกษาโปรไบโอติกทั้งในสัตว์และในมนุษย์พบว่า การใช้โปรไบโอติกมีผลต่อภูมิคุมกันที่ผิวเยื่อเมือก secretory IgA การหลั่งของ cytokine หลายชนิด และการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน การศึกษาในหนูทดลองพบว่าการพัฒนาของ regulatory Tlymphocyte (CD4+ FoxP3+) เกี่ยวข้องกับปริมาณและชนิดของจุลินทรีย์ในอาหาร อย่างไรก็ตาม กลไกของโปรไบติกในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด  จากข้อมูลที่กล่าวมานั้นสามารถประเมินได้ว่าประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้นได้โดยพิจารณาจากดัชนีชี้วัดการผลิตในสุกร โดยสรุปประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกได้ดังนี้ ประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกให้สุกร        การใช้โปรไบโอติกในสุกรมีการใช้ในทุกระยะของการผลิต โดยการเสริมโปรไบโอติกจะช่วยให้จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารเกิดความสมดุล ส่งเสริมให้สุกรเกิดสุขภาพที่ดีและมีผลให้ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น เนื่องจากเป้าหมายสุกรในแต่ละระยะแตกต่างกัน จึงสรุปประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้โปรไบโอติกในสุกรระยะต่างๆ ตามระยะการผลิต ได้แก่  ประโยชน์ของการเสริมโปรไบโอติกในแม่สุกร การใช้โปรไบโอติกในแม่สุกรมีผลดีในระบบการผลิตทั้งในตัวแม่สุกรเองและลูกสุกรที่ได้จากแม่ที่เสริมโปรไบโอติก จากการศึกษาและเก็บข้อมูลจริงในฟาร์มพบว่า การเสริมโปรไบโอติกในแม่สุกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ดังนี้ แม่สุกรและลูกสุกร (ช่วงท้อง)  สำหรับแม่สุกร ช่วยสร้างสมดุลในทางเดินอาหาร กระตุ้นการกินอาหาร กระตุ้นการผลิตน้ำนม ลดปัญหาการโทรมหลังหย่านม ลดการสูญเสียไขมันสันหลัง ลดระยะเป็นสัดหลังหย่านม (wean-to-first service interval/ PSI) เพิ่มอัตราเข้าคลอดและอัตราผสมติด เพิ่มระดับภูมิคุ้มกันในน้ำนม (IgA) ลดการปล่อยเชื้อทางมูลของแม่สู่ลูกในเล้าคลอด   ส่วนสำหรับลูกสุกร เพิ่มน้ำหนักแรกเกิด ลดการสูญเสียของลูกสุกรระยะดูดนม เพิ่มน้ำหนักหย่านม เพิ่มอัตราการเลี้ยงรอด ลูกสุกรดูดนม ลดปัญหาท้องเสียในลูกสุกร ลด E.coli ในเล้าคลอด เพิ่มน้ำหนักหย่านม เพิ่ม ADG ลดการสูญเสียลูกสุกรในเล้าคลอดสุกรอนุบาลและสุกรขุน ช่วยกระตุ้นการกินอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้และดูดซึมอาหาร เพิ่มอัตราการเจริญเติบโต เพิ่ม ADG และลด FCR ลดปัญหาระบบทางเดินอาหาร ตัวอย่างเช่น ในประเทศเกาหลีได้มีการนำมาใช้ศึกษาทดลองโดยผสมในอาหารสุกรหลังหย่านม พบว่าสุกรมีการเจริญเติบโตและอัตราการแลกน้ำหนักดีกว่าในกลุ่มควบคุมและให้ผลใกล้เคียงกับในกลุ่มที่ให้สารปฏิชีวนะ การใช้โปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรเพื่อทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ เพื่อต่อต้านเชื้อก่อโรคหรือเพื่อบำรุงสุขภาพสุกรนั้นเป็นทางเลือกหนึ่งที่ควรพิจารณา  อย่างไรก็ตามการใช้โปรไบโอติกเพื่อผลดีที่สุดควรใช้ในช่วงเวลาที่สุกรแรกเริ่มได้รับเชื้อจุลินทรีย์หรือตั้งแต่แรกเกิดจนถึงประมาณสี่สัปดาห์หลังจากหย่านม (Cho, 2011; Le Bon et al., 2010)   ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก - บทความเรื่องบทบาทของโปรไบโอติกในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร โดยวันดี ศิริโชคชัชวาล ธงชัย เฉลิมชัยกิจ และณุวีร์ ประภัสระกูล ภาควิชาจุลชีววิทยา, คณะสัตวแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร 10330 ประเทศไทย - การใช้โปรไบโอติคและประโยชน์ของการใช้โปรไบโอติกในปศุสัตว์ (Use of probiotic and advantages in animals)  โดย สพ.ญ.กานต์ชนา พูนสุข  , เว็บไซต์สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ

อ่านต่อMORE

ขอขอบคุณลูกค้าและผู้เข้าชมงาน VIV Asia 2017 ที่ให้ความสนใจและเข้าเยี่ยมชมบูธขอขอบคุณลูกค้าและผู้เข้าชมงาน VIV Asia 2017 ที่ให้ความสนใจและเข้าเยี่ยมชมบูธ

บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ขอขอบพระคุณลูกค้าและผู้สนใจทุกท่านที่ให้ความสนใจและเยี่ยมชมบูธของเรา ตลอดทั้งสามวันของการจัดงานมีผู้ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมของเราเป็นจำนวนมากและมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่เรานำไปแสดงในงานจะสามารถร่วมพัฒนาธุรกิจของท่าน ทางบริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในการร่วมแสดงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมครั้งต่อไปจะได้รับความสนใจจากท่านเช่นเดิม บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ขอขอบพระคุณลูกค้าและผู้สนใจทุกท่านที่ให้ความสนใจและเยี่ยมชมบูธของเรา ตลอดทั้งสามวันของการจัดงานมีผู้ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมของเราเป็นจำนวนมากและมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่เรานำไปแสดงในงานจะสามารถร่วมพัฒนาธุรกิจของท่าน ทางบริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในการร่วมแสดงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมครั้งต่อไปจะได้รับความสนใจจากท่านเช่นเดิม

อ่านต่อMORE

Hammersmith Weekly Report - August 19, 2017Hammersmith Weekly Report - August 19, 2017

SECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN ดูเหมือนว่าเป็นสัปดาห์ที่เงียบสำหรับราคาสินค้าธัญพืช/พืชน้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดสินค้าล่วงหน้าที่ทุกตลาดดูสงบเงียบ ยกเว้นข้าวสาลีฤดูหนาวของอเมริกาที่ราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง ราคาข้าวโพดปรับลดลง 3 ดอลล่าร์ต่อตันในสัปดาห์นี้ ทั้งในตลาดเงินสดและตลาดล่วงหน้า และถั่วเหลืองก็เช่นเดียวกัน ตามด้วยกากถั่วเหลืองที่ราคาปรับลดลงเล็กน้อย ข้าวสาสีฤดูหนาวสีแดงชนิดอ่อนราคาลดลง 9-10 ดอลล่าร์ต่อตัน ข้าวสาสีฤดูหนาวสีแดงชนิดแข็งราคาลดลง 10-11 ดอลล่าร์ต่อตัน แม้แต่ราคาข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิก็ลดลง 2-3 ดอลล่าร์ แต่อาจจะเป็นเพราะเป็นไปในทางเดียวกับข้าวสาลีฤดูหนาว ตามรายงานการค้าของอเมริกา เกษตรกรไม่ได้ขายข้าวโพดได้มากเท่าไร ทำให้สร้างแรงกดดันให้กับราคาการส่งออก ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ส่งผลไปยังข้าวโพด NOLA เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ พื้นที่บางส่วนในการปลูกข้าวโพดดูเหมือนว่าจะมีปริมาณน้ำฝนที่ค่อนข้างดี ขณะที่บางส่วนก็แห้งแล้งมาก แต่โดยเฉลี่ยแล้วสภาพอากาศก็ไม่ได้เลวร้ายสำหรับการเพาะปลูกข้าวโพด ยังมีเรื่องที่กล่าวถึงในสัปดาห์นี้เกี่ยวกับตัวเลขของ USDA ที่สูงเกินไป นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงสภาพอากาศที่เย็นเกินไปเล็กน้อยในการเพาะปลูกข้าวโพด และอุณหภูมิที่สูงขึ้นเพียงเล็กน้อยก็อาจจะจำเป็นสำหรับการประกันการเพาะปลูก เรื่องถั่วเหลืองอเมริกา มีความกังวลว่าปริมาณฝนที่มากที่ช่วยในการปลูกข้าวโพด แต่ได้ละทิ้งน้ำฝนในพื้นที่เพาะปลูกถั่วเหลืองที่สำคัญ ทำให้ฟาร์มบางแห่งต้องการน้ำฝนเป็นอย่างมาก ทัวร์ของ Pro Farmers ควรจะต้องชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับการเพาะปลูกถั่วเหลือง อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ดูเหมือนจะรู้สึกว่า ทุกอย่างดูเหมือนว่าจะดีสำหรับถั่วเหลืองที่ไม่มีฝนตก ที่ไม่ได้เป็นปัญหาต่อเนื่องจากอุณหภูมิที่เย็นลงเล็กน้อยและเมล็ดถั่วไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมากในวันที่อากาศเย็น มีความเห็นบางอย่างในสัปดาห์นี้ว่าเงินทุนได้มีการเคลื่อนย้ายไปที่ฝั่งshortของธัญพืชและถั่วเหลือง ซึ่งอาจช่วยให้ตลาดปรับราคาลดลงเล็กน้อย  SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN ทุกสิ่งนั้นเงียบมากในเปรูในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการค้าขายสินค้าล็อตเก่าเพียงเล็กน้อย แต่ไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้น ไม่ได้มีความสนใจใหม่ๆ เกี่ยวกับการจองสินค้าฤดูกาลหน้า มันเร็วเกินไปสำหรับผู้ขายที่จะทำข้อตกลงที่จริงจัง โดยปกติผู้ซื้อจะรอราคาที่ต่ำกว่านี้ MSI Ceres กล่าวว่าสัปดาห์นี้มีเรื่องที่ทำให้ฤดูกาลหน้าอาจจะล่าช้าไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน - ทั้งหมดเกิดจากการวางไข่ แน่นอนว่า MSI Ceres ชี้ให้เห็นว่าการจับปลาในเวลาต่อมาเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ครบโควต้า และยังกล่าวว่ามีการพูดถึงการลดโควต้าการจับปลาในฤดูกาลหน้า แต่ยังเร็วเกินไปที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มีเรื่องน่าสนใจจากรายงานของ IFFO สัปดาห์นี้ ปี 2017 ปริมาณการจับปลาของเปรู ชิลี เดนมาร์ก/นอร์เวย์ และ ไอซ์แลนด์/แอตแลนติกเหนือ อยู่ในระดับใกล้เคียงกับสองเท่าในปี 2016 โดยที่เพิ่มมากที่สุดคือ เปรู แต่ทุกประเทศก็มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นภายในปี ปริมาณการผลิตปลาป่นทั้งปีจนถึงปัจจุบันมีประมาณ 1.44 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 735,000 ตันจากปีที่แล้ว โดย 50% ของการผลิตมากจากเปรูที่ 726,000 ตัน โดยรวมแล้ว ปี 2017 การผลิตปลาป่นได้เพิ่มขึ้น 96% จากปี 2016 การผลิตน้ำมันปลาได้เพิ่มขึ้น 72% เป็น 282,000 ตัน เปรูมีเพียง 37% ของการผลิตน้ำมันปลา ชิลีมีประมาณ 26% และเดนมาร์ก/นอร์เวย์มี 26% ทุกภูมิภาคครอบคลุมโดยรายงานสรุปของ IFFO ที่ได้แสดงให้เห็นการเพิ่มขึ้นที่ดีของการผลิตทั้งปลาป่นและน้ำมันปลา  SECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN It seemed like a quieter week for grain/oilseed prices this week, especially in the futures market where all looked quite calm – except perhaps for US winter wheat which continued to drop lower in price. Corn prices slipped by about USD 3 m/t on the week for both cash and futures and soybeans did about the same followed by soymeal that dropped a tad. Soft Red Winter wheat was down by USD 9  to 10 m/t with Hard Red Winter wheat lower by USD 10 to 11 m/t. Even spring wheat was down by a couple of dollars but this may just have been in sympathy with winter wheat. According to US trade reports, farmers are not selling much corn which is putting some upward pressure on export prices which may cause an uptick in process for NOLA corn this coming week. Some parts of the US corn belt is seeing quite good rainfall while there are still some regions that are too dry but on average the weather is not too bad for the corn crop. There was also talk this week that the USDA numbers are too high and that the upcoming "Pro Farmers" tour could confirm the talk. There was also talk that the weather is just a little too cool for the corn crop and that slightly higher temperatures could be needed to insure the crop. With US soybeans, there is concern that much of the rain that helped corn missed the important soybean areas leaving some farms gasping for rainfall. The Pro Farmers tour should also point out about what the situation is with the soybean crop. However, most experts seem to feel that all looks quite good for soybeans with the lack of rainfall not being too much of a problem so far as the temperatures have been a little cool and the beans don't need as much water on cool days. There were some comments this week that the investment funds were moving to the short side on grains and soybeans and this could help to move the market a little lower. SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN All has been very quiet in Peru in the past week --- a few small old lots traded but nothing exciting happening. There hasn't been any new interest in booking for the next season – too early for sellers to make any serious commitments and, as usual, buyers will wait for lower prices. MSI Ceres mentioned this week that there are stories that the next season may be delayed until November --- all due to spawning and such. Of, course, as MSI Ceres points out, the later fishing starts the more difficult it will be to land the full quota.  They also mention that there is talk of a reduced fishing quota for the next season but it is too early to know what might happen. It was interesting reading the IFFO report this week – the 2017 catch numbers for Peru, Chile, Denmark/Norway and Iceland/North Atlantic are close to double those for 2016 with the biggest increase being in Peru but everyone is up on the year. Total year to date fishmeal production is at about 1.44 million m/t, up from 735,000 last year --- with 50% of the production coming from Peru at 726,000 m/t. Overall, 2017 fishmeal production is up by 96% over 2016. Fishoil production is also higher and is up by 72% to 282,000 m/t – Peru is only 37% of fishoil production with Chile being about 26% and Denmark/Norway another 26%.  Every region covered by the IFFO summary report has shown a good increase in both fishmeal and fishoil production,

อ่านต่อMORE

Hammersmith Weekly Report - August 12, 2017Hammersmith Weekly Report - August 12, 2017

SECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN ข่าวใหญ่ของสัปดาห์นี้ของอเมริกาคือรายงานของ USDA WASDE และคาดการณ์ว่าเกือบทุกสิ่งจะอยู่ในทิศทางลง การคาดการณ์ไม่ได้เป็นจริงทั้งหมดที่อยู่ในทิศทางลง แต่มีอยู่ในทิศทางขึ้นด้วยสำหรับการคาดการณ์การเก็บเกี่ยวและผลผลิต ซึ่งสูงกว่าที่นักพยากรณ์ได้คาดการณ์ไว้ ผลผลิตและการเก็บเกี่ยวที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ได้ทำให้ตลาดพุ่งสูงขึ้นในวันพฤหัสบดี ราคาได้ปรับลดลงเล็กน้อยเมื่อวันศุกร์ ราคาสินค้าล่วงหน้าสูงขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่มากพอที่จะชนะราคาที่ปรับตัวลดลงในวันพฤหัสบดี สัปดาห์สิ้นสุดด้วยราคาข้าวโพดลดลง 2.50 ดอลล่าร์ต่อตัน ถั่วเหลืองราคาลดลง 5 ดอลล่าร์ต่อตัน กากถั่วเหลืองราคาลดลง 6-7 ดอลล่าร์ต่อตัน ข้าวสาลีฤดูหนาวทั้งชนิดอ่อนและชนิดแข็งราคาลดลง 7-8 ดอลล่าร์ต่อตัน ขณะที่ข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิราคาสูงขึ้น 15 ดอลล่าร์ต่อตัน จากการที่สถานการณ์อาจจะไม่ได้เลวร้ายมากเท่าที่คาดการณ์ไว้ การเก็บเกี่ยวข้าวโพดทางตอนใต้ของอเมริกาได้พร้อมแล้ว และดีกว่าค่าเฉลี่ยของ 5 ปีที่ผ่านมา ตามที่คุณได้เห็นจากข้อมูลด้านล่าง สถานการณ์ของข้าวโพดคิดเป็น 60% ดี/ดีเยี่ยม ยังมี 2-3 สัปดาห์ก่อนที่การเก็บเกี่ยวข้าวโพดหลักของอเมริกาจะเริ่ม ดังนั้นสิ่งต่างๆ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ถั่วเหลือง/กากถั่วเหลืองดูเหมือนว่าจะลดลง และสภาพอากาศสำหรับถั่วเหลืองในสัปดาห์หน้าดูเหมือนว่าจะดี อย่างน้อย ในวันนี้ ไม่มีความเสี่ยงเรื่องสภาพอากาศที่รุนแรงในระยะใกล้ที่จะผลักดันให้ราคาสูงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ไม่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นของราคาถั่วเหลืองในระยะสั้น ไม่มีอะไรที่จะผลักดันให้ราคาสูงขึ้น ในขณะที่เราเดินไปในช่วงเดือนสิงหาคม มันมีโอกาสน้อยมากๆ ที่สภาพอากาศจะมีผลกระทบหลัก ถึงแม้ว่าจะมีฝนตกเป็นปริมาณมากเกินไปหรือมีฝนตกน้อยเกินไปในบางพื้นที่ อย่างไรก็ตามในขณะนี้ สภาพอากาศดูเหมือนว่าจะดีสำหรับ 2-3 สัปดาห์ถัดไป ดังนั้นราคาน่าจะทรงตัวหรืออ่อนตัวมากกว่าปรับสูงขึ้น SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN การจับปลาเพียงอย่างเดียวในเปรูในทุกวันนี้ได้น้อยมากในทางตอนใต้กับโควตา 515,000 ตัน จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2017 มีเพียงปลา 1,000 ตัน ที่จับได้ในสัปดาห์ที่แล้ว จากทั้งหมด 9,000 ตัน ตั้งแต่ฤดูกาลใหม่ได้เริ่มขึ้นเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ตามรายงานของ trade มีช่องว่าง 50 ดอลล่าร์ต่อตันระหว่างสต๊อคปัจจุบันกับอุปทานของฤดูกาลหน้า เนื่องจากฤดูกาลหน้าได้ลดราคาลง 50 ดอลล่าร์ต่อตัน ราคาล่าสุดที่ใช้ได้จะพุ่งขึ้นสูงเนื่องจากมีสินค้าไม่มากนัก ยังมีรายงานว่าบางธุรกิจของฤดูกาลที่แล้วได้เลื่อนเป็นฤดูกาลถัดไปเนื่องจากอุปทานที่ลดลงในปัจจุบัน การขายของฤดูกาลถัดไปรายงานว่าได้ถึงประมาณ 40,000 ตัน แต่มีผู้ซื้อบางรายรู้สึกว่าราคาปลาป่นของฤดูถัดไปควรจะลดลง จึงยังคงชะลอการซื้อล่วงหน้า จากการที่มีปลาป่นเปรูที่เหลือขายเพียงเล็กน้อย ผู้ซื้อส่วนใหญ่ที่ต้องการสินค้าจึงหันมามองผู้ขายทางยุโรป แต่ก็ไม่ได้มีปลาป่นยุโรปที่ขายได้เป็นจำนวนมากเช่นกัน ยังรายงานของสัปดาห์นี้เกี่ยวกับความสำเร็จในการผลิตน้ำมันที่มีโอเมก้า 3 สูงจากเมล็ด GM Camelina มีรายงานว่าเมล็ด GM ได้มีการดัดแปลงจากจุลินทรีย์ทางทะเล สามารถผลิตน้ำมันที่มีคุณภาพและคุณลักษณะคล้ายกับโอเมก้า 3ในน้ำมันปลา น้ำมันโอเมก้า 3 จากพืชนี้ปราศจากไดออกซินและโลหะหนัก ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาในน้ำมันปลา โครงการ camelina ยังอยู่ในขั้นตอนของการวิจัยแต่มีความตื่นเต้นเกี่ยวกับศักยภาพของโอเมก้า 3 ในน้ำมันจากพืช   รายงาน Ojo Publico ในเปรู รายงานว่า 4 บริษัทใหญ่ในเปรูที่ควบคุม 70% ของธุรกิจปลาป่นและต้องจ่ายราคาที่ต่ำต่อตันสำหรับวัตถุดิบ ตามรายงานระบุว่าเพียง 5 ดอลล่าร์ต่อตันปลาสด รายงานได้ชี้ให้เห็นว่าระบบสิทธิของการจับปลาในเปรูต้องได้รับการทบทวนในปี 2018 ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อ “ระบบโควตาและการจ่ายค่าสิทธิในการประมง” อดีตรัฐมนตรีกระทรวงประมงกล่าวว่าการจ่ายเงินของบริษัทไม่เพียงพอ ขณะที่ผู้นำของ National Fisheries Society อ้างว่า เป็นตำนานที่บอกว่ามีการจ่ายเงินเพียงเล็กน้อยSECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN Of course, the big news of the week for the US was the USDA WASDE report and its bearish projections on most everything. The projections were not really all that bearish but they were higher for estimate harvest and yields than most of the private forecasters has expected. The higher than expected yields and crops certainly crashed the market on Thursday. Once things had calmed down a little on Friday, futures prices rallied a little but not enough to overcome the drop in prices on Thursday. As the week ended we had corn down by about USD 2.50 m/t, soybeans down by about USD 5 m/t, soymeal down by USD 6-7 m/t. Both soft and hard winter wheat were down by USD 7 to 8 m/t while spring wheat crashed by almost USD 15 m/t as the spring wheat situation may not be as bad as had been expected. The southern corn harvest in the US is chugging along and is well ahead of the five-year average and as you can see below, the corn condition is said to be 60% good/excellent. There are still a few weeks to go before the main US corn harvest begins so things can still change. Soybeans/soymeal looks weak and the weather for soybeans over the next while looks to be very good. At least, as of today, there doesn't seem to be any serious near-term weather risk to push soybean prices higher. Most experts don't seem to be expecting any rally in soybean prices in the short term. There is really nothing to push prices higher. As we move along here in August, it gets less and less likely that the weather will have major effect – although too much rain could do it or even too little rain in some regions. However, at the moment, the weather does look quite good for the next couple of weeks – so, prices should tend to be steady to lower rather than higher.   SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN The only fishing in Peru these days is a very little in the South against the 515,000 m/t quota that runs until December 31, 2017. Just over 1,000 m/t of fish were landed last week with a total of just over 9,000 m/t landed since the new season began in early July. According to trade reports there is a USD 50 m/t spread between current stock and next season supply with the next season being discounted by USD 50 m/t. Prices for the last of what is now available are bound to be higher as there is just not that much available.  There are also some reports that some old crop business has been rolled to the next crop due to current shortage of supply. Next season sales are reported to be about 40,000 m/t but there are some buyers who feel that the next season fishmeal prices should move quite a bit lower, so will hold off on any early purchases. With little left to sell from Peru, most buyers who are in need are now looking to European suppliers but there is also not much European fishmeal available. There was a report this week on the success that is being seen on the production of a high Omega-3 oil from GM Camelina seeds. It is reported that the GM seeds – modified with marine microbes – can produce oil that is very similar in quality and specifications to Omega-3 fishoil. This vegetable based Omega-3 oil is also said to be free from dioxins and heavy metals that can be a problem with fishoil. Needless to say, the camelina project is still in the research stage but there is a great deal of excitement about the potential of vegetable based Omega-3 oils.    Also reported this week is a report from Ojo Publico in Peru that claims that four large companies in Peru control 70% of the fishmeal business and pay a very low price per ton for their raw materials – according to the report, only USD 5 m/t for raw fish. The report points out that the Peruvian fishing rights system is to be reviewed in 2018 which may then make significant changes to the "system of quotas and payment for fishing rights". A former fisheries minister has said that company payments "are insufficient" while the head of the National Fisheries Society is quoted as saying that it is "a myth to say that little is paid".

อ่านต่อMORE

Hammersmith Weekly Report - August 05, 2017 Hammersmith Weekly Report - August 05, 2017

SECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN เป็นสัปดาห์ที่ราคาสินค้าธัญพืชและพืชน้ำมันของอเมริกาอยู่ในทิศทางลงอีกหนึ่งสัปดาห์ ในตลาดล่วงหน้า สิ้นสุดสัปดาห์ดังนี้ ข้าวโพดปรับลดลง 3 ดอลล่าร์ต่อตัน ถั่วเหลืองปรับลดลง 19 ดอลล่าร์ต่อตัน และกากถั่วเหลืองปรับลดลง 18 – 20 ดอลล่าร์ต่อตัน ข้าวสาลีก็ปรับลดลงโดย ข้าวสาลีสีแดงชนิดแข็งราคาลดลง 8 ดอลล่าร์ต่อตัน และข้าวสาลีฤดูหนาวสีแดงชนิดอ่อนราคาลดลง 9 ดอลล่าร์ต่อตัน และข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิราคาลดลง 8 ดอลล่าร์ต่อตัน การที่ราคาสินค้าอเมริกาลดลงเนื่องมาจากสภาพอากาศ โดยมีฝนตกในเขตพื้นที่ปลูกข้าวโพด อย่างไรก็ตามปริมาณฝนที่ตกอาจจะไม่มากเท่าที่คาดไว้ ดังนั้นอาจจะเห็นราคาปรับสูงขึ้นเล็กน้อยในวันจันทร์ ตลาดสินค้าธัญพืชปิดอย่างเงียบเหงาในวันศุกร์ หลังจากที่มีการเคลื่อนไหวอย่างมากมายเล็กน้อยในวันก่อนวันศุกร์ โดยทั่วไปสภาพอากาศในอีก 10 วันข้างหน้า ค่อนข้างดีมากสำหรับการเพาะปลูกของอเมริกา อย่างน้อยก็ไม่ปรากฏว่าจะมีอะไรที่เป็นทิศทางลบในการพยากรณ์อากาศ การเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองได้เริ่มขึ้นแล้วทางพื้นที่ทางตอนใต้ของอเมริกา และการเก็บเกี่ยวข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิกำลังทะยอยเก็บในบางพื้นที่ในอเมริกา ข้าวโพดกำลังทำดีที่สุดเพื่อให้ได้การผสมเกสรที่สมบูรณ์แบบ ทุกคนกำลังรอรายงาน USDA WASDE ฉบับถัดไปที่จะออกในวันที่ 10 สิงหาคม ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่รู้สึกว่ารายงานจะเป็นทิศทางที่ราคาขึ้นเล็กน้อย     SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN ปริมาณปลาป่นที่คาดการณ์ล่าสุดของเปรูมี 445,000 ตัน ซึ่งน้อยกว่าโควต้า 100,000 ตัน ดังนั้นตอนนี้ทุกสายตาหันไปมองที่การจับปลาในฤดูกาลถัดไป และเจ้าหน้าที่ของรัฐได้บอกเป็นนัยว่า จากการประมาณการจับปลารายปี โควตาของปีถัดไปจะอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านตัน หรือมากกว่า ผู้ขายบางรายในเปรูได้เผชิญกับการขาดสินค้าจากการที่ปริมาณปลาป่นได้หายไป 100,000 ตัน ดูเหมือนว่าจะมีบางคนที่ขายของมากกว่าที่มี (oversold) และตอนนี้ต้องวิ่งหาของหรือทำข้อตกลงกับผู้ซื้อเพื่อเลื่อนการส่งมอบสินค้าออกไป รายงานการค้าในเปรูกล่าวว่ามีน้อยทางหรือไม่มีทางที่จะไม่ขายปลาป่น และผู้ผลิตก็จะจัดส่งสินค้าทั้งหมดที่พวกเข้าได้ขายไปก่อนหน้านี้ ถ้ามีหีบห่อของปลาป่นเพียงเล็กน้อยที่ใช้ได้ พวกเขาคาดหวังอย่างแน่นอนว่าจะเป็นราคาทีสูง ตลาดยังคาดหวังว่าผู้ผลิตบางรายควรมีสต๊อคสินค้าเล็กน้อยที่จะขาย แต่ผู้ผลิตไม่ต้องการที่จะทำอะไรจนกว่าพวกเขาได้ส่งมอบสินค้าที่ค้างส่งทั้งหมด และพิจารณาว่าพวกเขามียอดคงเหลือที่จะขายหรือไม่ ผู้ซื้ออาจจะต้องคาดหวังว่าราคาปลาป่นจะสูงขึ้นในสัปดาห์หน้า เนื่องจากไม่มีใครที่จะมีปริมาณปลาป่นมากพอที่สามารถขายได้ ไม่เพียงแค่ในเปรู แต่ในตลาดโลกส่วนใหญ่ ปลาป่นได้ขาดตลาดในปัจจุบัน SECTION 1 : US FEED GRAINS and VEGETABLE AND ANIMAL PROTEIN It was another down week for prices for US grains and oilseeds – everything was lower. In the futures market, the week ended with corn down by about USD 3 m/t. soybeans down by USD 19 m/t and soy meal down USD 18 to 20 m/t. Even wheat was lower with hard red winter wheat down USD 8 m/t and soft red winter down by close to USD 9 m/t and spring wheat down by USD 8 m/t. Much of the drop in prices in the US was weather related, caused by the rainfall in the US corn belt. However, the rainfall may not have been as large as some thought so we might just see a little price recovery on Monday. Grain markets closed very quietly on Friday following the few frantic days before Friday. Generally speaking, the weather for the next ten days or so looks very good for the US crops – at least there doesn't appear to be anything too negative in the weather forecasts. Soybean harvesting has begun in the southern bean areas of the US and the spring wheat harvest is chugging along in some parts of the US. Corn is doing its best to get the pollination all done. Everyone will be waiting for the next USDA WASDE report which will be out on August 10. At present most experts seem to feel that the report could be a little bullish SECTION 2 : FISHMEAL COMMENTS AND PRICES: PERUVIAN Looking at the latest numbers from Peru it looks like the fishing came up about 445,000 m/t short of the quota – just over 100,000 m/t of fishmeal short. So now all eyes will turn to the next fishing season and government officials have implied that, based on their estimate of yearly catch, the next quota will be about 2 million m/t or more. The word in Peru is that some sellers are caught short by the 100,000 m/t of missing fishmeal --- seems that there were some people who oversold a tad and now must scurry to cover or make arrangements with their buyers to move off to a future shipment period. Trade reports in Peru say that there is little or nothing in the way of unsold fishmeal available and producers are busily shipping out all the goods they sold earlier. If and when any small parcels of fishmeal come available they are certainly expected to be at a higher price. The market does expect that some producers should have a little stock still to sell but producers don't want to do anything until they have shipped all their backlog of orders and determined if they do have anything left to sell. Buyers are probably going to have to expect higher prices for fishmeal in the next weeks as no one seems to have much available for sale and not just in Peru – most world markets are short of fishmeal at present.

อ่านต่อMORE

ข่าวที่น่าสนใจ

ECONOMIC NEWS

กราฟรายวัน

DAILY CHART

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารจากเราSUBSCRIBE TO OUR NEWS
Top